<?xml version='1.0' encoding='UTF-8'?><?xml-stylesheet href="http://www.blogger.com/styles/atom.css" type="text/css"?><feed xmlns='http://www.w3.org/2005/Atom' xmlns:openSearch='http://a9.com/-/spec/opensearchrss/1.0/' xmlns:georss='http://www.georss.org/georss' xmlns:gd='http://schemas.google.com/g/2005' xmlns:thr='http://purl.org/syndication/thread/1.0'><id>tag:blogger.com,1999:blog-2947763160793315809</id><updated>2011-07-08T04:37:55.711+07:00</updated><category term='บทกวี'/><category term='นักรบจากดาวดวงอื่น'/><category term='บทความ'/><category term='กลอนเปล่า'/><category term='เพลงรักหิมาลัย'/><title type='text'>เปิ้ลซัง ศิษย์มิตซูโอะ</title><subtitle type='html'>เด็กน้อยเฝ้าศาลา</subtitle><link rel='http://schemas.google.com/g/2005#feed' type='application/atom+xml' href='http://shinjiclub.blogspot.com/feeds/posts/default'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2947763160793315809/posts/default?max-results=100'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://shinjiclub.blogspot.com/'/><link rel='hub' href='http://pubsubhubbub.appspot.com/'/><author><name>เปิ้ลซัง ศิษย์มิตซูโอะ</name><uri>http://www.blogger.com/profile/05876559150619818157</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='29' height='32' src='http://4.bp.blogspot.com/_aoWh2-f7o2Q/Sp0BQpXydQI/AAAAAAAAAGE/-BuLt2NCpYs/S220/Picture+148.jpg'/></author><generator version='7.00' uri='http://www.blogger.com'>Blogger</generator><openSearch:totalResults>42</openSearch:totalResults><openSearch:startIndex>1</openSearch:startIndex><openSearch:itemsPerPage>100</openSearch:itemsPerPage><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-2947763160793315809.post-7498531377161567242</id><published>2009-12-23T14:58:00.002+07:00</published><updated>2009-12-23T15:01:29.919+07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='เพลงรักหิมาลัย'/><title type='text'>บทที่ 20-ดาวดวงนั้น</title><content type='html'>“&lt;span style="color:#000099;"&gt;ตาแก่ คงไม่เป็นไรแล้ว&lt;/span&gt; เข้าห้องไปนอนพักแล้ว แม่แก่ว่า ไปส่งหนูมุกที่บ้านเถอะ เกรงใจพ่อแม่เค้า รบกวนเอาลูกสาวเขามานอนที่นี่หลายคืนแล้ว ไปเถอะ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ชายหนุ่มพยักหน้ารับคำ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นั่นเป็นคำพูดเมื่อเกือบชั่วโมงที่ผ่านมา หลังจากวิน พาพ่อแก่ออกจากโรงพยาบาลและกลับมาพักที่บ้าน ซึ่งมีแม่แก่และมุกดารออยู่ก่อนแล้ว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หลังทานอาหารเย็นเสร็จ วินคว้าจักรยาน “ฟักทอง” ของตัวเองออกมาจากหลังบ้าน ให้มุกดาซ้อนท้าย ปั่นรถจักรยานมาจนถึงสะพานข้ามแม่น้ำ เป็นช่วงที่พระอาทิตย์ลับขอบโลกไปแล้ว ทั้งคู่แทบจะไม่ได้พูดอะไรกัน แต่ในความเงียบนั้น ชายหนุ่มรู้ว่าหญิงสาวที่นั่งซ้อนท้ายคงมีอะไรขัดข้องใจที่อยากถามมากมาย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วินตัดสินใจผ่อนแรงปั่นจักรยานลงช้าๆ ก่อนจะมานิ่งสนิทเมื่อวิ่งมาถึงกลางสะพานแล้วพูดขึ้นว่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“มาเถอะมุก มาดูแม่น้ำยามค่ำ สวยนะจะบอกให้”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;และในขณะนี้ทั้งสองคนมายืนเคียงกันอยู่บนทางเดินแคบเล็กของตัวสะพาน เหม่อมองไปยังแม่น้ำเบื้องล่างนั่น เมื่อความมืดเข้าปกคลุม ทำให้มองไม่เห็นอะไรนอกจากแสงตะเกียงวอมแวมจากเรือนไม้ที่ปลูกอยู่ริมน้ำ ลมพัดรวยรินนำพากลิ่นรื่นรวยของดอกไม้บางชนิดมาปะทะจมูก ใกล้กับที่ชายหนุ่มและหญิงสาวยืนอยู่นั้น มีเด็ก ผู้ใหญ่ รวมทั้งวัยรุ่น สาละวนอยู่กับการหย่อนเบ็ดลงแม่น้ำ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“กลิ่นดอกไม้อะไรนะ พี่วิน กลิ่นจางๆ แต่หอมติดจมูกเหลือเกิน”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ไม่รู้เหมือนกันมุก”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หญิงสาวเหลียวหน้ามองด้านข้างของชายหนุ่ม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“อะไรกัน เป็นพ่อค้าขายต้นไม้ ไม่ใช่เหรอยะ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วินส่ายหน้าหัวเราะขึ้นเบาๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“พี่ไม่ได้เก่งกาจขนาดนั้นหรอก ไม่เชี่ยวชาญเท่ากับพ่อแก่ แม่แก่ด้วยนะ และต้นไม้บางชนิดพี่ก็ไม่รู้จัก บางต้นเคยพยายามจะปลูกแต่ปลูกครั้งแล้วครั้งเล่าก็ไม่รอด”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“จริงอ๊ะ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ฮื่อ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ต้นอะไรกัน ที่พี่ว่านะ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“บุหงาส่าหรี”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ฟังคำตอบแล้ว หญิงสาวก็ขมวดคิ้ว เพราะยอมรับว่าไม่รู้จักบุหงาส่าหรี ที่ว่ามานี่เหมือนกัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“บุหงาส่าหรี เป็นไม้ยืนต้นทรงพุ่ม ช่อดอกสีขาวยาวเรียว รูปทรงสวยงาม กลิ่นหอมแรงจัด เวลามันออกดอกนะ สวยจนพูดไม่ถูก เพราะมันจะห้อยลงตามซอกใบและปลายกิ่ง แต่ละช่อจะมีดอกเล็กดอกน้อยสีขาวเต็มไปหมด แล้วเวลามันบาน จะทยอยบานจากโคนช่อไปยังปลายช่อ บานทีนึงเป็นอาทิตย์ กลิ่นหอมแรงฟุ้งเข้าจมูกดีเหลือเกิน”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;น้ำเสียงของชายหนุ่มยามพูดถึงบุหงาส่าหรี ช่างสดใส มีชีวิตชีวา มากกว่าทุกครั้ง จนดูราวกับว่ากำลังพูดถึงใครบางคนที่อยู่ในใจอย่างนั้นแหละ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แล้วมุกดาก็สะดุ้งขึ้นมา หรือว่า พี่วิน กำลังต้องการบอกอะไรกันแน่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วินเงยหน้าขึ้นมองบนฟ้า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ดูดาวบนท้องฟ้านั่นสิ เห็นมั้ย ถึงจะสวยงามเพียงไร เราก็คงได้แต่เฝ้าดูอยู่บนพื้นโลก อยากจะเก็บเอาไว้ดูคนเดียว แต่มันก็คงไม่ได้หรอก”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ก็พยายามเข้าสิ โบราณว่า ความพยายามอยู่ที่ไหนความสำเร็จอยู่ที่นั่นนะจ้ะ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ชายหนุ่มหัวเราะกับคำกล่าวนั้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“เชยจัง มุก”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วิน ถอนหายใจยาวแล้วจึงหันมาสบตากับมุกดาตรงๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ดาวมีนับแสนนับล้านดวงก็จริง แต่ดาวที่พี่ชอบจ้องมองก็มีแค่ดาวดวงเดิมนั่นแหละ เฝ้ามองมาทั้งชีวิต แต่วันหนึ่งก็ได้คำตอบว่า ความจริงแล้วมันไม่ใช่ดวงดาวของพี่หรอก ไม่ใช่เลย”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผู้รับฟังได้แต่นิ่งอึ้ง เสียงอันสั่นเครือ และอารมณ์อันอ่อนไหวที่ปรากฎตรงหน้า ให้คำตอบกับทุกอย่างแล้ว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นี่ไม่ใช่เพียงแค่บุหงาส่าหรี หรือดวงดาวบนฟากฟ้านั่นหรอก ใช่มั้ย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ใบหน้าของชายหนุ่มสงบนิ่ง ไม่มีน้ำตาแม้แต่หยดเดียว แต่มุกดาสัมผัสได้ถึงความเศร้าภายในนั้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่หญิงสาวก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากยืนเคียงข้างอยู่ตรงนี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#000099;"&gt;กลุ่มชายฉกรรจ์ร่วม 10 คน&lt;/span&gt;ในชุดสูทสีดำเดินกึ่งวิ่งทันทีที่ก้าวเดินออกจากลิฟต์ ก่อนจะมาหยุดยืนอยู่ที่หน้าห้องๆหนึ่ง ซึ่งขณะนี้มีชายร่างท้วมยืนก้มหน้างุดๆ อยู่หน้าประตู แต่บางครั้งก็แอบเหลืองมองกลุ่มชายฉกรรจ์เบื้องหน้าแล้วอมยิ้มให้กับตัวเอง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แล้วชายรูปร่างสูงใหญ่ ใบหน้าเหลี่ยม มีเครายาวอยู่ใต้ริมฝีปาก ก็ก้าวเข้ามาหาชายร่างท้วม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“เจ้าคงเป็นมูตา คนสนิทของเจ้าชายสินะ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ชายร่างท้วมพยักหน้า แต่ยังไม่เงยหน้าขึ้นสบตากับคนถาม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ก่อนเจ้าชายจะเสด็จจากห้องพักไป ทรงตรัสว่าอย่างไรบ้าง”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“รับสั่งว่ารำคาญพวกนักข่าวไทยที่ขอประทานสัมภาษณ์ไม่เว้นวัน แล้วก็ยังบอกด้วยว่า อยากไปไหนคนเดียว เบื่อคนตามติดทุกฝีก้าว” มูตาตอบ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ชายรูปร่างสูงใหญ่ที่คงเป็นหัวหน้าของกลุ่มชายฉกรรจ์ถอนหายใจแรง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ข้าและคนพวกนี้ ก็เข้าใจถึงความรู้สึกของเจ้าชายดี แต่พระองค์ทรงเป็นรัชทายาทแห่งดัลวา จะปล่อยให้พระองค์ไปไหนมาไหนตามชอบใจได้อย่างไรเล่า ความปลอดภัยของเจ้าชายโดร์เชคือสิ่งสำคัญที่สุด”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มูตาพยักหน้ารับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ข้าเข้าใจ แต่ตอนที่เจ้าชายเสด็จออกจากห้องไป ก็มีแต่พวกท่านตั้งหลายคนตามอารักขาด้วยไม่ใช่หรือ แล้วทำไม…”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ชายรูปร่างสูงใหญ่มีสีหน้าเครียดขึ้น หันไปมองชายฉกรรจ์ที่ติดตามมาแว่บหนึ่ง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ความจริงก็เป็นเช่นนั้น แต่หลังจากกลับจากงานเลี้ยงที่สถานทูตจัดขึ้น เจ้าชายทรงตรัสว่า ทรงรู้สึกปวดศรีษะ อยากได้ยามาทาน คนของเราคนหนึ่งจึงแยกไปขอยาแก้ปวดหัวกับทางเจ้าหน้าที่ของโรงแรม”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“แล้วจากนั้นเจ้าชายก็ตรัสว่า ต้องการทรงเข้าห้องน้ำ ข้าก็เลยติดตามไปเฝ้าอยู่ทางนั้น” ชายหนุ่มในชุดสูทสีดำอีกคนพูดขึ้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ชายรูปร่างสูงใหญ่ ที่มีเครายาว ยกมือขึ้นห้ามไม่ให้ชายคนดังกล่าวอธิบายต่อ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“แต่ผ่านไปเกือบครึ่งชั่วโมง เจ้าชายก็ยังไม่ทรงออกมา และเมื่อคนของเราเข้าไปดูในห้องน้ำก็พบว่า…”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“เจ้าชายหายตัวไปแล้ว อย่างนั้นสิ…” มูตาชิงตอบ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ใช่ เพราะอย่างนั้นข้าถึงต้องมาถามเจ้าอย่างไรเล่า มูตา”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คนสนิทของรัชทายาทแห่งดัลวาส่ายศรีษะไปมา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ข้าจะรู้ได้อย่างไรเล่า ตลอดเวลาข้าก็อยู่กับพวกเจ้าตลอด ไม่ได้ขยับตัวไปไหนเลย”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ชายรูปร่างสูงใหญ่เพ่งมองมูตาอยู่เป็นนาน”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ถ้าอย่างนั้น คงจะมีคนอื่นที่ช่วยให้แผนการณ์นี้ลุล่วงไปกระมัง ใช่มั้ย”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มูตาถอนหายใจ หัวเราะเบาๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“เจ้าถามข้า แล้วจะให้ข้าถามใครเล่า”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“เจ้าไม่นึกห่วงความปลอดภัยของเจ้าชายหรือไง…”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มูตาผงกศีรษะเบาๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ก็ห่วงอยู่บ้าง แต่ที่นี่ไม่มีใครคิดร้ายกับเจ้าชายหรอก และพระองค์ก็คุ้นเคยกับที่นี่ดี ทรงหนีไปอย่างนี้เพราะมีบางสิ่งที่เจ้าชายต้องการกระทำให้ลุล่วงไป”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“อย่างนั้นหรือ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ข้าขอบใจท่าน และคนของท่านที่ดูแลและห่วงใยความปลอดภัยของเจ้าชาย แต่เชื่อเถอะเจ้าชายจะไม่เป็นไร”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มูตา สบสายตากับชายรูปร่างสูงใหญ่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ขอเวลาให้เจ้าชายโดร์เชสักเล็กน้อยเถิด เพราะอีกไม่กี่วันก็ต้องทรงเดินทางกลับดัลวาแล้ว หลังจากนั้นพวกเจ้าก็ไม่ต้องเหนื่อยอีกต่อไป”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ชายรูปร่างสูงใหญ่ยืนนิ่ง ไม่ตอบรับและปฎิเสธ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#000099;"&gt;“ขอบใจเจ้าอีกครั้ง นีม่า”&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;“เพคะ หม่อมฉันยินดี” หญิงสาวตอบขณะที่มองออกไปนอกตัวรถ ยามค่ำของถนนสายนี้มีแสงไฟพร่างพราวราวกับมีงานเลี้ยงใหญ่ แต่ความจริงแล้วนี่เป็นเรื่องปกติของถนนสายนี้ ที่เป็นศูนย์รวมของแหล่งธุรกิจในยามกลางวัน และกลายเป็นศูนย์รวมความบันเทิงหลากหลายรูปแบบในยามค่ำคืน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เจ้าชายโดร์เชทอดพระเนตรหญิงสาวที่นั่งอยู่ตรงข้าม ในรถเก๋งคันยาวสีดำ พลางคิดว่าถ้าไม่ได้น้องสาวของมูตาคนนี้ อะไรที่เป็นอยู่ก็คงไม่ง่ายดายปานนี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ดูเอาเถอะ ท่ามกลางการอารักขาของเจ้าหน้าที่ที่ทางสถานทูตจัดมานับสิบ ไหนยังเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ซุ่มอยู่รอบบริเวณอีก แต่นีม่า คนนี้ก็ยังหาทางจนสามารถพาหลุดมาขึ้นรถเก๋งคันยาว ซึ่งพุ่งทะยานฝ่าความมืดอยู่ในขณะนี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ข้าจะมีโอกาสพบ เอ้อ…”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นีม่า ยิ้มจนนัยน์ตายิบหยี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“นีม่า เองก็ตอบไม่ได้ร้อยเปอร์เซนต์ และแผนการณ์ทั้งหมดนี้ก็ไม่ใช่มาจากความคิดของหม่อมฉันคนเดียวอีกด้วย”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“อย่างนั้นหรือ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หญิงสาวยิ้มให้รัชทายาทแห่งดัลวา ก่อนผงกศีรษะลง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ส่วนเรื่องนั้น หม่อมฉันขอทูลว่า โอกาสนะพอมี แต่ก็คงขึ้นอยู่กับพรหมลิขิตด้วยกระมังเพคะ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เจ้าชายโดร์เชหันพระพักตร์ออกไปนอกตัวรถ ไม่ได้ตรัสอะไรออกมาอีกแม้แต่คำเดียว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ทรงปล่อยใจให้ว่าง เตรียมตัวให้พร้อม อะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิดเพคะ…”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#000099;"&gt;ทุกคนในบ้านออกจะประหลาดใจอยู่ครามครัน&lt;/span&gt; เมื่อเห็นเกดเดินลงมาจากชั้นบนของตัวบ้านในชุดกระโปรงยาวสีขาวลายดอกไม้ อวดแขนและไหล่อันขาวผ่อง ตรงลำคอผุดผาดด้วยสร้อยกางเขน ใบหน้าที่ซีดเซียวมาหลายวันก่อนหน้านี้ ดูสดใสด้วยแป้งรองพื้น ริมฝีปากแดงสดใส และขนตายาวเป็นแพ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“เกิดอะไรขึ้นพี่เกด มุกละงง เรียกให้ลงมาทานข้าว แต่ไหงแต่งชุดนี้มาละ” มุกดาร้องถามขึ้น ระหว่างที่จัดเตรียมจานช้อนวางไว้บนโต๊ะอาหาร ขณะนี้เป็นเวลาพลบค่ำแล้ว อากาศเริ่มสลัว และควรจะเป็นเวลาของมื้อเย็น และการพักผ่อนก่อนจะเข้านอนไม่ใช่หรือ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เกดส่ายศีรษะ ยิ้มน้อยๆ ให้กับทุกคนในครอบครัวที่นั่งรออยู่ที่โต๊ะอาหาร&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ขอโทษทีจ้ะ ทุกคน วันนี้เพิ่งนึกได้ว่าเป็นวันอีสเตอร์ เกดขออนุญาติไปโบสถ์นะจ้ะพ่อ น้าเยาว์ โทษทีนะมุก”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พูดแล้วหญิงสาวก็หัวเราะออกมาเบาๆ อารมณ์แช่มชื่นที่ปรากฎในน้ำเสียงและวงหน้าอีกครั้ง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ยังไม่ทันที่ใครจะได้พูดอะไร ก็มีเสียงรถยนต์มาจอดอยู่ตรงหน้าบ้าน สักครู่ร่างของชายหนุ่มคนหนึ่งก็ปรากฎอยู่ตรงหน้าบ้าน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มุกดา เร็วกว่าใครวิ่งพรวดเดียวก็ถึงประตูบ้าน แต่เมื่อเปิดประตูออก หญิงสาวก็พูดอะไรไม่ออก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“พี่วิน…นี่”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ชายหนุ่มอยู่ในชุดเสื้อแขนยาวสีขาว กางเกงสแล็กสีเทาทึม รองเท้าหนังใหม่เอี่ยม ผมตัดสั้นเป็นระเบียบกว่าทุกวัน เป็นภาพอันแปลกตาเสียเหลือเกิน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;และที่สำคัญ รถที่จอดรออยู่หน้าบ้านไม่ใช่จักรยาน “ฟักทอง” เหมือนทุกครั้งเสียด้วย แต่เป็นรถปิ๊กอัพสีเหลืองอ่อนกลางเก่ากลางใหม่คันหนึ่ง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วินเหลียวหลังไปมอง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“เป็นไงรถใหม่ของพี่ ซื้อต่อเพื่อนเขานะ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มุกดาคิ้วขมวด ริมฝีปากเม้มสนิท เปล่า-ไม่ได้แค้นเคือง แง่งอน อะไรเลย เพียงแต่ว่า มีความรู้สึกว่ามีอะไรที่พิกลอยู่มากกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“พี่วิน จะพาพี่เกดไปไหน”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ชายหนุ่มเพียงแต่ยิ้ม มองผ่านหลังหญิงสาวเข้าไปในตัวบ้าน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ก็พาไปส่งที่โบสถ์ เกดโทรมาบอกว่าวันนี้เป็นอีสเตอร์ คงอยากไปเฉลิมฉลองเทศกาลพิเศษนั่นแหละ อย่าห่วงเลย มุกเข้าบ้านไปเถอะ ทานข้าวแล้วก็รีบนอนซะ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;น้ำเสียงนั้นอ่อนโยนชวนให้อารมณ์แช่มชื่น แต่คำถามในหัวใจของมุกดาก็ยังไม่คลายลงไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#000099;"&gt;รถปิ๊กอัพสีเหลืองพุ่งออกไปจากหน้าบ้านแล้ว&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;มุกดากอดเอวแม่ยืนอยู่ชั้นบนของตัวบ้าน มองผ่านม่านหน้าต่างที่พลิ้วไหวตามแรงลม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“แม่ว่าวันนี้แปลกๆ นะ ทั้งสองคนนั่นเลย”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หญิงสาวผงกศีรษะอย่างเห็นด้วย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“แม่ไม่เคยเห็นวินแต่งตัวเรียบร้อยอย่างนี้มาก่อนเลย เคยเห็นแต่เสื้อยืด กางเกงยีนส์ แล้วนี่ไปหารถปิ๊กอัพที่ไหนมาขับก็ไม่รู้”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มุกดาเงียบ เอาศีรษะพิงเข้ากับไหล่ของมารดา ก่อนที่จะสะดุ้งขึ้นมาเมื่อได้ยินเสียงผู้บังเกิดเกล้าพูดขึ้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“แล้วดูสีของรถนั่นสิมุก แม่ว่ามันสีเหลืองแปลกๆ เหมือนสีของฟักทองพิกล”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หญิงสาวหลับตาลง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หนูนา รถฟักทอง ซินเดอเรลล่า และเจ้าชายอย่างนั้นหรือ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นี่มัน…&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มุกดากอดเอวมารดาให้แน่นขึ้น เม้มริมฝีปาก พยายามกลั้นก้อนสะอื้นเอาไว้ในหัวอก แต่ถึงอย่างนั้นน้ำใสก็ยังรื้นกบดวงตาจนได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ติดต่อนีม่าให้พี่หน่อย มีธุระบางอย่างจะคุยด้วย” เสียงของชายหนุ่มเมื่อวันก่อนดังแว่วเข้ามา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;โธ่เอ๋ย ตาจรกาบ้าบอ อย่างนี้หรอกหรือ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“&lt;span style="color:#000099;"&gt;ความจริงแล้ว อีสเตอร์ นี่เขาต้องเริ่มพิธีกันแต่เช้าไม่ใช่หรือ&lt;/span&gt;…”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ฮื่อ แต่ปีนี้มัวแต่ยุ่งๆ ก็เลยลืม ถ้าวินไม่เตือนก็คงลืมไปแล้ว แต่ไม่เป็นไรหรอก ไปดูโบสถ์ตบแต่งไฟตอนกลางคืนก็พอ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วิน มองหน้าคนพูดแล้วก็มองไปข้างหน้า ถือพวงมาลัยอย่างระมัดระวัง ถึงชายหนุ่มจะขับรถเป็นนานแล้ว แต่ก็ไม่ค่อยได้มีโอกาสขับบ่อยนัก และโดยเฉพาะในโอกาสพิเศษอย่างนี้ด้วยนะสิ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“เกดคงชอบนะวันอีสเตอร์”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ก็ชอบ นึกถึงวันอีสเตอร์ แล้วก็คิดถึงแม่ คิดถึงสมัยเด็ก ที่แม่พามาที่โบสถ์ตั้งแต่เช้า พอร่วมกันสวดมนต์ ร้องเพลง อธิษฐานแล้ว จากนั้นก็จะมีการเล่นเกมกัน เขาเรียกประเพณีซ่อนไข่ จะซ่อนไว้ทั่วบริเวณโบสถ์นั่นแหละ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ทำไมถึงต้องเป็นไข่ละ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ก็เพราะวันอีสเตอร์ คือวันแห่งการฟื้นคืนพระชนม์ขององค์พระเยซูคริสต์ ส่วนไข่ ก็ถือเป็นสัญญลักษณ์ของการเกิดใหม่ ของชีวิตใหม่นะสิ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วินผงกศีรษะรับรู้แล้วพูดขึ้นว่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ถ้าอย่างนั้นก็คงเป็นเทศกาลแห่งความสุขสินะ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เกดพยักหน้า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“นอกจากไข่แล้ว ยังมีผีเสื้อที่สื่อถึงความมีชีวิตใหม่ และกระต่าย ที่หมายถึงความอุดมสมบูรณ์ด้วยอีกต่างหาก”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;รถเลี้ยวเข้าซอยเล็กแคบแห่งนั้น ก่อนจะหักเลี้ยวตามถนนเส้นเล็กๆ ที่นำสู่ลานกว้างของตัวโบสถ์ วินผ่อนความเร็วของรถเมื่อถึงหน้าโบสถ์ ก่อนจะจอดสนิทลงในไม่ช้า มีรถจอดอยู่ก่อนแล้วราว 7-8 คันบนลานกว้างแห่งนั้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ถึงแล้ว ลงเถอะเกด”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ชายหนุ่มบอกก่อนบิดกุญแจ ดับเครื่องยนต์ลง เปิดประตูรถอย่างเชื่องช้า สูดลมหายใจลึกครั้งหนึ่ง จากระยะไกลมองเห็นโบสถ์สีขาวตบแต่งด้วยไฟหลากสี ดูสวยงามแปลกตากว่าทุกวัน ทางด้านหน้าของทางเข้าในขณะนี้ มีประตูโค้งที่ประดับดอกด้วยลิลี่สีขาวกระจ่าง ถูกตบแต่งเอาไว้ อันเป็นส่วนหนึ่งของการเฉลิมฉลองในวันอีสเตอร์นั่นเอง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วินก้าวเดินออกจากบริเวณลานจอดรถ จนเข้าใกล้ทางเข้าประตูของโบสถ์ ซึ่งในขณะนี้มีกลุ่มคนเดินออกมาเรื่อยๆ แล้วจึงชะงักเท้าไปทางหญิงสาวที่เดินมาคู่กัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“มีความสุขในวันอีสเตอร์นะเกด ขอให้สมหวังในทุกสิ่งทุกอย่าง ทำใจคอให้หนักแน่น แล้วให้โอกาสกับตัวเองมากๆ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หญิงสาวหันมามองสบตาเพื่อน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“วินไม่เข้าไปด้วยหรอกหรือ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ชายหนุ่มส่ายศีรษะไปมา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ไม่ละ เกดเข้าไปเถิด หนูนา กับรถฟักทองจะมารอรับซินเดอเรลล่าตอนเที่ยงคืนนะ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เกดเลิกคิ้วขึ้นสูง ขบยิ้มกับคำหยอกนั้น แล้วก้าวผ่านประตูโค้งที่หอมกรุ่นด้วยดอกลิลี่ เข้าสู่ทางด้านในของตัวโบสถ์&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วินยืนนิ่งและนาน เฝ้ามองร่างของหญิงสาวก้าวเดินจากไปอย่างช้าๆ สูดลมหายใจอีกครั้งแล้วยิ้มให้กับตัวเอง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“โชคดีนะ” ชายหนุ่มพึมพำด้วยเสียงอันเบาจนดูเหมือนว่าจะมีตัวเองเท่านั้นที่ได้ยิน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#000099;"&gt;เมื่อหญิงสาวก้าวเข้าไปในโบสถ์&lt;/span&gt; ดูเหมือนผู้คนที่เข้ามาร่วมงานในวันอีสเตอร์จะทะยอยออกไปจนเกือบหมดแล้ว แต่เพียงได้แค่เห็นแสงระเรื่อของดวงไฟในโบสถ์สว่างไสวไปรอบ ก็ทำให้ความรู้สึกอัดอั้น ทุกข์ที่อยู่ในหัวอกคลายลงไปได้อย่างมาก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่ท่ามกลางความเงียบสงบของโบสถ์ และแสงระเรื่อที่สาดจ้าไปทั่วบริเวณ หญิงสาวจึงได้สังเกตเห็นร่างสูงของใครคนหนึ่งยืนอยู่ตรงด้านในสุดของตัวโบสถ์ ร่างนั้นอยู่ในชุดสูทสีเทา ผมยาวถูกมัดไว้อย่างเป็นระเบียบ มือคู่งามไขว้อยู่ทางด้านหลัง ไหล่ที่กว้าง เรือนราวที่เพรียวอย่างได้สัดส่วน ทำไมถึงได้คุ้นตานัก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แล้วร่างนั้นก็หันหน้ามาสบตากับเกด ทั้งคู่มองสบตากันโดยไม่ขยับเขยื้อน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“คุณ…”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หญิงสาวพูดออกมาได้แค่นั้น ในขณะที่ยกมือลูบแก้ม รู้สึกเกิดอาการวิงเวียน แทบจะทรงตัวไม่อยู่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แล้วหญิงสาวก็ตัดสินใจหันหลังกลับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“เกด อย่าเพิ่งไป…”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เสียงนุ่มกังวานนั้นไม่ได้เปลี่ยนไปเลย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ขอโอกาสให้ผมอธิบายเถอะ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หญิงสาวชะงักนิดหนึ่ง รู้สึกเหมือนมีอะไรฉุดรั้งอยู่ที่เท้าทั้งสองข้างจนไม่อาจก้าวเดินต่อไปได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ฝ่าบาทเพคะ…”เกดพูดออกไปด้วยน้ำเสียงสั่น ไม่กล้าหันไปมองสบตาร่างสูงสง่าทางเบื้องหลังนั้นเลย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ร่างนั้นเดินเข้ามาใกล้จนชิด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“อย่าทำอย่างนี้ เรียกผมเหมือนที่เคยเรียกเถอะ ขอเวลาให้ผมสักนิด ผมพร้อมจะอธิบายทุกอย่าง หลังจากนั้นแล้วเกดจะตัดสินใจอย่างไรผมจะไม่ห้าม จะยอมรับทุกอย่าง”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ด้วยน้ำเสียงอันแสดงความปวดร้าว ทำให้หญิงสาวเบือนหน้าไปมอง “คุณเช” ครั้งหนึ่งแล้วสะบัดหน้าหนี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“เกดไม่รู้จะพูดยังไงดี มันงง และสับสนไปหมด”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หญิงสาวพูดออกไปแล้วก็ทรุดร่างลงบนม้านั่งยาวอย่างอ่อนแรง&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/2947763160793315809-7498531377161567242?l=shinjiclub.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://shinjiclub.blogspot.com/feeds/7498531377161567242/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=2947763160793315809&amp;postID=7498531377161567242&amp;isPopup=true' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2947763160793315809/posts/default/7498531377161567242'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2947763160793315809/posts/default/7498531377161567242'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://shinjiclub.blogspot.com/2009_12_01_archive.html#7498531377161567242' title='บทที่ 20-ดาวดวงนั้น'/><author><name>เปิ้ลซัง ศิษย์มิตซูโอะ</name><uri>http://www.blogger.com/profile/05876559150619818157</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='29' height='32' src='http://4.bp.blogspot.com/_aoWh2-f7o2Q/Sp0BQpXydQI/AAAAAAAAAGE/-BuLt2NCpYs/S220/Picture+148.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-2947763160793315809.post-1419294512482691768</id><published>2009-12-18T18:38:00.003+07:00</published><updated>2009-12-18T18:54:58.975+07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='เพลงรักหิมาลัย'/><title type='text'>บทที่ 19-หัวใจว่างเปล่า</title><content type='html'>&lt;span style="color:#000099;"&gt;“มุกจ๋า…”&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ว่าไง”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ นีม่า ขอโทษ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ขอโทษ ทำไมจ้ะ เราเพื่อนกันนะ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“นีม่าไม่ตั้งใจจะปิดบังหรอก เพียงแต่ว่า…”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ไม่เป็นไรหรอกน่า อย่าคิดมากสิ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สองสาวกำลังนั่งเคียงกันอยู่บนม้านั่งยาว ในสวนเล็กๆ ที่เต็มไปด้วยแมกไม้นานาพันธุ์ ที่อยู่ทางด้านหลังตึกของผู้ป่วย เป็นสถานที่สำหรับญาติผู้ป่วย รวมไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ถึงผู้ป่วยบางส่วนได้มาสัมผัสอากาศสดชื่น และกลิ่นระรวยของพรรณไม้ ดูเหมือนสีเขียวสดของต้นไม้จะช่วยสร้างความชุ่มชื้น และคลายอาการทุกข์เศร้าได้อย่างน่าประหลาด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นีม่า หันไปมองเพื่อนที่นั่งอยู่เคียงข้าง เสี้ยวหน้าของมุกดาที่เห็นดูสวยงาม ใบหน้าเรียวยาวนั้นดูสงบเย็นกว่าทุกครั้ง คิ้วเข้ม ริมฝีปากอวบอิ่มได้รูป แล้วไหนยังจะดวงตาที่มีชีวิตชีวานั่นอีก ภายใต้บุคคลิกอันแสนจะร่าเริง เข้มแข็ง ดูเหมือนจะแฝงความอ่อนโยน ความว้าเหว่เอาไว้อย่างลึกๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ยิ่งมองขอบตาช้ำนั่นด้วยแล้ว หญิงสาวจากดัลวายิ่งแน่ใจ เพื่อนสาวคนนี้ที่ไม่คบหาเพื่อนชายคนใดในมหาวิทยาลัยเป็นแฟนเลย ก็เพราะหัวใจได้ผูกพันกับใครบางคนเสียแล้วนี่เอง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ถึงจะปากแข็งอย่างไรแต่อาการมันฟ้องเสียเหลือเกินนี่ เพื่อนฉัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“พูดไปแล้ว มุกน่าจะคิดได้นะ เพราะคุณเช เอ๊ย เจ้าชายโดร์เชนะ ดูสง่างาม น่าเกรงขามออกอย่างนั้น” มุกดา พูดขึ้นลอยๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“เจ้าชายเองก็ไม่ทรงต้องการปิดบังอะไร แต่ด้วยเหตุผลของความปลอดภัย และความเป็นส่วนตัว และที่สำคัญไม่ทรงแน่ใจว่าพี่เกด…”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“จะรับได้หรือไม่ อย่างนั้นหรือ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นีม่า ไม่รู้จะทำอย่างไรนอกจากหน้าพยักหน้ารับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“มุกพอจะรู้ใจพี่เกดดี คนอย่างพี่เกด เห็นเรียบร้อย อ่อนหวานอย่างนั้นเถอะ บทจะแข็งก็แข็งขึ้นมาชนิดกลัวใจ พี่สาวของมุกไม่มีอะไรขัดข้องที่จะสานสัมพันธ์กับเจ้าชายของนีม่าหรอก มีสิ่งเดียวที่อาจจะเป็นอุปสรรค”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ความแตกต่างทางชนชั้นอย่างนั้นหรือ…”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ก็อาจจะใช่จ้ะ พี่เกดรักศักดิ์ศรีของตัวเอง หลังจากเรียนจบแล้วเข้าทำงานหาเงินได้ พี่เกดก็ยืนหยัดด้วยตัวเองมาตลอด หาเงินเลี้ยงตัวเองแล้วก็ครอบครัว และถ้าพี่เกดจะรักใครก็ย่อมหมายความว่า พร้อมจะร่วมทุกข์ร่วมสุขไปกับเขา แต่คงไม่อยากจะมีชีวิตที่ต้องพึ่งพาผู้ชายไปตลอด ยิ่งเป็นรักที่ต่างชนชั้นอย่าง นี้ด้วยแล้ว”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มุกดาหลับตาลงครั้งหนึ่ง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“พี่เกดรักพ่อ รักน้าเยาว์ แล้วก็เอ็นดูมุกมากๆ ถึงจะเป็นลูกคนละแม่ก็เถอะ ยังนึกภาพไม่ออกว่า พี่เกดจะยอมไปอยู่ที่ดัลวา แล้วทิ้งคนอื่นอยู่ที่นี่หรือ ยังไงกันดี”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นีม่า ต้องถอนหายใจออกมาอีกครั้ง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“เจ้าชายโดร์เชก็ทรงทราบ จึงไม่ต้องการเปิดเผยฐานะ เพราะต้องการให้พี่เกดรับรู้ถึงความจริงใจยังไงเล่า”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“นั่นสิ โอ๊ย แค่คิดก็ปวดหัวแทนแล้ว มุกไม่เอาละ เลิกคิดๆ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นีม่า หัวเราะออกมาเบาๆ เมื่อเห็น “มุก” คนเดิมที่แสนร่าเริง และมีชีวิตชีวากลับมาแล้ว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“เราจะช่วยพวกเขายังไงดี”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มุกดาส่ายหน้าไปมา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“อย่าว่าแต่พวกเราเลย มุกเดาเอาว่า ตัวพี่เกดเองก็คงไม่รู้จะทำยังไงเหมือนกัน”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“เจ้าชายโดร์เชก็ทรงห่วง ห่วงอย่างมากด้วย”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ในนาทีนี้ เวลานี้ หญิงสาวทั้ง 2 คนแน่ใจแล้วว่า รัชทายาททรงห่วงใย เพราะความรักนั่นเอง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#000099;"&gt;พระอาทิตย์กำลังใกล้จะลาลับขอบฟ้าแล้ว&lt;/span&gt; เมื่อทั้งสองก้าวเข้ามาในห้องเรียนแล้วมานั่งเคียงข้างกันอยู่ตรงโต๊ะริมหน้าต่าง ห้องเรียนกว้าง โล่ง เรียงรายไปด้วยโต๊ะไม้ กระดานดำแผ่นใหญ่เต็มไปด้วยตัวเลข และตัวหนังสือจากชอล์กสีขาว โต๊ะที่นั่งครูทางด้านหน้ามีสมุดเรียนกองสุมอยู่อย่างไร้ระเบียบ ใกล้ๆ กันนั้นมีดอกไม้แห้งเหี่ยวในแจกันสีเทาหม่นวางอยู่อย่างหงอยเหงา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เกดนั่งอยู่ริมหน้าต่าง ผมปลิวไสวไปมาตามแรงลม มองออกไปเห็นขบวนรถไฟส่งเสียงหวูดอยู่บนสะพานเหล็กเส้นที่ทอดยาวเหนือแม่น้ำใหญ่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“เมื่อหลายปีก่อน เกดนั่งอยู่ตรงนี้ และเพื่อนๆ ก็รายล้อมอยู่รอบห้อง จะเรียนหนังสือ เล่นกีฬา แอบกินขนมในห้องเรียน สุมหัวคุย มีแต่รอยยิ้ม เสียงหัวเราะเป็นความสุขที่ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ปีก็ยังเต็มตื้นอยู่ในหัวอก”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ใครบอก เสียงดุของครูก็มี อย่าลืมสิ” ชายหนุ่มทักท้วง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ไม่ลืมหรอกน่า แต่เกดรู้สึกว่าเป็นช่วงเวลาที่สุขมากกว่าเศร้าอยู่ดีนั่นแหละ คิดแล้วก็น่าใจหาย ช่วงเวลาแห่งความสุขทำไมถึงได้ผ่านไปเร็วนักนะ อย่างที่เคยบอกไง ถ้าเลือกได้เกดอยากย้อนกลับไปอยู่ตอนที่เรียนหนังสืออยู่ที่นี่ สนุกไปวันๆ ไม่ต้องดิ้นรน ตะเกียกตะกายอย่างทุกวันนี้ รู้สึกว่าชีวิตทุกวันนี้ทำไปแล้วมีแต่เหน็ดเหนื่อย เจอแต่เรื่องทุกข์ใจ จริงๆ นะ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เกดพูดพลางเอามือลูบโต๊ะนักเรียนที่อยู่ตรงหน้าอย่างแผ่วเบา แล้วหลับตาราวกับต้องการให้เวลาเก่าเก็บผุดพรายขึ้นมา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“นี่เป็นโต๊ะเรียนตัวเก่าที่เราเคยเรียนหรือเปล่านะ อยากรู้จัง”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ไม่หรอก ดูจากรูปทรง เนื้อไม้ก็รู้ มันไม่ใช่โต๊ะของเราอีกต่อไปแล้ว เวลามันผ่านไปนานมากแล้วเกด ไม่มีอะไรเหมือนเดิมอีกต่อไป ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;น้ำเสียงอันเครือเศร้าของเพื่อนชายคนสนิท ทำให้หญิงสาวต้องลืมตาขึ้นมอง นึกแปลกใจอยู่ครามครัน มีอะไรอยู่ในใจของเพื่อนคนนี้กันหนอ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นี่วินกำลังจะบอกว่า วันคืนเหล่านั้นผ่านไปแล้ว จะไม่มีวันหวนกลับคืนมาอีกอย่างนั้นหรือ หญิงสาวคิดอยู่ในใจ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ชวนเกดมาเยี่ยมโรงเรียนเก่า แล้วยังขออนุญาติครูเวรขึ้นมาดูที่ห้องเรียนนี่อีก มีอะไรหรือเปล่า ถามหน่อย”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ไม่รู้สิ จู่ๆ ก็นึกถึงความหลังขึ้นมาเสียอย่างนั้นแหละ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วินตอบ แล้วลุกขึ้นแล้วเดินไปทางหน้าห้องเรียน แล้วนั่งลงตรงขอบหน้าต่างๆ มองออกไปที่ม่านฟ้าทางด้านนอก ลมพัดหน้าต่างบานเก่าแก่เสียงดังออดแอดมันเป็นเสียงของความเงียบเหงาที่แสนจะคุ้นเคยนัก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แล้วชายหนุ่มก็พูดขึ้นโดยไม่หันมา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“เรื่องที่เกดเล่ามา เรื่องที่คุณชายกลายเป็นเจ้าชายโดร์เช เราไม่รู้ว่ามันเป็นอย่างนั้นได้อย่างไร แล้วก็ยังนึกไม่ออกว่าจะมีทางออกในเรื่องนี้อย่างไร แต่ที่บอกได้อย่างหนึ่งก็คือ เกดต้องถามใจตัวเองให้ได้เสียก่อน เป็นลำดับแรก ความทุกข์ทรมานในจิตใจของตัวเองเป็นเพราะอะไรกันแน่”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หญิงสาวนิ่งเงียบ มองไปยังแผ่นหลังของวินที่นั่งนิ่งเหมือนรูปปั้นอยู่ตรงขอบหน้าต่างนั่น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ดูสิ ห้องนี้ มันเป็นสถานที่ของพวกเรามานานหลายปีก็จริง แต่มันมีอะไรที่คงที่บ้างเล่า เราเรียนที่นี่แล้วก็จบออกไป แล้วก็ยังมานั่งโหยหาถึงคืนวันเก่าๆ กันอยู่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ต่อไปเด็กรุ่นน้อง รุ่นลูก รุ่นหลาน ก็ต้องเข้ามาเรียนที่นี่ จากไป แล้วก็อาจอยากหาเวลามาคะนึงถึงวันแห่งความสุขเหมือนพวกเราเหมือนกัน ใช่มั๊ยเกด”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ชายหนุ่มลุกขึ้นแล้วเดินไปที่กระดานดำเบื้องหน้า เอามือลูบแผ่นกระดานแล้วพูดโดยไม่หันหน้ากลับมา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“วันที่เป็นอดีตย่อมสวยงามเสมอ แต่เราไม่สามารถมีชีวิตติดอยู่กับอดีตได้ตลอดไป ไม่ว่าจะมีอะไรรออยู่ข้างหน้า เกดก็ต้องก้าวข้ามไปให้ได้”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เกดมองแผ่นหลังของเพื่อนชายอยู่เงียบๆ แค่คำพูดไม่กี่ประโยค ท่ามกลางอดีตที่แสนคุ้นเคย หัวใจที่เบาโหวง สิ้นเรี่ยวแรงเมื่อตอนเช้าคลายไปได้อย่างไรก็ไม่รู้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ทั้งๆ ที่ยังไม่รู้ว่าจะจัดการกับปัญหาหัวใจของตัวเองได้อย่างไรด้วยซ้ำ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วินจ๋า ทำไมฉันถึงไม่รักเธอเหมือนหญิงสาวรักชายหนุ่มนะ ถ้าเป็นอย่างนั้นฉันคงไม่ทรมานอย่างนี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เกดบอกกับตัวเองในใจ แล้วน้ำตาก็พรูมาอาบแก้ม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#000099;"&gt;ท้องฟ้าใกล้จะมืดแล้ว&lt;/span&gt; ในขณะที่ทั้งสองคนเดินออกจากโรงเรียนเก่าไปตามถนนสายเล็กๆ โดยมีมอเตอร์ไซค์ 2-3 คันวิ่งโฉบเฉี่ยวไปมา ลมเย็นๆ พัดมาจน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หญิงสาวต้องเอามือกอดอกเพื่อเพิ่มความอบอุ่น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“อากาศเริ่มเย็นแล้วนะเนี่ย ดูคล้ายฝนจะตกด้วย”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ชายหนุ่มเงยหน้ามองฟ้า พลางเอามือซุกที่กระเป๋ากางเกงทั้งสองข้าง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ฤดูร้อนปีนี้แปลกนะ ฝนตกอยู่เรื่อย ว่ามั้ยเกด”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ฮื่อ คงงั้น”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ตอบคำแล้ว หญิงสาวก็เหลียวไปมองถนนทางด้านหลังที่กลืนไปกับความมืด และมีไฟวอมแวมบนรั้วบ้านหลายแห่งส่องออกมา ตึกแถวเก่าคร่ำคร่าที่ขายของชำจิปาถะมาตั้งแต่เช้าก็ดึงประตูเหล็กปิดงับเอาไว้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แล้วความอ้างว้าง ความหงอยเหงาก็จู่โจมเข้ามา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เกดเอามือป้ายน้ำตา ที่อยู่ดีๆ ก็ไหลซึมนองแก้ม นึกแปลกใจตัวเองอยู่เหมือนกัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;บุษบาเอ๋ยบุษบา กลายเป็นสาวเจ้าน้ำตาไปเมื่อไหร่กันนี่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“เป็นอะไรไปหรือเปล่า เกด” วินหันหน้ามาถาม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หญิงสาวเอามือขยี้ตา แล้วพยายามฝืนยิ้ม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“เปล่าน่า เดินไปเถอะ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ชายหนุ่มพยักหน้า เดินนำต่อไป จนลัดเลาะออกจากซอยแคบแห่งนั้น แล้วมาหยุดยืนรออยู่ที่สี่แยกที่ขณะนี้มีรถราวิ่งไปมาอย่างพลุกพล่านบนถนน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วินหันไปมองเพื่อนสาวอย่างห่วงใย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“นี่ก็ค่ำแล้ว เดี๋ยวเราไปส่งที่บ้าน แต่ขอแวะไปที่โรงพยาบาลก่อน”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หญิงสาวส่ายหน้า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ไม่ต้องดีกว่าวิน วันนี้เกดขอกลับบ้านเองเถอะ ไม่มีอะไรแล้วละ เกดสบายใจขึ้นมาก”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ชายหนุ่มมองหน้าเพื่อนอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนตัดสินใจพูด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ค่อยๆ คิดไปนะ เราอยากให้เกด ลองถอดความเป็นเจ้าชายโดร์เชออก แล้วถามตัวเองว่า รู้สึกยังไงกับผู้ชายคนนั้น เปิดโอกาสให้หัวใจตัวเองได้พูด อย่าปิดบังความรู้สึกของตัวเองต่อไปอีกเลย” วินพูดไปแล้วก็รับรู้ในทันทีว่าเสียงตัวเองนั้นช่างสั่น ภายในใจก็สั่นไหวตามไปด้วย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เกดพยักหน้ารับรู้ โบกมือให้วินแล้วเดินมุ่งตรงไปทางขวามือ ในขณะที่ชายหนุ่มโบกมือตอบแล้วยืนมองจนร่างนั้นกลืนหายไปกับความมืด แล้วจึงก้าวเดินตามลำพังข้ามทางม้าลายมุ่งตรงสู่ที่ตั้งของโรงพยาบาลที่อยู่ห่างไม่ไกล&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ท้องฟ้ามืดสนิทแล้ว แต่ความรู้สึกภายในของชายหนุ่มดูจะมืดมนเสียยิ่งกว่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#000099;"&gt;“แม่จ๋าตอนนี้อยู่ที่โรงพยาบาล&lt;/span&gt; วันนี้มุกขอนอนเป็นเพื่อนคุณยายต่ออีกวันนะ ไม่ต้องเป็นห่วง พรุ่งนี้คุณตาก็กลับบ้านได้แล้ว ฝากดูแลพี่เกดด้วยนะจ้ะ คือแบบว่า พี่เขามีเรื่องไม่สบายใจนิดหน่อย ไว้พรุ่งนี้มุกกลับไปแล้วจะเป็นไม้สองรับมือต่อเอง รักแม่ คิดถึงพ่อจ้า ปู๊นปู๊น”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มุกดาวางสายแล้วเก็บโทรศัพท์มือถือขนาดกระทัดรัดไว้ในกระเป๋ากระโปรง ก้าวเท้าผ่านประตูทางเข้าโรงพยาบาล ตัดเข้าสู่ตึกทางด้านหน้า ซึ่งเป็นอาคารตรวจโรคซึ่งถ้าเป็นช่วงเช้าจะเต็มไปด้วยผู้คนที่เจ็บป่วยมานั่งเข้าคิวรอเข้ารับการตรวจกันอย่างเนืองแน่น แต่ในยามค่ำเช่นนี้มีแต่ความว่างเปล่าบนม้านั่งยาวที่วางเรียงเป็นทิวแถว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่จะว่าอย่างนั้นก็ไม่ถูกนัก เมื่อหญิงสาวเดินเข้าไปใกล้บริเวณดังกล่าวพบเงาตะคุ่มของร่างหนึ่งนั่งอยู่ เอาศีรษะพิงเข้ากับพนักเก้าอี้ ในมือขวาถือขวดน้ำดื่มมือซ้ายที่ว่างเปล่าวางไว้ข้างตัวราวกับสิ้นเรี่ยวแรง แล้วมุกดาก็สะดุ้งขึ้นนิดหนึ่งเมื่อเห็นร่างนั้นได้อย่างเต็มตา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หญิงสาวเดินเข้าไปใกล้ แต่ร่างนั้นยังไม่ขยับ ดูเหมือนว่าจะเหน็ดเหนื่อยจนหลับไปไม่รู้ตัวเสียด้วยซ้ำ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มุกดาทรุดนั่งลงบนม้านั่งยาวแถวเดียวกัน แล้วมองใบหน้าด้านข้างนั้น ชายหนุ่มหลับตาพริ้ม คิ้วขมวด ทำให้หญิงสาวนึกถึงภาพเก่าเก็บที่ผ่านมานานแสนนาน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ภาพที่ชายหนุ่มตรงหน้ายิ้มแย้ม หัวเราะ บางทีทำสีหน้าเด๋อด๋า หรือไม่ก็ก้มหน้าจัดเรียงต้นไม้อย่างมีความสุขเสียเต็มประดา บางทีก็เป็นภาพชายหนุ่มเล่นกีตาร์โปร่งอยู่ในร้านต้นไม้อย่างเพลิดเพลิน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่ภาพที่ปรากฎต่อหน้าในขณะนี้ก็คือ ชายผู้ไร้สุข อมทุกข์ไว้ภายใน ไม่ใช่พี่วิน-ตาบ๊องคนเดิมที่มุกดารู้จักแม้แต่น้อย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แล้วชายหนุ่มก็สะดุ้งตื่นขึ้น ก่อนจะเหลียวมาพบหญิงสาวจ้องมองมา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“อ้าว มุก…”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วินยิ้มให้ มุกยิ้มตอบ ก่อนจะรู้สึกตัว เลยค้อนใส่ชายหนุ่มวงหนึ่ง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“หายไปซะนานเชียว นึกว่าไปไหน”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“พี่ขอโทษ พอดีเจอกับเกด…”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หญิงสาวพยักหน้ารับรู้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“พี่เกดคงรู้เรื่องนั้นแล้วสิท่า”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ฮื่อ…”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มุกดาถอนหายใจยาว ก่อนพูดเสียงขุ่น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“แล้วมาทำอะไรตรงนี้ยะคุณ มาแอบงีบหลับงั้นเหรอ ในห้องก็มีที่นอน”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ลืมตัวไปนะ รู้สึกมึนๆ แล้วก็เหนื่อย ก็มานั่งพักเล่นๆ เผลอหลับไปได้อย่างไรก็ไม่รู้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มุกดาเหลือบตามองเพื่อนรุ่นพี่ แล้วเห็นหลังที่ค้อมลง ดวงตาที่หมอง ยิ่งฟังน้ำเสียงด้วยแล้วรับรู้ได้ว่าคนพูดคงรู้สึกเหนื่อยจริงๆ คงจะเหนื่อยทั้งกายและใจสินะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“สงสารเกด…”วินพูดขึ้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หญิงสาวทำหน้ายุ่ง คิ้วขมวดขึ้นมา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“พี่วิน มุกว่าก่อนจะคิดสงสารคนอื่น สงสารตัวเองก่อนเถอะ พ่อคนใจบุญ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ชายหนุ่มหัวเราะขึ้นเบาๆ พูดอะไรไม่ออก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“มุกละไม่เข้าใจเลย ไม่เข้าใจจริงๆ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“อะไรอีกเล่า มุก”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“เชอะ…”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วิน ไม่ได้ถือสาอาการแง่งอนนั้น มุกดาคนนี้ดูจะแทงทะลุกลางใจของเขาได้ดีเกินกว่าที่คาดคิด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“พี่อยากคุยกับนีม่า…”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“อะไรนะ คุยกับนีม่าหรือ มีอะไรละ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ฮื่อ มีนิดหน่อย”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ทั้งสองสบตากันแว่บหนึ่ง แล้วมุกดาก็รับรู้ทันทีว่า ชายหนุ่มต้องการทำอะไรบางอย่างแน่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;บางทีอาจเกี่ยวกับเจ้าชายโดร์เช อะไรนั่นกระมัง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#000099;"&gt;เจ้าชายโดร์เชวางพระหัตถ์อยู่บนกระจกแผ่นใส&lt;/span&gt; ที่มองทะลุออกไปเห็นทิวทัศน์กรุงเทพฯได้อย่างแจ่มชัด เห็นตึกสูงมากมาย หลายรูปทรง หลายขนาด ตั้งตระหง่านราวกับจะแข่งขัน ประชันอวดความยิ่งใหญ่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่ถึงจะเป็นตึกใหญ่ที่ออกแบบได้งดงามเพียงไร แต่สำหรับรัชทายาทแห่งดัลวาแล้วรู้สึกว่า ตึกสูงเหล่านี้ช่างทื่อ แข็ง ไร้ชีวิต เทียบไม่ได้กับแม่น้ำกว้างที่มองมาจากห้องพักในคอนโดมิเนียมที่เคยประทับอยู่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ขณะนี้ เจ้าชายโดร์เช ย้ายมาประทับอยู่ที่ห้องชั้นบนสุดของโรงแรมมีชื่อกลางใจเมือง เป็นห้องสีขาว ที่หรูหรา ตบแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์ที่สวยงาม ชุดรับแขกโต๊ะทานอาหาร หรือโต๊ะทำงาน ถูกจัดเข้าชุดได้อย่างกลมกลืน นี่ยังไม่รวมห้องนอนที่สวยงาม มีระดับอีกต่างหาก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เป็นห้องพักที่ถูกตระเตรียมไว้อย่างสมเกียรติรัชทายาทหนุ่มแห่งดัลวาอย่างไม่ต้องสงสัย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่สำหรับเจ้าชายโดร์เชแล้ว ไม่มีความคุ้มชินกับห้องพักชั้นเลิศของโรงแรมระดับ 5 ดาวแห่งนี้แม้แต่น้อย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แม้จะเป็นพระโอรสองค์เดียวของกษัตริย์เดเช็นแห่งดัลวา แต่เจ้าชายก็ถูกสอนมาเป็นอย่างดี ให้ดำเนินชีวิตเรียบง่ายเหมือนสามัญชนทั่วไป แม้แต่ห้องบรรทมในราชวังดาร์ลัม ว่าไปแล้วก็ดูจะเป็นรองโรงแรมหรูแห่งนี้ด้วยซ้ำไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;กระทั่งเมื่อตอนมาเสด็จเข้าศึกษาที่ประเทศไทยยามเยาว์วัยเมื่อหลายปีก่อนนั้น ก็ดำเนินชีวิตเหมือนคนธรรมดาสามัญ ดูแลพระองค์ด้วยตัวเอง แม้แต่ที่ประทับก็เป็นห้องเล็กๆ ในหอพักของโรงเรียน ไม่เคยใช้อภิสิทธิ์พิเศษความเป็น “เจ้าชาย” แต่อย่างใด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ชีวิตที่ไม่เคยแปลกแยก ผิดแผกกับเพื่อนนักเรียนคนอื่นในโรงเรียน เป็นเหมือนเด็กผู้ชายทั่วไป ทำให้เมื่อยามพระเยาว์ เป็นช่วงที่เจ้าชายโดร์เช มีความสุขอย่างที่สุด นั่นเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ผูกพันกับประเทศไทยราวกับบ้านที่สองของตัวเอง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่ในตอนนี้ ที่หน้าประตูของห้องพักที่ทรงประทับอยู่ มีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยไม่ต่ำกว่า 5 คน ผลัดกันยืนอารักขาอยู่ทางด้านนอกแทบจะ 24 ชั่วโมง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ไม่อนุญาติให้ใครผ่านเข้าออกได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;รัชทายาทหนุ่มก้มลงมองตัวเอง ซึ่งในขณะนี้กลับไปอยู่ในชุดพื้นเมืองของดัลวา เป็นเสื้อสีเทาเนื้อดีแขนยาวจนถึงข้อมือ และมีเสื้อคลุมสั้นสีแดงดั่งเลือดนกสวมทับไว้อีกชั้น ที่เอวรัดไว้ด้วยเข็มขัดผ้า สวมถุงเท้ายาวถึงเข่า แถมยังสะพายผ้าสีเหลืองคล้องไว้ที่ไหล่ ส่วนบนพระศอสวมลูกประคำสีดำไว้เช่นเดิม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ที่ต้องแต่งองค์อย่างนี้ก็เพราะ เพิ่งต้อนรับแขกผู้มีเกียรติ ที่มาเข้าเฝ้ารัชทายาทหนุ่มแห่งดัลวาเมื่อตอนหัวค่ำ ซึ่งดูเหมือนจะมีไม่หยุดหย่อนนับตั้งแต่ข่าวการเสด็จมาประทับที่เมืองไทยเผยแพร่ออกไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นี่ยังไม่นับรวมกับการที่จะต้องประทานสัมภาษณ์ให้กับหนังสือพิมพ์ นิตยสารชื่อดังอีกหลายฉบับวันแล้ววันเล่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เป็นสิ่งที่เจ้าชายโดร์เช ไม่สบพระทัยเท่าใดนัก ทุกสิ่งไม่เป็นไปอย่างที่ทรงคาดคิดไว้เลย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;องค์รัชทายาทเหลือบมองนาฬิกาแขวนเรือนงามบนผนังห้อง เป็นเวลา 4 ทุ่มกว่าแล้ว แต่พระองค์ไม่ต้องการทรงบรรทม เพราะหลับพระเนตรลงทีไร ภาพของเด็กสาวในชุดนักเรียน สวมแว่นตา และรอยยิ้มใสกระจ่างก็จะผุดพรายขึ้นมา แล้วจากนั้นก็จะตามมาด้วยดวงตาอันตัดพ้อ และเสียงพูดๆ อันสั่นเครือว่า “&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พระองค์ ทรงหลอกหลวงหม่อมฉัน”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ฝันร้ายเยี่ยงนี้ตามหลอกหลอนมาหลายคืนแล้ว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เจ้าชายโดร์เช ทรงรับรู้ถึงความทรมานภายในพระทัย พลางนึกไปถึงผู้หญิงคนนั้น จะเป็นอย่างไรบ้าง รู้สึกอย่างไรกับความจริงที่ปรากฎออกมา คงโกรธแค้นขัดเคือง เป็นแน่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่การปิดบังเหล่านี้ ไม่ได้มีเจตนาเคลือบแฝงอะไรทั้งสิ้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เจ้าชายคิดถึงเกด หญิงสาวที่สวย อ่อนหวาน ชาญฉลาด คิดถึงอย่างทรมาน นับตั้งแต่เคยพบหน้าครั้งแรกเมื่อหลายปีก่อน คิดถึงเหลือเกิน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ดูเอาเถอะ แค่ได้เรียกชื่อเธอในใจก็มีความสุขแล้ว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เจ้าชายโดร์โชหลับตาลงแล้วก็นึกถึงชีวิตของตัวเอง หลังจากจบการศึกษา พระองค์ก็ทรงทุ่มเทให้กับบ้านเมือง เพราะทรงต้องการการแบ่งเบาภาระจากพระบิดาที่ทรงงานหนักมาหลายปี ดัลวา เป็นประเทศเล็กๆ ประชาชนส่วนใหญ่ยังยากจน จึงมีภาระกิจที่ต้องทรงทำมากมาย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แน่ละ-การละทิ้งจากหน้าที่ของรัชทายาทแห่งดัลวา เพื่อมาตามหาผู้หญิงคนหนึ่งในดินแดนห่างไกลออกจะไม่เหมาะสมนัก แต่จะทำได้อย่างไรเล่า ความอ้างว้าง และอาลัยหาตั้งแต่ครั้งอดีตยังคงทรงรบกวนพระทัยมาตลอด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;และเมื่อมีโอกาสพบหญิงสาวในฝันของพระองค์ ได้ทำความรู้จักนานนับเดือน เรียนรู้ซึ่งกันและกัน เจ้าชายโดร์เชทรงค้นพบแล้วว่า สิ่งที่ทำให้มีพลัง ที่จะก้าวเดินไปข้างหน้าคือใครและอะไร&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มีเพียงคนเดียวเท่านั้น คนเดียวเท่านั้นจริงๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เจ้าชายโดร์เช หลับพระเนตรลง พลางเอามือเกาะกุมที่ลูกประคำบนพระศอ พระทัยเต้นแรงระหว่างพร่ำภาวนา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ข้าไม่ต้องการอะไรอีกแล้ว ต้องการเพียงโอกาสที่จะอธิบายทุกสิ่งทุกอย่าง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ต้องการเพียงแค่นั้นจริงๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เป็นความปรารถนาที่สมถะยิ่งของรัชทายาทหนุ่มแห่งดัลวา&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/2947763160793315809-1419294512482691768?l=shinjiclub.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://shinjiclub.blogspot.com/feeds/1419294512482691768/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=2947763160793315809&amp;postID=1419294512482691768&amp;isPopup=true' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2947763160793315809/posts/default/1419294512482691768'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2947763160793315809/posts/default/1419294512482691768'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://shinjiclub.blogspot.com/2009_12_01_archive.html#1419294512482691768' title='บทที่ 19-หัวใจว่างเปล่า'/><author><name>เปิ้ลซัง ศิษย์มิตซูโอะ</name><uri>http://www.blogger.com/profile/05876559150619818157</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='29' height='32' src='http://4.bp.blogspot.com/_aoWh2-f7o2Q/Sp0BQpXydQI/AAAAAAAAAGE/-BuLt2NCpYs/S220/Picture+148.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-2947763160793315809.post-3227719559423009538</id><published>2009-12-13T20:54:00.003+07:00</published><updated>2009-12-13T21:05:42.297+07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='เพลงรักหิมาลัย'/><title type='text'>บทที่ 18-ความปวดร้าว</title><content type='html'>&lt;span style="color:#000099;"&gt;เกด ตื่นแต่เช้า&lt;/span&gt; โทรศัพท์ไปลางาน แล้วลงมาทานอาหารเช้าร่วมกับพ่อและแม่เลี้ยงด้วยอาการเหงาหงอย ยิ่งไม่มีมุกดา น้องสาวต่างมารดามานั่งร่วมวงด้วยแล้ว หญิงสาวยิ่งรู้สึกโหย แห้งแล้งอยู่ภายใน ทานข้าวต้มได้เพียงครึ่งถ้วยก็ต้องขอตัว ท่ามกลางความมึนงงของพ่อและน้าเยาว์ ที่เห็นหญิงสาวเงียบขรึมกว่าที่เคย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เกดออกมาเรียกแท็กซี่ที่ปากซอย เช้านี้เมฆบนท้องฟ้าเป็นสีเทา ยิ่งทำให้รู้สึกเศร้ามากยิ่งขึ้น สายตาเหม่อมองออกไปทางหน้าต่างรถ แต่เต็มไปด้วยความรู้สึกว่างเปล่า เบาโหวงในหัวอก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;รถผ่านสี่แยก 3-4 แยกโดยรถไม่ติดมากนัก ก่อนที่รถจะมาชะลอตัวตรงสะพานข้ามแม่น้ำที่มีรถวิ่งเป็นแพยาวทั้งสองฝั่ง คนขับแท็กซี่ที่เป็นชายวัยราว 50&lt;br /&gt;เศษพยายามชวนคุยฆ่าเวลา แต่หญิงสาวนิ่งเงียบ ริมฝีปากเม้มสนิท โกรธหรือ ไม่น่าจะเป็นอย่างนั้น พูดให้ถูกน่าจะเรียกว่าผิดหวังมากกว่า แต่ผิดหวังเรื่อง&lt;br /&gt;อะไรเล่า นั่นสิ บอกไม่ถูกเหมือนกัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผิดหวังที่ “คุณเช” กลายเป็น “เจ้าชายโดร์เช” รัชทายาทแห่งดัลวา อย่างนั้นหรือ ก็ทำไมเล่าเป็น “เจ้าชายโดร์เช” แล้วเป็นอย่างไร ก็นึกฝันมาตลอดไม่ใช่หรือที่อยากจะได้เจอกับเจ้าชายในฝัน ยายโง่เอ๊ย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จะว่าผิดหวังที่โดนหลอกลวงก็ไม่เชิงนัก นึกย้อนเหตุการณ์ที่ผ่านมา มีหลายครั้งที่ “คุณเช” คล้ายๆ จะเผยความนัยอะไรหลายอย่าง โดยเฉพาะหนล่าสุดนี่ “&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คุณเช” ก็บอกไม่ใช่หรือ สามารถพาเข้าไปในพระราชวังดาร์ลัม ได้นะ คนธรรมดาที่ไหนจะมีอำนาจทำได้อย่างนั้น ใช่มั๊ย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ถ้าจะโกรธ น้อยใจ ผิดหวัง ก็ควรผิดหวังที่ตัวเองโง่ เซ่อ ตาบอดเสียมากกว่าละมั๊ง เกดบอกกับตัวเอง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หญิงสาวไม่อยากนึกหาคำตอบอะไรอีกต่อไปแล้ว จากนี้ไปความสัมพันธ์กับคุณเชเล่าจะเป็นอย่างไรต่อไป แต่เอ ที่ถูกควรจะเรียกว่าอย่างไรฝ่าบาท ใช่มั๊ยนะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แล้วจะเรียกตัวเองว่าอย่างไร หม่อมฉันสินะ หม่อมฉันขอประทานอภัยเพคะ ฝ่าบาท&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;โธ่เอ๊ย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“คุณครับ…” เสียงโชเฟอร์แท็กซี่ร้องขึ้นเบาๆ ปลุกให้หญิงสาวตื่นจากภวังค์ แลเห็นป้ายชื่อโรงพยาบาลตั้งเด่นหราอยู่เบื้องหน้า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ถึงโรงพยาบาลแล้วครับ คุณ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เกดพยักหน้ารับรู้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ในวินาทีแห่งความสับสน ยุ่งเหยิง มีความร้อนรุ่มในหัวอก หญิงสาวไม่นึกถึงใครอื่นเลย มีเพียงคนเดียวเท่านั้นที่สามารถยึดเป็นที่พึ่งได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เหมือนที่เคยเป็นมานั่นแหละ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#000099;"&gt;ตลอดบ่าย วิน วุ่นอยู่ในร้านต้นไม้เล็กๆ&lt;/span&gt; ของตัวเอง จัดเรียงกระถางต้นไม้ให้เป็นระเบียบ รดน้ำ ตบแต่งกิ่ง ทำความสะอาดทั่วบริเวณร้าน ระหว่างนั้นก็โทรหา&lt;br /&gt;มุกดาที่นอนเป็นเพื่อนแม่แก่ ก่อนจะแจ้งถึงอาการป่วยของพ่อแก่ ที่คาดว่าไม่เกิน 2 วันก็น่าจะกลับไปพักที่บ้านได้เหมือนเดิมแล้ว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แน่ละ-ชายหนุ่มพยายามโทรติดต่อเกดด้วย แต่ก็น่าแปลกที่โทรศัพท์มือถือของเพื่อนสาวปิดอยู่ โทรไปที่บ้านน้าเยาว์ก็บอกว่า ออกไปจากบ้านแต่เช้าแล้ว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;บอกแต่ว่า ลางาน เพราะวันนี้มีธุระบางอย่างต้องทำ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ชายหนุ่มรับทราบด้วยหัวใจที่เบาโหวง บางทีเกดอาจจะออกไปไหนกับ “คุณเช” ก็ได้มั๊ง คงไม่มีอะไรที่น่าห่วงอีกต่อไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วินรู้สึกใจหาย ดูเหมือนทุกอย่างเริ่มจะชัดเจนยิ่งขึ้น แต่จะทำได้อย่างไรเล่า พรหมลิขิต โชคชะตา หรืออะไรที่เกิดขึ้น ไม่มีอะไรที่เขาจะฉุดรั้ง ดึงดันได้อีกต่อไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คงจะต้องปล่อยวาง ให้มันเป็นไปอย่างที่ควรจะเป็นเท่านั้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เสร็จงานในร้านต้นไม้ จนแน่ใจว่าจะสามารถเปิดร้านขายได้ปกติในสุดสัปดาห์นี้แล้ว ชายหนุ่มก็เดินไปขึ้นรถเมล์ตรงป้ายจอดรถประจำทางที่อยู่ห่างจากร้านไปไม่ไกลนัก รอไม่ถึง 5 นาทีรถเมล์สายที่นำเขาสู่โรงพยาบาลก็เข้ามาเทียบ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คนในรถบางตา จึงมีเก้าอี้ว่างเพียงพอที่จะทำให้วินเลือกนั่งได้อย่างสบาย เขาเลือกนั่งริมหน้าต่าง และหันไปมองวิวทิวทัศน์นอกรถด้วยอาการเลื่อนลอย รู้สึก&lt;br /&gt;เหนื่อยอย่างบอกไม่ถูก รถเมล์เคลื่อนไปอย่างช้าๆ และแทบจะจอดรถรับผู้โดยสารเกือบทุกป้าย รถบนถนนหนาแน่นเหมือนทุกวัน ถึงระยะทางจากร้านถึง&lt;br /&gt;โรงพยาบาลจะไม่ไกลกันนัก แต่ก็ใช้เวลาเดินทางอยู่นานโข&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วินก้าวเดินผ่านตึกหน้าของโรงพยาบาลที่เต็มไปด้วยผู้ป่วยที่มารอรับบัตรตรวจ ดูเหมือนจะมีความทุกข์ยาก ความเจ็บป่วยของผู้คนในเมืองหลวงเกิดขึ้นมาไม่หยุดหย่อน มีทั้งทุกข์กาย ทุกข์ใจ ตัวของเขาเองเล่า ก็เหมือนคนพวกนั้นนั่นแหละ ไม่ได้ผิดอะไรแม้แต่นิดเดียว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ชายหนุ่มตรงไปยังตึกผู้ป่วยทางด้านหลัง ไม่ช้าก็เดินมาถึงห้องป่วยที่พ่อแก่นอนอยู่ ก่อนจะผลักประตูเข้าไปอย่างแผ่วเบา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ภาพแรกที่เห็นก็คือ พ่อแก่ ในชุดคนไข้ไม่ได้นอนอยู่บนเตียงอย่างที่คาด แต่ยืนอยู่ตรงด้านขวาของหัวเตียง มองออกไปทางหน้าต่างห้องซึ่งจะเห็นทิวทัศน์เป็น&lt;br /&gt;ต้นไม้เขียวชะอุ่มละลานตาไปหมด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“พ่อแก่…”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“จุ๊จุ๊…” ชายชราเอ๊ดหลานชาย ก่อนทำหน้าบุ้ยใบ้ไปยังโซฟาที่อยู่เยื้องกับเตียงผู้ป่วย ซึ่งชายหนุ่มยึดเป็นที่นอนมาตั้งแต่เมื่อคืน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;โซฟาไม่ได้ว่างเปล่าอย่างที่ตอนเขาออกไป แต่มีร่างคนผู้หนึ่งนอนเหยียดยาว ดวงตาพริ้มหลับ ลมหายใจเข้าออกเป็นจังหวะอย่างสม่ำเสมอ และมีผ้าห่มผืนบางกองอยู่ตรงปลายเท้า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วินชะงักอยู่กับที่ เมื่อเห็นร่างหญิงสาวบนโซฟา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“หนูเกด มาตั้งแต่เช้า หลังที่ลูกออกไปไม่นาน แล้วก็นอนอยู่ตรงนี้นานแล้ว นัดกันไว้หรือเปล่า” พ่อแก่พูดเหมือนถาม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เขาได้แต่ส่ายหน้า แล้วก้มลงไปหยิบผ้าห่มผืนบางมาคลุมร่างที่หลับสนิทเพื่อเพิ่มความอบอุ่นให้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“อ้าว วิน มาแล้วเหรอ…”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เสียงทักของหญิงสาวทำให้ชายหนุ่มสะดุ้ง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“เกด ทำไม…” วินพูดด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก แล้วชายหนุ่มและหญิงสาวก็สบตากัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เกดเอานิ้วขยี้ตาตัวเองอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะหยัดร่างของตัวเองขึ้นจากเตียง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“กี่โมงแล้วเนี่ย หลับไปนานเชียว ชักหิวแล้วสิ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หญิงสาวบ่น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#000099;"&gt;“บะหมี่เกี๊ยวตรงหน้าโรงพยาบาลนี่ กินทีไรก็อร่อยทุกทีนะ”&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;“ฮื่อ คนแยะเหมือนเดิมด้วย”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ชื่อร้านก็ไม่มี แต่ผู้คนแห่แหนกันมากินอย่างกะแจกฟรีแนะ ว่ามั๊ยวิน”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“กินมาตั้งแต่ยังเรียนประถม ไม่เบื่ออีกเหรอ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เกดส่ายหน้า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ทั้งคู่พูดคุยระหว่างยืนรอไฟแดงข้ามถนนตรงสี่แยก ซึ่งถนนสองฝั่งมีรถติดยาวเป็นแพ มีกลุ่มนักศึกษาทั้งหญิงและชายยืนรอข้ามถนนอยู่ด้วยเช่นกัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แล้วหญิงสาวก็เหลียวมองไปรอบตัว ถอนหายใจยาว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ชีวิตของพวกเรานี่วนเวียนกันอยู่แถวนี้แหละนะ โรงเรียนเก่าก็อยู่ฝั่งโน้น โบสถ์ของเกด แล้วก็โรงพยาบาล สะพานข้ามแม่น้ำ บะหมี่ร้านเดิม แล้วก็โอ๊ย จิปาถะ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วินมองตรงไปข้างหน้าแล้วพูดขึ้นมา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“นึกยังไงเนี่ย มานั่งนึกถึงความหลัง แล้วนี่จะเดินไปไหนกัน แปลกๆ นะวันนิ้”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เกดไม่ได้ตอบ ก้าวเดินข้ามถนนเมื่อสัญญานไฟสว่างวาบขึ้นเป็นสีแดง ชายหนุ่มก้าวเดินตาม เดินข้ามถนนมาอีกฝั่งหนึ่งแล้ว หญิงสาวก็เดินนำทางเลี้ยวไปทางมุมขวาของถนน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ว่าไงละ จะไปไหน เกด”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หญิงสาวยังไม่ตอบ เดินดุ่มไปข้างหน้าก่อนเดินลัดเลาะเข้าซอยเล็กๆ เลยป้ายรถเมล์ไป ชายหนุ่มเดินตามไปเรื่อยๆ ไม่ถามอะไรออกมาอีกแล้ว ก็ซอยนี้แสนจะคุ้นเคยนัก เพราะเป็นที่ตั้งของโรงเรียนเก่าของพวกเขา และยังมีโบสถ์ที่เกดมาสวดมนต์ทุกสัปดาห์อีกด้วย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เดินด้วยกันมาครู่ใหญ่ ผ่านโรงเรียนเก่า โบสถ์ฝรั่งสีขาว แล้วเกดก็มาหยุดยืนอยู่หน้าป่าช้าฝรั่ง ที่ขณะนี้ประตูเปิดกว้างอยู่ ทางเข้าด้านหน้ามีพ่อค้าแม่ค้าเอาสินค้าทั้งของกิน ดอกไม้ มาตั้งวางเอาไว้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แล้ววินก็ถามขึ้นด้วยความสงสัย เมื่อเห็นหญิงสาวก้าวเดินผ่านประตูของป่าช้าเข้าไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“จะมาที่นี่เหรอ เกด”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หญิงสาวเบือนหน้ามาอย่างช้าๆ ลมเบาๆ พัดมาทำให้ผมยาวสลวยพลิ้วไหวไปมา วินเพิ่งสังเกตเห็นว่า สีหน้านั้นเผือดขาว ริมฝีปากบางนั้นสั่นระริก และในขณะนี้มีน้ำตานองใบหน้านั้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“มาเถอะ เกดคิดถึงแม่ คิดถึงเหลือเกิน”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#000099;"&gt;นีม่าก้าวลงจากรถแท็กซี่ด้วยอาการรีบเร่ง&lt;/span&gt; แล้วจึงเดินกึ่งวิ่งมาจนถึงทางด้านหน้าคอนโดหรูหราแห่งนั้น ก่อนจะหยุดชะงักเมื่อปราฎว่ามีชายฉกรรจ์ในชุดสูทสีเข้มราว 4-5 คนเดินวนเวียนอยู่รายรอบชั้นล่าง ผู้คนที่เดินผ่านเข้าออกถูกเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยขอตรวจกระเป๋าอย่างละเอียดละออกว่าทุกวัน และเยื้องกับคอนโดหรูหรามีรถตำรวจจอดอยู่อีก 2 คัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เป็นเหตุการณ์ที่ไม่ปกตินัก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หลังจากหญิงสาวเดินเข้าสู่ตัวตึก ปล่อยให้เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยตรวจดูกระเป๋าโดยละเอียด ทุกย่างก้าวผ่านสายตาของชายฉกรรจ์กลุ่มนั้นแล้ว จึงเห็นมูตา-พี่ชายคนเดียวยืนรอด้วยอาการกระสับกระส่ายอยู่ใกล้กับลิฟต์&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“พี่มูตา เกิดอะไร เกิดอะไรกับเจ้าชายหรือเปล่า” นีม่าถามออกไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มูตาไม่ได้พูดอะไร เข้ามาดึงมือน้องสาวตรงไปยังร้านกาแฟที่อยู่ใกล้กันนั้น ก่อนจะผลักเบาๆ ให้นีม่านั่งลง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ใจเย็นๆ นีม่า เจ้าชายทรงปลอดภัยดี อย่าเป็นห่วงเลย”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;กล่าวเสร็จแล้ว คนสนิทของเจ้าชายโดร์เชก็หันไปสั่งกาแฟจากบริกร แล้วสั่งชามะนาวให้น้องสาวที่กำลังจ้องมองมาอย่างคาดคั้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มูตาถอนหายใจ เหลือบตามองน้องสาวชั่วครู่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“เมื่อเช้านี้เอง มีหนังสือพิมพ์ยักษ์ใหญ่ของที่นี่ฉบับหนึ่งรายงานว่า รัชทายาทหนุ่มแห่งดัลวา เสด็จมาประทับอยู่ที่ประเทศไทย เป็นการเดินทางมาอย่างไม่เปิด&lt;br /&gt;เผย เชื่อว่าเป็นการพักผ่อนเป็นการส่วนพระองค์ ก่อนที่เจ้าชายโดร์เช จะเตรียมตัวขึ้นครองราชย์ต่อจากกษัติรย์เดเช็น ในอีกปี-สองปีข้างหน้า”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ตายละ พี่มูตา”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ชายร่างท้วมพยักหน้าหงึกหงัก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ในรายงานข่าวยังลงประวัติขององค์รัชทายาทอย่างละเอียดลออ รวมทั้งช่วงที่เสด็จมาศึกษาอยู่ที่นี่ในยามเยาว์วัยเมื่อหลายปีก่อนโน้น ยังฉายภาพพระฉายาลักษณ์ในหน้า 1 ของหนังสือพิมพ์ด้วยอีกต่างหาก นีม่าเอ๋ย เรื่องท่าจะไปกันใหญ่แล้ว”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หญิงสาวรู้สึกหัวใจตกวูบลง เอาหลังพิงเข้ากับพนักพิงเหมือนหมดแรงขึ้นมา นี่เป็นเรื่องที่ไม่เคยคิดไว้ก่อนเลย นีม่า หันไปมองรอบบริเวณร้าน และพบว่าบรรดาบริกรในร้านจับกลุ่มซุบซิบกันเป็นพัลวัน ในขณะที่แขกที่เข้ามาใช้บริการในร้านก็บางตากว่าทุกวัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ข่าวออกไปอย่างนี้ พี่ว่าคงอีกไม่นาน พวกหนังสือพิมพ์ ทีวี คงตามหาตัวเจ้าชายกันให้จ้าละหวั่น พวกนี้จมูกไวเสียด้วยสิ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“แล้วพวกชายฉกรรจ์พวกนี้คือใครกันพี่มูตา” นีม่าถามขึ้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“เป็นคนที่สถานทูตจัดหามานะสิ เพื่อมาอารักขาเจ้าชายโดยเฉพาะ แล้วยังมีเจ้าหน้าที่ตำรวจเฝ้าดูแลอยู่ภายนอกอีก คิดว่าเจ้าชายโดร์เช จะต้องย้ายออกจากที่นี่เพื่อย้ายไปอยู่ที่อื่นที่ปลอดภัยและสมพระเกียรติกว่านี้ วันสองวันนี่แหละ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นีม่าเห็นสีหน้าอันเต็มไปด้วยอาการปริวิตกของพี่ชายแล้วก็ได้แต่เห็นใจ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“เจ้าชายตรัสกับข้าว่า ให้โทรเรียกเจ้า รีบขึ้นไปเข้าเฝ้าเถิด พระองค์ขังตัวเองอยู่ในห้องนานแล้ว ไม่ทรงเสวยอาหารที่ข้าจัดเตรียมไว้เลยตั้งแต่เช้า”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ข้าเหรอ…” นีม่าอุทานขึ้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พี่ชายผงกศีรษะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ถ้าเดาไม่ผิด ก็คงเป็นเรื่องของผู้หญิงคนนั้นกระมัง”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นีม่าสะดุ้งขึ้นมาทันที&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ตายจริง ลืมนึกไปเลยพี่…”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#000099;"&gt;นีม่าเคาะประตูเป็นจังหวะ 3 ครั้ง&lt;/span&gt; ก่อนผลักเข้าไปในห้อง และพบว่ารัชทายาทหนุ่มแห่งดัลวายืนอยู่ตรงระเบียงทางด้านนอกของห้อง เอาแผ่นหลังผิงเข้ากับผนังด้านหนึ่ง สายตาทอดยาวมองไปที่แม่น้ำใหญ่ และแผ่นฟ้ากว้างเบื้องหน้านั้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ทรงทอดพระเนตรแม่น้ำนั่นอีกแล้วเพคะ ทรงประทับใจมากถึงขนาดไม่เสวยเลยหรือเพคะ” นีม่าถามด้วยน้ำเสียงยิ้มแย้ม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เจ้าชายโดร์เช หันพระพักตร์มา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“นีม่า ดีใจที่เจ้ามาได้ มาเถอะ มาชมแม่น้ำตรงนี้กัน”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ทอดพระเนตรทุกวันไม่ทรงเบื่อบ้างหรือไง”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;รัชทายาทหนุ่มส่ายพระพักตร์ไปมา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ไม่เบื่อเลย แต่หลังจากวันนี้ไป ข้าอาจจะไม่ได้มายืนชมทิวทัศน์งดงามอย่างนี้อีกต่อไปแล้วก็เป็นได้ มูตาคงบอกเจ้าแล้ว”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หญิงสาวเอามือสองข้างกุมที่ราวระเบียงไว้ หลับตาลง พลางสูดหายใจยาว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“หม่อมฉันเห็นด้วยเพคะ ประเทศไทยมีทิวทัศน์ที่สวยงามมากมาย แม่น้ำเจ้าพระยานี่ก็คงเป็นหนึ่งในนั้นด้วย”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นีม่า หันหน้าไปทางเจ้าชายโดร์เชแล้วถามขึ้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“น่าแปลกมั๊ยเพคะ การเดินทางของพระองค์เป็นความลับ แต่ทำไมข่าวถึงรั่วออกไปได้”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เจ้าชายหนุ่มมีพระพักตร์เครียด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ข้าไม่แน่ใจนัก บางทีอาจจะเป็นความพลั้งเผลอของเจ้าหน้าที่สถานทูตบางคน เจ้าเรียนอยู่ที่นี่ก็คงรู้นะว่า นักข่าวที่นี่ตามกลิ่นเก่งจะตายไป ข้าไม่โทษใครหรอก”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“เพคะ หม่อมฉันเห็นด้วย ข่าวแพร่ทางหนังสือพิมพ์อย่างนี้ ไม่ช้าหรอกเพคะพวกกองทัพนักข่าวโทรทัศน์คงตามกันให้จ้าละหวั่น”&lt;br /&gt;เจ้าชายยิ้ม ราวกับยอมจำนนกับคำพูดดังกล่าว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ที่ข้าห่วงที่สุด ก็คือ…”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“พี่เกด ใช่มั๊ยเพคะ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หญิงสาวเพ่งมองพระพักตร์ของเจ้าชายโดร์เช ซึ่งในขณะนี้ดูซีดเซียว พระเนตรหม่น ไม่สง่างามเหมือนอย่างที่เคยเป็นมา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ถ้าเป็นอย่างนั้น บางทีพี่เกดก็อาจจะ…”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“โกรธข้า เข้าใจว่าหลอกลวงอย่างนั้นใช่หรือไม่”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นีม่าได้แต่ผงกศีรษะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ข่าวแพร่ออกไปอย่างนี้ อย่าว่าแต่พี่เกดเลย เพื่อนของหม่อมฉันเอง มุกดา แล้วก็คนในครอบครัวก็คงตกใจไม่น้อยไปกว่ากันหรอก”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;รัชทายาทหนุ่มเงียบไปอึดใจ พระเนตรดูหมองลงไปกว่าเดิม และไหล่ก็งองุ้มลง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“แต่อย่าทรงทุกข์ใจไปมากเลยเพคะ หม่อมฉันจะพยายามหาวิธี”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ขอบใจเจ้ามากนีม่า”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“หม่อมฉันยินดีเพคะ แต่ขอทูลว่าพระองค์น่าจะทรงเสวยกระยาหารที่พี่มูลตาจัดไว้บ้าง สถานการณ์อย่างนี้ควรจะดูแลพระองค์ให้แข็งแรง มากกว่าทำร้ายตัวเองนะเพคะ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ข้ารู้นีม่า อย่าห่วงเลย”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เจ้าชายจ้องพระเนตรมายังหญิงสาวเบื้องหน้า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“นีม่าเจ้ารู้มั้ย นับแต่เดินทางมาอยู่ที่นี่จนถึงทุกวันนี้ ข้าพบว่าตัวเองไม่ใช่คนที่เข้มแข็งอะไรเลย ไม่มีมูตา ไม่มีเจ้า แล้วก็อีกหลายๆ คน ข้าก็คงทำอะไรไม่ถูก ไม่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มีทางที่จะ…”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“อย่าตรัสอย่างนั้นสิเพคะ หม่อมฉันคิดว่าพระองค์ได้ทรงเรียนรู้ต่างหาก”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“เรียนรู้อย่างนั้นหรือ…”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นีม่ายิ้ม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ก็เรียนรู้ว่า ถึงพระองค์จะเป็นรัชทายาทที่จะปกครองดัลวาในอนาคต แต่เนื้อแท้แล้วพระองค์ก็เป็นแค่ชายหนุ่มที่กำลังมีความรัก เป็นคนธรรมดาคนหนึ่งที่มีรักโลภ โกรธ หลง มีจุดอ่อน ไม่ได้สมบูรณ์แบบ ถึงเป็นเจ้าชายก็ยังเป็นมนุษย์นี่เพคะ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เจ้าชายโดร์เช ทอดพระเนตรมองหญิงสาวตรงหน้าแล้วตรัสขึ้นว่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“นีม่า เจ้านี่ช่างสมกับที่ชื่อมีความหมายว่าดวงอาทิตย์เสียจริงๆ ส่องแสงสว่างให้กับผู้คนผู้มืดบอดได้หนแล้วหนเล่าสิน่า วันใดที่เจ้ามีคนรัก อย่าลืมพามาให้ข้าดูตัวนะ ข้าเชื่อว่า ผู้ชายคนนั้นจะเป็นคนที่โชคดีมากๆ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หญิงสาวพูดอะไรไม่ออกแม้แต่คำเดียว เสมองไปที่วิวทิวทัศน์เบื้องหน้าเพื่อลดอาการเก้อเขินของตัวเอง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#000099;"&gt;แม้จะเพิ่งเคยเห็นหน้าเพียงครั้งเดียว&lt;/span&gt; แต่แม่แก่ก็จำหญิงสาวได้เป็นอย่างดี กิริยาที่นุ่มนวล แย้มยิ้มอยู่เป็นนิจ และดวงตาที่สุกใสเป็นประกาย เป็นเสน่ห์เฉพาะตัวที่พบเจอเพียงครั้งเดียวก็จำได้ไม่ลืม และชื่อ “นีม่า” ก็แปลกดีเหลือเกิน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แม่แก่เดินทางมาโรงพยาบาลพร้อมกับมุกดา และพบว่านีม่า มานั่งอยู่ในห้องอยู่ก่อนแล้ว และดูเหมือนว่าจะสนทนากับชายชราที่นอนเหยียดยาวอยู่บนเตียงอย่างถูกคอ และหันมายิ้มให้เมื่อแม่แก่เดินทางมาถึง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“สวัสดีคะคุณยาย นีม่าเพิ่งมาถึงไม่นานนี่เอง คุยกับคุณตาสนุกจังเลย”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แม่แก่รับไหว้ แล้วรู้สึกว่านีม่ากำลังมองมาที่มุกดาด้วยสายตาอันวาววามประหลาด วันนี้มุก รวมผมยาวด้วยผ้าผูกผมสีขาว เสื้อคอกลมสีขาวกระจ่างตา และกระโปรงยาวสีน้ำเงิน ดูผุดผ่องกว่าทุกวัน แต่ที่ดูแปลกไปก็คือรอยช้ำใต้ขอบตานั่น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“เมื่อกี้มุกบ่นว่าหิวไม่ใช่หรือลูก ชวนเพื่อนไปสิ ตรงหน้าโรงพยาบาลมีของกินอร่อยหลายร้าน บะหมี่ปู อาหารเวียดนาม แล้วก็ข้าวต้มปลา มีชื่อทั้งนั้นแหละ ไปเถอะ ตาเฒ่านี่เดี๋ยวคุณยายดูเอง”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มุกดา ก้าวเข้าไปใกล้กับเตียงคนไข้แล้วพูดเสียงค่อยกับผู้ป่วยอยู่ 2-3 คำ ก่อนจูงมือเพื่อนสาวออกจากห้องไป แต่ยังได้ทันยินเสียงชายชราพูดขึ้นมา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“รีบไปเถอะลูก ไปกินบะหมี่ปูตรงข้างหน้านั่นแหละ เมื่อบ่ายเกดมาเยี่ยมคุณตา วินเขาก็พาไปกินร้านนั่นแหละ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พอสองสาวออกไปแล้ว หญิงชราก็กราดเข้าไปที่เตียงคนไข้ แล้วถามขึ้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“วินออกไปกับหนูเกดหรอกหรือ ไปไหนกัน”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“อ้าวแล้วกัน ยายแก่ จะไปรู้หลานมันหรือ นอนอยู่บนเตียงอย่างนี้นะ ถามหน่อย”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หญิงชราส่ายศรีษะไปมา คิ้วขมวดขึ้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ตาเฒ่า ขนาดนอนป่วยยังไม่วายกวนประสาทนะเนี่ย”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พ่อแก่ หัวเราะเสียงดัง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ค่อยสบายขึ้นหน่อย ไม่ได้ยินเสียงบ่น เสียงด่า มาหลายวัน นอนไม่หลับ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หญิงชรามองดูร่างของคนไข้บนเตียงนั่น แล้วนึกในใจ หัวเราะได้ พูดจาชวนทะเลาะได้อย่างนี้ อาการคงไม่น่าเป็นห่วงกระมัง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ยายแก่”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“อะไรตาเฒ่า”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“หลานเรานะ ตกลงชอบคนไหนแน่นะ หนูเกด หรือว่าน้องสาวหนูเกด แล้วยังแม่หนูชื่อแปลกๆ คนนั้นอีก”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หญิงชราถอนหายใจยาว แล้วเดินไปที่หน้าต่างกระจกบานใส ที่ขณะนี้มองเห็นสาวรุ่นหลานสองคนเดินเคียงกันไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“อย่าคิดมากไปเลยตาเฒ่าเอ๋ย สงสารเด็กมัน”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แม่แก่หลับตาลง แล้วภาพของเด็กสาวที่ส่งเสียงสะอื้น น้ำตานอง บนลานบ้านเมื่อค่ำคืนที่ผ่านมาก็ผุดวาบขึ้นมาอีกครั้ง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เด็กหนอเด็ก&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/2947763160793315809-3227719559423009538?l=shinjiclub.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://shinjiclub.blogspot.com/feeds/3227719559423009538/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=2947763160793315809&amp;postID=3227719559423009538&amp;isPopup=true' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2947763160793315809/posts/default/3227719559423009538'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2947763160793315809/posts/default/3227719559423009538'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://shinjiclub.blogspot.com/2009_12_01_archive.html#3227719559423009538' title='บทที่ 18-ความปวดร้าว'/><author><name>เปิ้ลซัง ศิษย์มิตซูโอะ</name><uri>http://www.blogger.com/profile/05876559150619818157</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='29' height='32' src='http://4.bp.blogspot.com/_aoWh2-f7o2Q/Sp0BQpXydQI/AAAAAAAAAGE/-BuLt2NCpYs/S220/Picture+148.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-2947763160793315809.post-1949980483077479603</id><published>2009-12-07T23:37:00.003+07:00</published><updated>2009-12-07T23:52:25.520+07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='เพลงรักหิมาลัย'/><title type='text'>บทที่ 17-น้ำตา</title><content type='html'>&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#000099;"&gt;ไม่บ่อยนักหรอกที่เจ้าชายโดร์เชจะฝัน&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;และเป็นความฝันที่แปลกประหลาดนัก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พระองค์ทรงฝันว่าประทับอยู่ในพระราชวังดาร์ลัม และทรงทอดพระเนตรสุมทุมพุ่มไม้ที่เรียงรายอยู่ตามสองของของถนนสายเล็กๆ อย่างเพลิดเพลิน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ถนนสายเล็กเส้นนั้นมุ่งตรงสู่ที่พระตำหนัก ที่ตั้งอยู่บนเนินสูง ซึ่งในขณะนี้ไม่มีทหารยาม หรือผู้คนพลุกพล่านเหมือนอย่างที่เป็นมา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ในฝัน เจ้าชายทรงก้าวพระบาทอย่างเนิบนาบ เชื่องช้า สูดกลิ่นหอมของดอกไม้ด้วยอารมณ์อันแช่มชื่น กว่าจะรู้อีกทีก็ผ่านกำแพงชั้นนอกของพระตำหนัก เข้าสู่เขตพระราชฐานชั้นใน ซึ่งฝาผนังและเพดานโดยรอบเป็นลวดลายดอกไม้อันสวยงาม ซึ่งแสนจะทรงคุ้นเคย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ไม่ช้า เจ้าชายก็ทรงทะลุถึงสวนดอกไม้หลังพระตำหนัก ซึ่งขณะนี้มีทั้งป่าสน ดอกไม้ป่าทั้ง โรโดเด็นดรอน แมกโนเลีย ต้นพีช ต้นพลัม ขึ้นอยู่ดารดาษ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ครั้นแล้ว พระองค์ก็ทรงได้ยินเสียงกระซิก สะอื้นของเด็กผู้หญิงคนหนึ่งดังแผ่วมาในสายลม ครั้นทอดพระเนตรไปตามเสียงนั้น ก็พบร่างของเด็กผู้หญิงคนนั้นกำลังคุกเข่าอยู่บนลานกว้าง ที่ตั้งอยู่เคียงกับสวนดอกไม้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;น่าแปลกนัก เด็กผู้หญิงคนนั้นไม่ได้อยู่ในเสื้อผ้าที่แสดงความเป็นชาวดัลวา ชุดที่สวมใส่เป็นเสื้อนักเรียนขาวแขนยาว กระโปรงยาวสีน้ำเงิน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เจ้าชายย่างพระบาทเข้าไปใกล้เด็กสาวแปลกหน้านั้น แล้วทรงตกพระทัยเป็นอย่างมาก เมื่อเห็นใบหน้านั้นได้อย่างแจ่มชัด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ทำไมพระองค์ทำอย่างนี้ พระองค์ทรงหลอกหม่อมฉัน”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เสียงตัดพ้อนั้นแสนจะคุ้นเคยนัก ดวงตาใสภายใต้แว่นตากลมคู่นั้น แล้วก็ริมฝีปากบางที่สั่นระริก แล้วก็คราบน้ำตาเกาะติดบนแก้มนั้นด้วย ไหนยังผิวอันกระจ่างราวสีชมพูนั้นอีกเล่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เจ้าชายรู้จักเด็กผู้หญิงคนนั้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ข้าไม่ตั้งใจ ข้าไม่ได้หลอกเจ้า เพียงแต่…”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เจ้าชายโดร์เช กล่าวตรัสกับเด็กสาวผู้นั้นด้วยพระสุรเสียงสั่นเครือ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่ดูเหมือนว่า เด็กสาวจะไม่รับฟัง พูดประโยคเดิมซ้ำแล้วซ้ำเล่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“พระองค์ทรงหลอกหม่อมฉัน”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เสียงต่อว่า ใบหน้าอันเปื้อนไปด้วยคราบน้ำตา และริมฝีปากอันสั่นระริก ทำให้รัชทายาทแห่งดัลวาทรุดพระกายลงใกล้กับเด็กสาวผู้นั้น พลางร้องออกไปว่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ยกโทษให้ข้าเถิด ยกโทษให้ข้า”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อาการไม่ใยดี ดวงตาอันตัดพ้อ ของเด็กสาว ทำให้เจ้าชายทรงรู้สึกร้าวพระทัย เจ็บปวดอย่างไม่อาจอธิบายได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แล้วพระองค์ก็ตื่นขึ้นจากฝันอันประหลาดนั้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#000099;"&gt;ดึกแล้ว แต่หญิงสาวนอนไม่หลับ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เกดนั่งอยู่บนโต๊ะทำงานในห้องนอน โคมไฟสีเหลืองนวลถูกเปิดทิ้งไว้ หนังสือกองโตวางไว้ตรงหน้า และขณะนี้สมองครุ่นคิดถึงชายหนุ่มผู้มีที่มาอันแสนจะลึกลับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หญิงสาวต้องยอมรับกับตัวเองว่า “คุณเช” เป็นผู้ชายที่เธอเองให้ความสนใจ เป็นผู้ชายที่ไม่เหมือนใครเลย เพราะทำให้รู้สึกสนุกที่จะพูดคุยด้วย มีอารมณ์เบิกบานเสมอยามได้สนทนา บางครั้งอาจจะก่อให้เกิดความรู้สึกขัดเขินบ้างก็เพราะความที่เป็นคนที่พูดอะไรตรงเสียเหลือเกินของเขานั่นแหละ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แล้วบางทีก็ทำให้หญิงสาวรู้สึกขัดเคือง แง่งอน อย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นกับเพื่อนชายคนใด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คิดดูเถอะ แค่นั่งมองสบตากันในบางครั้ง ความรู้สึกที่เหมือนขาดหายไปในชีวิตคล้ายกับจะถูกเติมเต็มขึ้นมาได้เสียอย่างนั้นแหละ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อะไรบางอย่างได้เกิดขึ้นแล้ว ไม่ต้องสงสัยเลย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ที่สำคัญ เหตุการณ์เมื่อหลายปีก่อนในโบสถ์ฝรั่งวันนั้น ทำให้ชายหนุ่มย้อนกลับมาที่นี่อีก มาสานสัมพันธ์ต่อ&lt;br /&gt;น่าขำเหมือนกัน มันช่างเหมือนที่ยายมุกว่า เจ้าชายมาตามหาซินเดอเรลล่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อย่างนั้นหรือ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่ที่ทำให้หญิงสาวหัวหมุนอยู่ในขณะนี้ก็คือความรู้สึกสงสัยความเป็นมาของ “คุณเช” นั่นเอง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จะเป็นจริงได้ละหรือ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“โดร์เช” กับ “คุณเช” ช่างคล้ายอะไรกันเช่นนั้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มีสิ่งเดียวที่จะรู้ได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เกดถอนหายใจ หลับตาลงชั่วขณะ หยิบหนังสือเล่มโตตรงหน้าขึ้นเปิด กวาดสายตามองรูปภาพในแต่ละหน้าอย่างช้าๆ ส่วนใหญ่เป็นภาพทิวทัศน์อันสวยงามของพระราชวังบนไหล่ผา ที่มีเทือกเขาสูงตั้งตระหง่านเป็นฉากหลัง หรือไม่ก็เป็นวัดเก่าแก่ที่ตั้งอยู่บนชะง่อนผา แล้วก็ภาพเป็นชีวิตความเป็นอยู่ของชาวเมืองที่ยิ้มแย้ม เบิกบานอยู่เป็นนิจ ผสมปนเปไปกับภาพอันเคร่งขรึมของลามะ ทั้งที่ยังหนุ่มและสูงอายุ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พลิกไปอยู่นาน จนเริ่มรู้สึกว่าพอจะมองเห็นภาพความเป็น “ดัลวา” ได้อย่างแจ่มชัด เกดทำท่าจะพับหนังสือเล่มใหญ่นั้นลง แต่ภาพที่ปรากฎทางด้านท้ายเล่มก็ทำให้หญิงสาวถูกสะกดนิ่ง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มันเป็นภาพของงานเลี้ยงฉลองอะไรสักอย่าง งานเลี้ยงจัดขึ้นในลานกว้างโดยมีพระราชวังสีขาวมองเห็นอยู่เบื้องไกล มีผู้คนมากมายมาร้องเพลง เต้นรำ มีธงสีสันแปลกตาโบกสะบัดไปมา ช่างเป็นงานเลี้ยงที่เต็มไปด้วยสีสัน มีชีวิตชีวา&lt;br /&gt;และภาพหนึ่งนั้น คือภาพของชายหนุ่มรูปร่างสูงสง่า มีผมยาวสยาย และรอยยิ้มอันเปิดเผย กำลังยืนปรบมืออยู่บนเวทีที่ถูกยกพื้นขึ้นสูง ชายหนุ่มอยู่ในชุดเสื้อคลุมครึ่งแขนยาวกรอมเข่า ที่เอวรัดด้วยเข็มขัดผ้าแพร&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ใต้ภาพนั้นเขียนบรรยายไว้ว่า เจ้าชายโดร์เช มกุฎราชกุมารแห่งกษัตริย์เดเช็น ทรงร่วมงานเลี้ยงประจำปีของดัลวา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เกดรู้สึกเหมือนหัวใจหยุดเต้น ตัวแข็งทื่อ เอามือปิดปากตัวเองอย่างลืมตัว แล้วอยู่ดีๆ ดวงตาทั้งคู่ก็พราวไปด้วยน้ำตา&lt;br /&gt;หญิงสาวแทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง รู้สึกช็อก ความปั่นป่วนบางอย่างเกิดขึ้น เหมือนมีอะไรกระตุกอยู่ทั่วร่าง ทำอะไรไม่ถูกอีกต่อไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;และคำเดียวที่พูดออกมาได้ ณ วินาทีนั้นก็คือ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“คุณเช”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#000099;"&gt;ตอนที่วินมาถึงโรงพยาบาล&lt;/span&gt; เป็นเวลาเกือบย่ำค่ำแล้ว แต่ภาพแรกที่ผลักเข้าไปในห้องผู้ป่วยบนตึกด้านหลัง และปราก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ฎต่อสายตาก็คือ ชายชรากำลังนอนอยู่บนเตียง ลืมตามองเพดานอยู่อย่างไม่อนาทรร้อนใจ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“โธ่ พ่อแก่ นึกว่าหลับไปแล้ว ไม่สบายอยู่ น่าจะรีบนอนนะครับ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ชายชราหันหน้ามา ยิ้มจนเห็นเหงือก แม้จะอายุมากแล้ว แต่ผมของพ่อแก่ก็ยังไม่ขาวโพลนไปทั้งหัว มีผมหงอกแทรกแซมอยู่บางส่วนเท่านั้น ริ้วรอยหยักลึกบนใบหน้า และคิ้วที่ขาวโพลน และเส้นเอ็นที่ขึ้นโปนเห็นถนัดบนแขนขาของผิวคล้ำเกรียม บ่งบอกว่าวันเวลาที่ผ่านมาของอดีตชาวสวนผู้เข้มแข็งผู้นี้คงยากลำบากมาไม่น้อย แต่เปลือกนอกที่ปรากฎต่อผู้คนที่รู้จักก็คือ ผู้เฒ่าอารมณ์ดี เบิกบาน คุยเก่งและรอบรู้ เป็นที่รักของคนที่ได้รู้จัก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“พ่อแก่ นอนไม่ค่อยหลับ นอนคนเดียวมันเหงาพิกล ลูกเอ๊ย”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ชายหนุ่มหัวเราะ นึกถึงตอนอยู่บ้าน นานแค่ไหนแล้วนะที่เห็นพ่อแก่กับแม่แก่ ชอบที่จะพูดขัดคอ โต้เถียง บ่นพึมพำใส่กันไม่หยุดหย่อน มีสาระบ้าง ไร้สาระบ้าง แต่ดูเอาเถอะ ห่างกันไม่กี่วันทำไมพ่อแก่ถึงได้ “เฉา” ไปถนัดใจอย่างนี้เล่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ความรักมันเป็นอย่างนี้หรอกหรือ ใกล้มากก็รำคาญ ห่างหายก็อาลัยหา เขาถามตัวเอง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พ่อแก่ในชุดคนไข้นอนขยับตัวทำท่าจะผลุดลุกขึ้นนั่ง จนชายหนุ่มต้องก้าวเข้าไปประคอง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“จะทำอะไรนะพ่อแก่ เดี๋ยวสายน้ำเกลือหลุดหรอกครับ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ชายชราหัวเราะด้วยเสียงอันดัง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ก็รำคาญไอ้สายน้ำเกลือนี่ละ มาเถอะลูก มานั่งคุยกับพ่อแก่หน่อยเถอะ ลงไปเยี่ยมหลวงพ่อเป็นไงบ้าง”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วินลากเก้าอี้มาไว้ข้างเตียงแล้วทรุดร่างลง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ก็ดีครับ หลวงพ่อแข็งแรงดี ไม่มีอะไรต้องห่วง”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พ่อแก่ผงกศีรษะลงแสดงอาการรับรู้ ก่อนเหลือบตามองหลานชายแล้วพูดขึ้นว่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ไม่ได้ถามเรื่องหลวงพ่อ แต่ถามเรื่องลูกต่างหากเล่า”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ชายหนุ่มเลิกคิ้วขึ้นสูง เอานิ้วชี้ที่หน้าอกของตัวเอง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ไม่เป็นไรนี่ครับ พ่อแก่สงสัยอะไรหรือ ผมก็เรื่อยๆ เหมือนเดิมนั่นแหละ อย่าห่วงไปเลย”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ชายชราหันร่างมาทางหลานชายคนเดียว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“เมื่อช่วงเย็น หนูเกดเขามาเยี่ยม”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“อ้อ เหรอครับ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พ่อแก่ถอนหายใจยาวครั้งหนึ่ง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“มากับผู้ชายแปลกหน้า รูปร่างสูงใหญ่ หน้าตาดี สง่าเหมือนพวกพระเอกในละครทีวียังไงยังงั้น ใครกันนะลูก”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วินกลืนน้ำลายลงคออย่างยากเย็น ก้มศีรษะลงมองพื้น ก่อนจะเงยหน้าฝืนยิ้ม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“คงเป็นคุณเชมั๊งครับ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“คุณเช ที่วานให้ลูกช่วยตามหา…”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ครับ…” ชายหนุ่มชิงตอบก่อน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พ่อแก่หลับตาลง เอามือวางแนบลำตัว แล้วพูดออกมาโดยไม่ลืมตา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“พรหมลิขิต บางทีมันก็ตลก ลูกเอ๊ย”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ชายหนุ่มนิ่ง ไม่รู้จะอธิบายความรู้สึกของตัวเองได้อย่างไรดี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“มีคนเขาว่า พรหมลิขิตชอบกลั่นแกล้งคน บางทีก็บันดาลให้เราบางคนไปรักคนที่ไม่สมควรรัก แต่กับคนที่ทุ่มเททั้งชีวิตและหัวใจรักให้ แต่กลับไม่เคยเห็น มันก็เฮ้อ…”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วินยิ้มน้อยๆ ส่ายศีรษะไปมา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ไม่เป็นไรหรอกครับ พ่อแก่ อย่าคิดอะไรให้ฟุ้งซ่านไปเลยครับ รีบพักผ่อนเถอะครับ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พ่อแก่เพียงลืมตาขึ้น ส่ายหน้าไปมา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ผู้หญิงกับผู้ชายบางคู่ รักกัน ชอบกัน เพียงเจอกันไม่กี่ครั้ง มันแปลกประหลาดก็จริง แต่เมื่อพรหมลิขิตกำหนดเอาไว้เช่นนั้น เราจะทำอย่างไรได้”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ชายหนุ่มหลุบตาลงแล้วพยักหน้า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“พ่อแก่จะเตือนไว้ ถ้าคิดจะเสียสละ ก็ต้องกล้าที่จะแบกรับความเจ็บปวดนั้นไว้ด้วยความเต็มใจ รู้มั๊ยลูก”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ครับ พ่อแก่ ลงไปหาหลวงพ่อที่วัด หลวงพ่อก็บอกคล้ายๆ กันอย่างนี้”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ชายชราหัวเราะเบาๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ถ้าเป็นเนื้อคู่กันจริงยังไงก็เสียคงไม่แคล้วคลาดหรอก ดูอย่างพ่อแก่กับแม่แก่นั่นปะไร ทะเลาะกันทั้งวี่วัน ขัดคอกันตลอดเวลา ดูสิกี่ปีกันมาแล้วเนี่ย แต่ก็อยู่กันจนแก่เหนียงยานมาได้ถึงป่านนี้”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“โธ่ พ่อแก่ก็…” วินพูดด้วยเสียงกลั้วหัวเราะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ยายแก่นั่น ก็คงเหมือนกันนั่นแหละ คงนอนไม่หลับ เหงาปากอยู่เหมือนกัน เชื่อพ่อแก่สิ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ครับ ไม่หลับแน่ๆ” ชายหนุ่มตอบด้วยความมั่นใจ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ก็มียายมุก-เด็กสาวขี้สงสัย ชอบซักชอบถามไปนอนเป็นเพื่อนอย่างนั้น ถ้าหลับแต่หัวค่ำก็ผิดไปละ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#000099;"&gt;“โหย อร่อยจัง ตังค์อยู่ครบด้วย แฮ่”&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มุกพูดออกมาด้วยเสียงอันดัง พลางใช้มือลูบท้องของตัวเองอยู่ไปมา หลังจากใช้ไม่จิ้มฟันจิ้มวุ้นกะทิ ชิ้นขนาดย่อมเข้าสู่ปาก แล้วเคี้ยวกรุบในปาก ในขณะที่ดวงตาทั้งคู่สดใสราวกับจะยิ้มได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หญิงสาวอยู่ในชุดเสื้อแขนสั้นสีชมพู กางเกงขาสั้นสีน้ำตาล ลมเย็นและเสียงกรูเกรียวของต้นไม้ดังแว่วอยู่รอบบริเวณ ในขณะที่นั่งรับทานขนม ผลไม้ ที่วางอยู่บนโต๊ะเล็กตรงชานเรือน ตรงข้ามมุกดาเป็นหญิงชรา ผมสีดอกเลา ร่างท้วม ที่นั่งแย้มยิ้ม เฝ้ามองเด็กสาวรุ่นหลานเพลิดเพลินกับการกินด้วยอารมณ์แช่มชื่น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มุกดาเหลือบมองหญิงชรา เลิกคิ้วขึ้นสูง แล้วฉีกยิ้มให้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“มาบ้านนี้ทีไร อิ่มพุงกางทุกที มุกชอบทานผลไม้ ขนมไทยๆ อย่างที่คุณยายซื้อมามากเลยคะ แต่เวลาอยู่บ้าน แล้วมานั่งกินอย่างนี้ แม่ชอบบ่นว่ากินจุ ยิ่งพี่เกดนี่ตั้งฉายาว่า มุกดา จอมตะกละไปเลย เชื่อพี่เขาเลย”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หญิงชราหัวเราะกับเสียงเจื้อยแจ้วนั่น พลางลอบมองเด็กสาวตรงหน้าอย่างพินิจพิเคราะห์ โครงหน้ารูปไข่ คิ้วเรียวยาว และดวงตาสุกใส บวกกับนิสัยช่างเจรจา ทำให้ดูรวมๆ แล้ว มุกดา คนนี้ดูน่ารัก มีลักษณะหลายอย่างที่แตกต่างไปจากพี่สาว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แน่ละ ไม่อ่อนหวาน เยือกเย็นเท่า แต่ก็ชดเชยด้วยความเริงร่า และดูจะมองโลกในแง่สดใสกว่าเสียด้วยซ้ำไป&lt;br /&gt;“มองอะไรคะ คุณยาย มุกเขินนะคะ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หญิงชราส่ายหน้าไปมา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“เปล่าหรอกลูก เห็นหน้ามุกแล้วนึกถึงเกดนะ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มุกขมวดคิ้ว ทำแก้มป่อง ดวงตาทั้งคู่หลุกหลิกไปมา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“นี่ มุก…”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ว่าไงคะ…”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ลูกมีแฟนหรือยัง บอกคุณยายหน่อย”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คราวนี้ มุกดา ดวงตาเบิ่งโต ก่อนจะส่ายหน้าไปมา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ยังหรอกคะ แหม-มุก นะ เป็นเด็กแก่นกระโหลก ปากก็จัด ชาตินี้คงหาแฟนยากหน่อยมั๊งคะคุณยาย มุกไม่เหมือนพี่เกด รายนั้นทั้งสวย ทั้งหวาน มีแต่หนุ่มรุมตอม”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“อืมม์ คุณยายได้ยินวินเค้าพูดเหมือนกัน”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“พูดยังไงเหรอคะ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หญิงชราถอนหายใจ มองหน้าเด็กสาว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ก็บอกว่ามีคนมาสนใจหนูเกด บอกแค่นั้นแหละ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มุกดาทำจมูกย่น บ่นพึมพำกับตัวเองเบาๆ คิ้วเรียวงามขมวด แสดงถึงความหงุดหงิดใจ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“อย่าพูดถึงตานั่นเลยคะ เซ็งพิลึก เดี๋ยวมุกกินอะไรไม่ลง”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แม่แก่ยิ้มในสีหน้า เพ่งมองเด็กสาวอย่างละเอียดละอออีกครั้ง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ทำไมละจ้ะ หลานชายแม่แก่ทำอะไรให้ขัดใจ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มุกดา ยิ้มฝืนๆ ไม่ค่อยอยากเปิดเผยความในใจให้ใครได้รับรู้มากนัก แต่เมื่อเห็นแววตาอันเต็มไปด้วยคำถาม รอยยิ้มละไมที่เต็มไปด้วยความเอ็นดู เด็กสาวก็พูดออกไปเหมือนลืมตัว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ก็ไม่ได้ขัดใจมากนักหรอกคะคุณยาย แต่ว่าคุยกันทีไรมุกรู้สึกว่ารำคาญความเชื่องช้า เอื่อยเฉื่อย ดูเหมือนว่าพี่วินจะใช้ชีวิตเรื่อยเปื่อยเกินไป ไม่ค่อยอยากจะเปลี่ยนแปลงตัวเองเพื่อก้าวไปข้างหน้าเท่าใดนัก ก็เลยรู้สึกว่านี่ถ้ามีแฟน…”&lt;br /&gt;ยังไม่ทันได้พูดจนจบประโยค หญิงชราก็แย้มยิ้ม แล้วเอามือแตะเข้าที่แขนเด็กสาวเบาๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“นี่หนูมุก อย่างนั้นเขาไม่เรียกว่ารำคาญหรอกนะจ้ะ คุณยายจะบอกว่านั่นมันความห่วงใยต่างหากละ อ้อ ดูจะมีอาการน้อยใจแฝงด้วยอยู่ด้วยนะนั่น”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มุกดาอึ้ง พูดอะไรไม่ออก ใบหน้าแดงซ่าน รู้สึกเหมือนมีใครเอาน้ำเย็นราดรดศีรษะ หนาวเย็นจนกระตุกไปทั้งร่าง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“คุณยาย มุกแค่…”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“มานี่เถอะ” แม่แก่ว่า พลางลุกขึ้นจากที่นั่ง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ไปเดินเล่นข้างล่างเถอะ แม่หนู”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มุกดา ลุกขึ้นแล้ว ก้าวเข้าพยุงร่างของหญิงชราที่กำลังก้าวลงจากบันไดบ้าน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ชั่วอึดใจแม่แก่ก็พาเด็กสาวมายืนอยู่บนลานบ้าน แล้วยกมือชี้ไปที่ต้นลั่นทมที่แตกดอกออกช่ออยู่ใกล้กับรั้วประตู สีขาวของดอกกระจ่างอยู่ในความมืดของราตรี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“เห็นนั่นมั๊ย ต้นลั่นทม ที่คนสมัยนี้เขาเรียกลีลาวดี ต้นนั่นวินเขาปลูกด้วยตัวเองกับมือเชียวนะ เขาปลูกมันทั้งๆ ที่ตอนนั้น ใครเขาก็ไม่ปลูกกันไว้ในบ้าน คนสมัยนั้นเขาพูดกันว่าลั่นทมจะนำเอาแต่ความเศร้ามาให้เหมือนชื่อของมัน จะปลูกกันสมัยนั้นก็มีตามวัด หรือป่าช้าฝรั่งเท่านั้น แต่ที่จริงลั่นทม ไม่ใช่มีความหมายว่าระทมหรอกนะลูก แต่หมายถึงการละแล้ว หมดสิ้นแล้วซึ่งความโศกเศร้าต่างหาก”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หญิงชราถอนหายใจ แล้วเอามือจูงเด็กสาวเข้าไปสูดกลิ่นหอมของดอกลั่นทม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“เห็นมั๊ยหนูมุก ดอกมันหอมฟุ้งเสียเหลือเกิน วินเขาปลูกต้นไม้ต้นนี้ หลังจากคุณแม่ของเขาเสียไม่นาน จะบอกว่าเป็นต้นไม้ที่เป็นตัวแทนความคิดถึงของเขาต่อคุณแม่ที่จากไปก็ได้นะ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มุกดานิ่ง รู้สึกเหมือนหัวใจตกวูบลง หันสายตาเหลือบขึ้นมองชั้นบนของตัวบ้าน หน้าต่างของห้องที่เจ้าของไม่อยู่กำลังเปิดอ้าอยู่ แต่มองไม่เห็นอะไรนอกจากความมืด ลมแรงทำให้ม่านตรงหน้าต่างพลิ้วไหวไปมา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แม่แก่เดินนำต่อไปอีก คราวนี้วกเดินไปทางหลังบ้าน ผ่านโต๊ะไม้ใหญ่ ไปยืนนิ่งอยู่ตรงหลังบ้าน ที่มีกอของดอกเฟื่องฟ้าทั้ง สีแดง สีชมพู และสีขาว เบ่งบาน แต่บางดอกก็ร่วงโรย ปลิวกระจายอยู่เต็มพื้นไปหมด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มุกดาหลับตาลง ถอนใจเงียบๆ เดินตามหญิงชรามาด้วยอาการเงียบสงบ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แล้วแม่แก่ก็พูดขึ้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“วิน เขาก็เหมือนต้นเฟื่องฟ้าพวกนี้ เป็นต้นไม้ธรรมดา ที่เห็นกันอยู่ดื่นดาษทั่วไป แต่หนูมุกสังเกตให้ดี แค่เอาปลูกลงดิน รดน้ำ ใส่ปุ๋ย ไม่ต้องดูแลอะไรนัก มันก็แตกดอก งดงาม ให้เราชุ่มชื่นได้เสมอ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หญิงชราเอามือกุมเด็กสาวไว้แน่น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“แน่ละ เฟื่องฟ้าพวกนี้ โดนฝน ลมแรงเข้าหน่อย ดอกก็ร่วงพรูลงจากต้น ปลิวกระจายไปทั่วเลย เห็นมั๊ย แต่ไม่ช้ามันก็แตกดอก ออกช่อ มาใหม่อีก เหมือนไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย เป็นต้นไม้ที่เกิดง่าย ตายยาก ไม่เคยเรียกร้องการดูแล หรือกระหายความรักจากเจ้าของอะไรเลย เข้าใจมั๊ยจ้ะ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มุกดาใจสั่น ไม่อยากพูดอะไรต่อ เสียงที่พูดเจื้อยแจ้วเมื่อไม่กี่นาทีที่ผ่านมาเงียบสนิท มีอารมณ์อันแห้งแล้งแฝงอยู่ในหัวอก รู้สึกถึงความเหงาหงอยบางอย่าง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“หนู อย่าขัดเคือง หรือรำคาญหลานชายของคุณยายไปหน่อยเลยนะ วินเค้าอาจจะไม่ใช่ผู้ชายที่ดีเด่อะไรนัก ออกจะน่าเบื่อเสียหน่อยๆ ด้วย แต่เป็นคนที่จริงใจกับทุกคน ไม่เรียกร้อง ไม่ไขว่คว้าอะไรที่มันเกินตัว”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แม่แก่หันมาสบตากับเด็กสาวตรงๆ แล้วเอามืออันเหี่ยวย่นลูบเข้าที่ศีรษะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“วินเขากำลังทุกข์ และทุกข์อย่างแสนสาหัส”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หญิงชรายืนนิ่ง น้ำเสียงแผ่วเบา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ชีวิตของหลานชายของยายคนนี้ ก็มีแค่บ้านหลังนี้ ตากับยาย หลวงพ่อที่วัดป่า แล้วก็คุณแม่ที่จากไปแล้ว พูดกันตามจริงแล้ววินแทบไม่มีใครอีกเลย พอแม่ตาย ทุกอย่างก็ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“แต่อย่างน้อยเขาก็คิดว่ายังมีใครที่ผูกพัน มีความห่วงใยให้กันอยู่บ้าง หนึ่งในนั้นหนูคงเดาออกนะ พี่สาวของหนูนั่นไง”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มุกก้มลงมองมือตัวเองที่อยู่ดีๆ ก็สั่นระริกขึ้นมา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ใช่แล้วจ้ะ หนูเกด เพื่อนที่คบหากันแต่เด็ก ผูกพันกันยาวนาน แถมเป็นลูกกำพร้าเหมือนกันอีกต่างหาก คุณยายรู้ว่า หลานชายของยายคนนี้คิดยังไงกับพี่สาวของหนูมุกนะ รู้มาตลอดเลย”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มุกดาก้มศีรษะลง เหมือนจะไม่ให้น้ำในดวงตาที่ไหลซึมออกมาปรากฎต่อหญิงชราผู้แสนใจดี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ถ้าอย่างนั้น ทำไมเขาถึงไม่บอกกับพี่เกดคะคุณยาย เพียงแต่บอกบางที…” หญิงสาวพูดโดยไม่เงยหน้า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หญิงชราจับมือมุกดาเอาไว้ แล้วพูดขึ้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“คุณยายไม่รู้หรอก ไม่รู้เลยจริงๆ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มุกดาเงยหน้าขึ้น น้ำตาคลอแล้วไหลหยาดลง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หญิงชราสะดุ้งขึ้นนิดนึง เมื่อเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นกับเด็กสาวตรงหน้า พลางใช้หลังนิ้วป้ายเช็ดน้ำตาที่ไหลอาบแก้ม แล้วดึงร่างของมุกดาเข้ามากอด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อารมณ์ ความรู้สึกที่ซุกซ่อนอยู่ในใจมานาน แสดงตัวออกมาอย่างไม่อาจปิดบังไว้ได้อีกต่อไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หญิงชราใช้มือลูบเบาๆ ที่หลังของหญิงสาวรุ่นหลาน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“โธ่เอ๊ย ลูก คุณยายขอโทษนะ คุณยายไม่รู้…”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มุกดากระซิบตอบเบาๆ เป็นเชิงรับรู้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ไม่เป็นไรหรอกคะคุณยาย มุกไม่เป็นอะไรจริงๆ…” &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/2947763160793315809-1949980483077479603?l=shinjiclub.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://shinjiclub.blogspot.com/feeds/1949980483077479603/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=2947763160793315809&amp;postID=1949980483077479603&amp;isPopup=true' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2947763160793315809/posts/default/1949980483077479603'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2947763160793315809/posts/default/1949980483077479603'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://shinjiclub.blogspot.com/2009_12_01_archive.html#1949980483077479603' title='บทที่ 17-น้ำตา'/><author><name>เปิ้ลซัง ศิษย์มิตซูโอะ</name><uri>http://www.blogger.com/profile/05876559150619818157</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='29' height='32' src='http://4.bp.blogspot.com/_aoWh2-f7o2Q/Sp0BQpXydQI/AAAAAAAAAGE/-BuLt2NCpYs/S220/Picture+148.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-2947763160793315809.post-4785162185132845451</id><published>2009-12-02T21:11:00.004+07:00</published><updated>2009-12-02T21:24:01.946+07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='เพลงรักหิมาลัย'/><title type='text'>บทที่ 16-หลังความทุกข์</title><content type='html'>&lt;span style="color:#333399;"&gt;แดดทอประกายใสแล้ว&lt;/span&gt; ตอนที่ชายหนุ่มเก็บเสื้อผ้า ยาสีฟัน แปรง เครื่องใช้ส่วนตัวลงเป้สีเทาทึม เหลียวมองห้องพักในกุฎิหลังเล็กของวัดป่าอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนคว้ากระเป๋าเป้กระชับเข้ากับแผ่นหลัง แล้วก้าวเดินลงมา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ฝูงนกบนต้นไม้ที่ตั้งอยู่รายรอบวัดป่าส่งเสียงเจี๊ยวจ๊าวทักทาย ท้องฟ้ามีเมฆขาวก้อนเล็ก ก้อนใหญ่ กระจายอยู่เป็นกระจุก แต่ก็ไม่มืดครึ้มเหมือนหลายวันที่ผ่านมา&lt;br /&gt;แม้เขายังรับรู้ได้ถึงความรู้สึกอันไม่ปกตินักของตัวเองเท่าใดนัก แต่ช่วงเวลาสั้นๆ ที่วัดป่าแห่งนี้ความรู้สึกเบาโหวง ท้อ และเหนื่อย ที่อยู่ภายในก็ดูคลายลงไปอย่างมาก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แน่ละ ช่วงเวลาสั้นๆ เพียงไม่กี่วัน วินบอกกับตัวเองว่า ไม่มีความสามารถที่จะเข้าใจคำสอนของหลวงพ่ออย่างลึกซึ้งชนิดแทงทะลุได้ทั้งหมด แต่อย่างน้อยก็ได้เรียนรู้เรื่องการมีสติ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สามารถเปิดใจรับความทุกข์ด้วยการไม่ถอย ไม่สู้ ไม่อยู่ ไม่หนี ได้ดีขึ้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ชายหนุ่มเดินไปคิดไป ยิ่งทอดสายตามองพรรณไม้ที่ปลูกเรียงราย เห็นพุ่มใบ ดอก กิ่งก้านที่แผ่ขยายให้ความร่มเย็น ยิ่งได้คำตอบกับตัวเองว่า ต้นไม้ตั้งตระหง่าน ให้ร่มเงากับแผ่นดิน เติบโตงดงามได้ ล้วนแล้วแต่ต้องผ่านแดด ฝน ลมแรง และการสลัดใบครั้งแล้วครั้งเล่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ความรู้สึกอันสงบเย็นแผ่ซ่านไปทั่วร่างกาย เมื่อเห็นร่างของหลวงพ่อมาปรากฎอยู่เบื้องหน้า รอยยิ้มบางๆ ดวงตาที่เต็มไปด้วยประกายแห่งความกรุณา ทำให้วินเดินเข้าไปหาเหมือนลืมตัว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หลวงพ่อยืนสงบนิ่งอยู่หน้ากุฎิ พลางพยักหน้ารับเมื่อวินก้มลงกราบ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ถึงเวลาต้องกลับเสียทีสินะ โยม”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หลวงพ่อกล่าวเพียงสั้นๆ แล้วก็เดินนำหน้าไปตามถนนที่ทอดยาว โดยมีชายหนุ่มเดินค้อมหลังตามด้วยอาการสงบ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“มาอยู่เป็นอาทิตย์แล้ว ห่วงร้านต้นไม้ แล้วก็ห่วงพ่อแก่ แม่แก่ ด้วยครับ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หลวงพ่อชะลอฝีเท้าลง ก่อนหันหน้ามาทางชายหนุ่ม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ถ้าโยมมีเวลาก็มาอีกสิ มาอยู่ที่นี่ เรียนรู้ที่จะอยู่กับตัวเอง อยู่กับความเงียบ มันจะช่วยดูแลและรักษาความเจ็บปวดของตัวเองได้ดี”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ชายหนุ่มพยักหน้ารับ ก่อนถอนหายใจออกมายาวๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เดินมาได้ครู่ใหญ่ หลวงพ่อก็พาวินมายืนหยุดอยู่บนลานโล่ง บนเนินเขาขนาดไม่สูงนัก มีต้นไม้ใหญ่รายล้อมโดยรอบ มองออกไปเห็นแต่ความดกครึ้มของแมกไม้นานาพันธุ์แผ่ปกคลุม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ความผ่อนคลาย อาการเบิกบาน ย่อมเกิดขึ้นได้ด้วยการเจริญสติ แม้ว่าจะมีโอกาสฝึกปฎิบัติเพียงสัปดาห์เดียวแต่ก็นับว่าดีแล้ว และกลับไปนี่โยมก็สามารถฝึกฝนต่อด้วยตัวเองได้อีก จำคำหลวงพ่อไว้นะ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ชายหนุ่มพยักหน้า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ในชีวิตของมนุษย์เราไม่มีอะไรที่เราต้องโยนทิ้งไป อย่าพยายามเรียกร้อง หรือมองหาแต่ความสุข เพราะมันเป็นไปไม่ได้ หากไม่เคยรู้จักความเจ็บปวด ไม่เคยสัมผัสความทุกข์ โยมย่อมไม่มีวันรู้จักความสุขอันจริงแท้ได้หรอก”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“หลวงพ่อครับ…ผม”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ยังไม่ทันได้พูดอะไรต่อไป หลวงพ่อก็ชิงกล่าวต่อ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“โยมต้องเรียนรู้วิธีใช้ประโยชน์จากความทุกข์ เพราะความทุกข์จะช่วยบ่มเพาะความสุข เมื่อนั่นละจะทำให้โยมได้พบเนื้อแท้แห่งความรักที่แท้จริง”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ฟังประโยคนี้แล้ว วินก็ทรุดร่างลงกับพื้นแล้วก้มลงกราบหลวงพ่อด้วยอาการนบนอบอีกครั้ง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ดูแลโยมพ่อแก่ โยมแม่แก่ให้ดี ใช้ชีวิตให้มีความสุข และมีคุณค่าต่อทุกคน ถ้าจะรักก็รักเถิด แต่ขอให้รักอย่างมีเมตตา ลูกเอ๋ย”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ครับ หลวงพ่อ ผมจะไม่อ่อนแออีก” ชายหนุ่มรับคำ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หลวงพ่อยิ้มอยู่ในสีหน้าเอามือลูบหัวชายหนุ่มอย่างแผ่วเบา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ความรักนั้นเป็นอย่างหนึ่ง การมีคู่ก็เป็นอีกอย่างหนึ่ง ถึงโยมจะต้องอยู่คนเดียวก็อาจมีความรักได้เช่นกัน แต่ต้องเป็นรักที่ไม่พึ่งพิง เพราะไม่มีใครจะเป็นที่พึ่งให้แก่ใครได้แท้จริง บุคคลที่เป็นที่พึ่งที่ดีที่สุดสำหรับเราก็คือตัวเราเองเท่านั้นแหละ ทำตัวเหมือนพระอาทิตย์ที่ส่องแสงได้เพื่อตัวเองนั่นแหละดีที่สุด”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หลวงพ่อใช้แขนดึงร่างชายหนุ่มให้ลุกขึ้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“สายแล้ว โยมรีบเดินทางเถิด จำคำหลวงพ่อไว้ ถึงที่สุดแล้วโยมต้องเรียนรู้ที่จะอยู่กับตัวเอง ถึงจะมีความรัก มีคู่ แต่ถึงที่สุดความรักนั่นก็ไม่จีรัง ยั่งยืน ต้องจากพราก แตกดับ กันไปในที่สุด อาตมาเคยผ่านชีวิตเช่นนั้นมาแล้ว โยมก็รู้นี่”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วิน ใช้นิ้วปาดน้ำใสตรงขนตา กลั้นก้อนสะอื้นเอาไว้ พยักหน้ารับรู้ พลางสบตาผู้บังเกิดเกล้า ที่ขณะนี้คือสงฆ์ผู้ปล่อยวางแล้วทุกสิ่ง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พ่อครับ ขอบคุณครับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ประโยคหลังชายหนุ่มบอกกับตัวเองในใจ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#333399;"&gt;ใช้เวลาไม่ถึงชั่วโมง&lt;/span&gt; เกดก็รับหน้าที่เป็นไกด์จำเป็นพาชายหนุ่มผู้มาจากแดนไกลเที่ยวชมวัดพระแก้ว ไปจนถึงวัดโพธิ์ และสถานที่ใกล้เคียงได้เกือบหมด และยังมีเวลานั่งเรือข้ามฟากไปวัดระฆังที่อยู่ตรงข้ามได้อีกด้วย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ระหว่างเดินทอดน่องเที่ยวชม ชายหนุ่มสอดส่ายตามองสิ่งก่อสร้างอันสวยงามอย่างตะลึงลาน ปากก็เอ่ยถามข้อสงสัยด้วยความสนใจใคร่รู้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่บางขณะ “คุณเช” ก็เล่าเรื่องของลามะ ริมโปเช โลซัง แห่งดัลวา ให้ฟังพอสังเขป เกดรับฟังอย่างสนอกสนใจ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ดูเหมือนว่า ริมโปเช โลซัง จะเป็น “สังฆราชา” ที่ชาวดัลวา ทุกคนให้การยอมรับนับถือ มีผู้คนให้การกราบไหว้มากมาย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หน้าที่สำคัญของลามะเฒ่าก็คือ ถ่ายทอดคำสอนของพระพุทธเจ้าให้แก่ศิษย์ หรือบุคคลที่สนใจ นอกจากนั้นยังมีหน้าที่เขียนคัมภีร์เพื่อประกาศศาสนาอีกด้วย&lt;br /&gt;ฟังถึงตอนนี้แล้ว เกดรีบท้วงขึ้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“คุณเชเล่าได้สนุก เห็นภาพชัดเจนดีมาก น่าสนใจดีคะ ท่าทางคุณเชจะเคยพบลามะคนที่ว่าบ่อยกระมังคะ แต่เรื่องพวกนี้ถ้าเล่าให้วินเขาคงสนใจมาก รายนั้นเป็นคนใกล้วัดใกล้วา ใกล้ศาสนา นี่ถ้าหาแฟนไม่ได้ เกดจะไม่แปลกใจเลยคะถ้าเพื่อนของเกดจะบวชเป็นพระ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ชายหนุ่มได้แต่เลิกคิ้วขึ้นสูง ดูเหมือนชายหนุ่มที่ชื่อวินจะมีอะไรที่น่าสนใจอยู่ไม่น้อย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เกดขบยิ้ม พลางเดินนำชายหนุ่มพ้นจากท่าน้ำแล้วเดินเรื่อยมาถึงสโมสรราชนาวี แล้วเดินนำหน้า ลัดเลาะผ่านทหารยามเข้ามาทางด้านใน จึงเห็นร้านอาหารของสโมสรทหารเรือที่ตบแต่งไว้สวยงามปรากฎอยู่ตรงหน้า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“เข้าไปเถอะคะ วันนี้เกดเป็นเจ้ามือเอง”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หญิงสาวไม่รอฟังคำตอบ เดินนำผ่านห้องอาหารติดแอร์ที่มีผู้คนนั่งทานอาหารอยู่บางตา แล้วพาทะลุออกไปทางด้านนอกของร้าน ซึ่งยื่นออกไปติดกับแม่น้ำกว้าง ลมแรงของแม่น้ำพัดมาปะทะใบหน้า เกดหันหน้ามาพยักหน้า แล้วชี้ไปที่โต๊ะที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำซึ่งยังว่างอยู่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ตรงนั้นเถอะคะ บรรยากาศดีๆ กินอาหารไปฟังเรื่องของดัลวาไป คงเพลินดี”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#333399;"&gt;“ร้านนี้สวยดีนะครับ”&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ค่ะ ที่สำคัญก็คือ อาหารอร่อย ราคาไม่แพง”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เกดตอบไปแล้ว ก็หันไปสั่งอาหารจากบริกรของร้านอยู่ครู่หนึ่ง แล้วจึงหันกลับมาสนทนากับชายหนุ่มด้วยท่าทีกระตือลือร้นเหมือนเดิม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ต่อเลยนะคะ ที่พูดค้างไว้ คือวิน เพื่อนของเกด เขาชอบเรื่องอะไรอย่างนี้ พวกวัดวา ศิลปวัฒนธรรม”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“แล้วอีกอย่าง…”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หญิงสาวยกแก้วน้ำขึ้นจิบ เสียงที่พูดเบาลงนิดนึง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“คุณพ่อของเพื่อนเกดนะ บวชเป็นพระ บวชมาหลายปีแล้วที่วัดป่าแถวบ้านเกิดนะคะ บวชมาตั้งแต่แม่ของวินเขาเสียได้ไม่นานนัก”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“งั้นหรือครับ ผมไม่ทราบมาก่อน” ชายหนุ่มพูดเหมือนพึมพำกับตัวเอง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“วิน เค้าก็เลยโตมากับคุณตากับคุณยาย เลยเรียกตากับยายว่าพ่อแก่ แม่แก่ ไปเสียเลย เวลาปิดเทอมก็ลงไปใต้อยู่กับหลวงพ่อประจำ เพิ่งมาห่างกันเมื่อตอนทำงานแล้วนี่แหละ นี่ตอนนี้ก็กลับไปเยี่ยมหลวงพ่ออีก ไม่กี่วันคงกลับขึ้นมาแล้ว เกดเลยบอกว่าเพื่อนคนนี้เป็นคนใกล้วัดไงคะ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ชายหนุ่มนั่งนิ่งมองหญิงสาวเล่าเรื่องของเพื่อนด้วยเสียงอันเจื้อยแจ้ว รู้สึกอยากรู้จักเพื่อนชายของเกดให้มากขึ้นกว่าเดิม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“แล้วกัน ตั้งใจจะมาฟังคุณเชเล่าเรื่องดัลวาแท้ๆ แต่ปรากฎว่ากลายเป็นเกดเล่าเรื่องของตัวเองไปเสียนี่”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ไม่เป็นไรหรอกครับ เพลินดีออก”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หญิงสาวส่ายหน้าไปมาแสดงอาการไม่เห็นด้วย แล้วหัวเราะขึ้นมาอย่างนึกขัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ชายหนุ่มหัวเราะขึ้นมาบ้าง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“พระราชวังดาร์ลัม ก็เหมือนกับที่เกดอ่านหนังสือนั่นละครับ เป็นพระราชวังสีขาว ตั้งอยู่บนไหล่ผา มีเทือกเขาสูงที่มีหิมะปกคลุมจนขาวโพลนเป็นฉากหลัง และเป็นที่ประทับของกษัตริย์เดเช็น แล้วก็…”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พูดได้แค่นี้ชายหนุ่มก็สบตากับหญิงสาว แล้วพูดด้วยน้ำเสียงอันไม่ปกติในประโยคต่อมา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“แล้วยังเป็นที่ประทับของเชื้อพระวงศ์ของราชวงศ์เซโม รวมทั้งรัชทายาทด้วย”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“รัชทายาทหรือคะ อืมม์-น่าสนใจจัง เกดไม่เห็นในหนังสือพูดถึงเท่าไหร่ แล้วหน้าตาเป็นยังไงคะ คงหล่อระเบิดเลยละสิท่า อ้อ จำได้แล้วคะ ยายมุกเคยบอกไว้เหมือนกัน เจ้าชายโดร์เช ใช่มั๊ยคะ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ชายหนุ่มกลืนน้ำลายลงคงอย่างเยือกเย็น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ครับ เจ้าชายโดร์เช”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เสียงพูดนั้นแผ่วเบา แหบแห้งเสียจนเจ้าของเสียงยังนึกแปลกใจ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“โดร์เช ชื่อแปลกจัง มีความหมายบ้างมั้ยคะ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“โดร์เช แปลว่าสายฟ้าครับ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“มีความหมายดีจังเลยคะ อย่างนีม่า เพื่อนของยายมุก ชื่อก็เพราะดีเหมือนกัน เกดว่านะ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ชายหนุ่มผงกศีรษะลง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“นีม่า แปลว่า พระอาทิตย์ ซึ่งก็เหมาะกับเค้าดี นีม่า เป็นผู้หญิงที่ฉลาด มีความคิด เหมือนพระอาทิตย์ที่ส่องแสงให้กับโลกของเราไงครับ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หญิงสาวยิ้ม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ที่ดัลวาเขาเป็นอย่างนี้กันหมดเลยหรือคะ มีอะไรที่ลึกซึ้ง มีความหมายไปหมด แม้แต่การตั้งชื่อ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ชายหนุ่มมองหน้าหญิงสาวตรงหน้า แต่ไม่ได้กล่าวอะไรออกมา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ว่าไงคะ คุณเชเงียบไปเลย อยากฟังเรื่องดัลวาต่อนะคะ ฟังแล้วอยากไปเที่ยวมั่ง ยิ่งพระราชวังดาร์ลัมด้วยแล้ว อื้อฮือ คงจะสวยงามมาก”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ก็ไปสิครับ ไปดัลวา ไปเที่ยวก็ได้ หรือจะไปอยู่เลยผมก็คงยินดีมาก”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เกด เอามือปิดปากหัวเราะ ดวงตาเป็นประกายใส ก่อนจะยักไหล่อย่างขัดเขิน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“แหม คงไม่มีปัญญาหรอกคะ เงินจ่ายค่าเครื่องบินยังไม่พอเลย ถ้าคุณเชออกให้ก่อนแล้วเกดผ่อนเดือนละ 500 ละก็พอได้ แต่กว่าจะหมดคงหลายปี”&lt;br /&gt;แต่คราวนี้ชายหนุ่มไม่หัวเราะตามไปด้วย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ยังไงก็ได้ครับ ขอให้เกดไปเถอะ ผมจะพาเข้าไปชมภายในพระราชวังด้วย”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คราวนี้เกดทำตาโต ยื่นหน้าเข้ามาชิด ก่อนกระซิบถามว่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“จริงหรือคะ ไม่เอาหรอกคะ เกรงใจ ว่าแต่ว่าคุณเช สามารถพาใครเข้าไปชมในพระราชวังดาร์ลัมได้จริงหรือ ไม่ใช่สถานที่หวงห้ามสำหรับคนทั่วไปหรอกหรือ เกดเข้าใจถูกมั๊ยคะ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ชายหนุ่มพยักหน้า เหลียวมองไปรอบร้านอาหารริมแม่น้ำ ที่ขณะนี้ผู้คนเริ่มหนาตา บริกรในร้านต้องทำงานเป็นพัลวัน ไม่มีใครสนใจใครกันนัก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เขาถอนหายใจยาว และรู้สึกนานเหลือเกินกว่าจะพูดประโยคที่เตรียมไว้ออกมาได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“เข้าใจถูกแล้วครับ ดาร์ลัม เป็นสถานที่หวงห้าม แต่ผมสามารถพาเข้าไปชมได้ทุกซอกทุกมุม อย่ากลัวไปเลย”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“เพราะว่า…”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“เพราะอะไรคะ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ผมรู้จักคนที่นั่นครับ รู้จักคนที่พระราชวังดาร์ลัม”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หญิงสาวทำท่าจะหัวเราะออกมา แต่เห็นสีหน้าอันเคร่งขรึมของชายหนุ่มเบื้องหน้าแล้วทำให้หัวเราะไม่ออก ไม่แม้แต่ยิ้ม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;รู้สึกเหมือนมีสิ่งไม่ปกติเกิดขึ้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แล้วจู่ๆอะไรก็ไม่รู้ ดลใจให้เกด นึกถึงชื่อของชายหนุ่มขึ้นมา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“เดี๋ยว มุกจะให้นีม่า ช่วยหาพระฉายาลักษณ์ของเจ้าชายโดร์เชให้ ดูสิว่าจะสูสีกับคุณเชของพี่เกดหรือ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เปล่า ว่าแต่เช กับ โดร์เช มันคล้ายกันจังนะ มุกว่า”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เสียงของน้องสาวดังขึ้นในห้วงความคิดของเกด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“คุณเช” กับ “โดร์เช” อย่างนั้นหรือ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คิดได้แค่นี้ หญิงสาวก็สะดุ้ง รู้สึกเย็นวาบถึงสันหลัง ขนแขนตั้งลุกชันขึ้นมา แล้วก็รู้สึกอ่อนปวกเปียกไปทั้งตัว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เจ้าชายโดร์เช รัชทายาทแห่งดัลวา อย่างนั้นหรือ เป็นไปไม่ได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#000099;"&gt;วินนั่งอ่านหนังสืออยู่บนโต๊ะ&lt;/span&gt;ด้วยอาการกระสับกระส่าย และพยายามเงี่ยหูฟังเสียง จนในที่สุดก็ได้ยินเสียงมอเตอร์ไซด์แผดเสียงเข้ามาใกล้ ก่อนจะลุกขึ้นมองมอเตอร์ไซค์ที่จอดสงบนิ่งอยู่หน้าบ้าน ไม่ช้าก็เห็นหญิงสาวที่นั่งซ้อนท้ายมา ยิ้มทักทายให้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มุกดา ยังดูสดใสเหมือนทุกวัน เสื้อแขนสั้นสีเหลือง และกางเกงยีนส์สามส่วน และร่างเพรียวบาง ทำให้ชายหนุ่มนึกแปลกใจอยู่ครามครันว่า นับวันสองพี่น้องต่างแม่จะมีอะไรที่คล้ายกันอยู่มาก ผิดแต่ว่าในบางอารมณ์ หญิงสาวคนน้องชอบที่จะแสดงอาการปั้นปึ่ง จมูกเชิดรั้น คิ้วขมวด ใจร้อน ปากดี ยามเจอกันอยู่เสมอ&lt;br /&gt;แต่ขณะนี้ รอยยิ้มอันเปิดเผย ดวงตาสุกใส ทำให้ชายหนุ่มรู้สึกอบอุ่นใจอย่างประหลาด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“พี่วิน กลับมาหนนี้หน้าตาสดใสขึ้นเยอะเชียว”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ชายหนุ่มยิ้มกว้าง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“แต่ก็นั่นแหละ ตัวยังดำเหมือนจรกาไม่เปลี่ยนเลย”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วินหัวเราะอย่างนึกขำ แปลกใจตัวเองอยู่เหมือนกัน ถึงจะโดนล้อเลียน เสียดสี กระแทกด้วยคำพูด กิริยา อยู่เป็นระยะ แต่ทำไมถึงได้รู้สึกถึงความผ่อนคลาย โล่ง ยามพูดคุยกับน้องสาวเพื่อนคนนี้ก็ไม่รู้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ขอบใจนะ มุก” ชายหนุ่มว่า ในขณะที่เอื้อมมือไปหยิบถุงผ้าจากไหล่ของหญิงสาวแล้วถือพาเดินไปที่ม้านั่งใต้ถุนบ้าน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มุกดานั่งลงบนโต๊ะแล้วก็ถามขึ้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“คุณยายละ…”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“แม่แก่อยู่บนบ้าน เตรียมเสื้อผ้าให้พี่ คงต้องไปนอนเป็นเพื่อนพ่อแก่ที่โรงพยาบาล 2-3 วันนั่นแหละ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หญิงสาวพยักหน้ารับรู้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“คุณตาไม่เป็นอะไรมากใช่มั๊ย พี่เกด ฝากบอกว่าเสร็จธุระจะตามไปเยี่ยมที่โรงพยาบาล”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วินผงกศีรษะ แล้วเบือนหน้าไปอีกทางหนึ่ง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“พ่อแก่แค่ป่วยนิดหน่อยนะ เป็นหวัด แล้วก็มีไข้ตามประสาคนแก่ จริงๆ ตอนตรวจเสร็จร้องจะกลับบ้าน แต่พี่ปรึกษากับหมอแล้ว ให้นอนพักที่อยู่ที่โรงพยาบาล 2-3 วันจะดีกว่า กลัวเดี๋ยวมีโรคแทรกซ้อนละแย่เลย”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มุกดาเหลือบตามองชายหนุ่ม ดวงตาที่เคยกราดเกรี้ยว ค้อนประหลับประเหลือกด้วยอาการขัดใจหลายครั้งของหญิงสาวกลับอ่อนโยนลงอย่างน่าประหลาด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“โชคดีที่พี่กลับมาพอดี ไม่งั้นแค่คุณยายคนเดียวคงลำบากแย่”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“นั่นสิ พี่รู้สึกผิดเหมือนกัน ที่ทิ้งบ้าน ทิ้งงาน แล้วก็ปล่อยให้พ่อแก่ แม่แก่อยู่กันตามลำพัง”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;น้ำเสียงอันเศร้า ทำให้หญิงสาวอดไม่ได้ที่จะยื่นมือไปแตะที่แขนของชายหนุ่มรุ่นพี่เบาๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“อย่าลงโทษตัวเองอย่างนั้นสิ ทำตัวเองให้เข้มแข็งหน่อย วันนี้มุกขออนุญาติพ่อกับแม่มาแล้ว จะมานอนค้างเป็นเพื่อนคุณยาย ไม่ต้องเป็นห่วงหรอก ไปดูแลคุณตา แล้วก็ดูแลตัวเองให้ดีด้วย”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แม้ประโยคสุดท้ายดูคล้ายจะเอ๊ด คล้ายจะสั่งสอน แต่ชายหนุ่มกลับนึกขอบใจ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“รู้น่ามุกก็ ถึงอย่างไรก็ต้องขอบใจอยู่ดีนั่นแหละ นี่ถ้าเราสองคุยกันดีได้อย่างนี้ไปตลอดก็ดีนะ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หญิงสาวคิ้วขมวดขึ้นมาทันทีทันใด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“มันก็ต้องดูเป็นเรื่องๆ ไป พี่ก็ทำตัวให้มันดีหน่อย อย่าอืดอาด เอื่อยเฉื่อย ให้มากเกินไปนัก พูดง่ายๆ ก็อย่าซื่อบื้อ ไม่ได้ความ ให้มุกต้องหงุดหงิดหน่อยเลย”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ชายหนุ่มหัวเราะขึ้นเบาๆ ไม่นึกโกรธแม้แต่นิดเดียว บางทีเขาอาจเป็นอย่างที่มุกดาว่าก็ได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“พี่ขอโทษเรื่องที่ผ่านมา…”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หญิงสาวสบตาชายหนุ่มรุ่นพี่ เสียงพูดนั่นแผ่วเบา แต่ให้ความรู้สึกถึงความจริงใจเสียเหลือเกิน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;รู้ตัวก็ดีแล้วตาจรกาเอ๋ย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มุกดาพูดกับตัวเองโดยไม่หันไปมองหน้าชายหนุ่มรุ่นพี่ ทำทีเป็นสนใจกอเฟื่องฟ้าตรงหลังบ้าน แต่ภายในใจรู้สึกถึงความอบอุ่นในหัวใจ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ช่างประหลาดนัก&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/2947763160793315809-4785162185132845451?l=shinjiclub.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://shinjiclub.blogspot.com/feeds/4785162185132845451/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=2947763160793315809&amp;postID=4785162185132845451&amp;isPopup=true' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2947763160793315809/posts/default/4785162185132845451'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2947763160793315809/posts/default/4785162185132845451'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://shinjiclub.blogspot.com/2009_12_01_archive.html#4785162185132845451' title='บทที่ 16-หลังความทุกข์'/><author><name>เปิ้ลซัง ศิษย์มิตซูโอะ</name><uri>http://www.blogger.com/profile/05876559150619818157</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='29' height='32' src='http://4.bp.blogspot.com/_aoWh2-f7o2Q/Sp0BQpXydQI/AAAAAAAAAGE/-BuLt2NCpYs/S220/Picture+148.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-2947763160793315809.post-8845224395365321335</id><published>2009-11-25T22:20:00.003+07:00</published><updated>2009-11-25T22:31:37.875+07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='เพลงรักหิมาลัย'/><title type='text'>บทที่ 15-รักแท้</title><content type='html'>&lt;span style="color:#000099;"&gt;“หายใจออกยาวๆ”&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#000099;"&gt;“หายใจเข้าลึกๆ”&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#000099;"&gt;“หายใจออกแรงๆ”&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#000099;"&gt;“หายใจเข้ายาวๆ”&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เสียงของหลวงพ่อดังแว่วอยู่ในหู วินหลับตาพริ้มสนิท พยายามปฎิบัติตามคำสอนนั้นอย่างช้าๆ แรกๆ ดูจะติดขัดอยู่บ้าง ทำได้ 3-4 ครั้งก็ลืมตาโพลงขึ้น&lt;br /&gt;เพราะความรู้สึกอึดอัด ทนอยู่ไม่ได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่พอเหลียวมองไปทั่วห้องกว้าง ที่เปิดโล่ง มีสายลมผะแผ่วพัดผ่านเข้ามา และเห็นผู้คนราว 20 คน ในชุดเสื้อขาว กางเกงขาว ทั้งชายและหญิง นั่งหลับตา&lt;br /&gt;สงบนิ่งอยู่ ชายหนุ่มก็พริ้มตาลงอีกครั้ง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อดทนทำตามได้ช่วงพักใหญ่ รู้สึกว่าสามารถหายใจเข้า-หายใจออก ตามคำแนะนำของหลวงพ่อได้ดีขึ้น มีสมาธิมากขึ้นกว่าเดิม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“พระพุทธองค์เคยตรัสไว้ว่า ธรรมชาติของจิตดั้งเดิมนั้น ประภัสสร บริสุทธิ์ ผ่องใสโดยธรรมชาติ แต่จิตของมนุษย์เรามีความทุกข์ เศร้าหมอง เพราะปล่อยให้&lt;br /&gt;กิเลสครอบงำจิต พยายามหาวิธีแสวงหาความสุข หลบหนีทุกข์ จนไม่รู้วิธีสร้างความสุขจากภายใน โดยลืมนึกถึงคำที่ว่า ใจเป็นนาย กายเป็นบ่าว เมื่อใจดี&lt;br /&gt;คิดดี ก็จะมีความสุข”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วินถอนหายใจยาวออกมาครั้งหนึ่งเมื่อได้ยินคำกล่าวนั้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ทุกคนในโลกนี้ล้วนแล้วมีทุกข์ด้วยกันทั้งนั้น ทุกข์เพราะไม่เคยค้นหาตัวเอง ไม่เคยเข้าใจตนเอง การเจริญอานาปานสติที่พวกโยมกระทำอยู่นี้ก็เพื่อให้ทุกคนมี&lt;br /&gt;สติ รู้เท่าทัน ไม่ปล่อยให้จิตหลงไปตามกิเลส มองเห็นอารมณ์ภายใน รักษาจิตใจของตัวเอง”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ชายหนุ่มลืมตาขึ้น และมองเห็นหลวงพ่อกำลังมองมาด้วยสีหน้าที่ไม่แสดงความรู้สึกใดๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ปัญหาทุกอย่างล้วนแล้วแต่แก้ได้ทั้งนั้น แต่ที่มนุษย์เรามัวแต่ทุกข์อยู่กับมัน ก็เพราะปล่อยให้อารมณ์ยึดมั่นถือมั่นมากจนเกินไป เมื่อทุกคนมีสติ เข้าใจถึง&lt;br /&gt;ธรรมชาติของตัวเอง ไม่มีอุปาทานยึดมั่นถือมั่น ปล่อยวางความเห็นแก่ตัว สุขภาพใจก็จะดีขึ้น ทุกข์ก็จะคลายลง”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ฟังเช่นนี้แล้ว วินก็หลับตาลง กำหนดลมหายใจเข้า-ออกของตัวเองอย่างมีสมาธิมากกว่าเดิม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#000099;"&gt;เสียงน้ำไหลพัดแว่วมา&lt;/span&gt; ในขณะที่ชายหนุ่มเดินอย่างเนิบช้าผ่านสุมทุมพุ่มไม้ สูดกลิ่นหอมระรวยของต้นไม้ ใบหญ้า ก่อนจะมาหยุดนิ่งอยู่ตรงบึงน้ำกว้าง รู้สึก&lt;br /&gt;เหมือนความสงบแผ่ซ่านอยู่ในหัวอก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วินทรุดร่างลงบนหินใหญ่ก้อนหนึ่งใกล้บึงน้ำกว้าง เมฆบนฟ้าสวยกระจ่างกว่าทุกวัน แล้วจู่ๆ จิตกระหวัดนึกถึงคำสอนของหลวงพ่อหลังร่วมทำอานาปานสติ&lt;br /&gt;กับผู้ปฎิธรรมคนอื่นๆ ขึ้นมา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“โยมเป็นคนจิตใจงาม อ่อนโยน กตัญญูรู้คุณ เป็นคุณสมบัติที่หลวงพ่อภูมิใจอยู่เสมอ แต่โยมก็เป็นเหมือนปุถุชนทั่วไป ที่ไม่ค่อยดูแลจิตใจของตัวเอง ปล่อย&lt;br /&gt;ให้จิตใจคิดถึงแต่เรื่องของคนอื่น การดูคนอื่นไม่ผิดหรอก แต่เราควรดูคนอื่นเพื่อพัฒนาตัวเอง เพื่อมาปรับปรุงแก้ไขตัวเองมากกว่า ขอให้โยมสนใจ เอาใจใส่ตัว&lt;br /&gt;เองเพิ่มขึ้น ทุกข์ทั้งหลายก็จะคลายไปเอง”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ชายหนุ่มจำได้ว่า บอกกับหลวงพ่อว่าจะพยายามทำให้ดีกว่าเดิม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“โยมไม่ผิดที่มีความรัก แต่จะต้องรักอย่างมีเมตตา คือมีความปรารถนาให้เขามีความสุข รักษาใจ รักษาความรู้สึกที่ดีเอาไว้ ไม่มีความรักซึ่งจะเป็นเหตุให้เกิด&lt;br /&gt;ความทุกข์ และยังต้องรู้จักรักและอภัยตัวเองอีกด้วย”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ชายหนุ่มรู้สึกเหมือนมีน้ำเย็นเทรดลงบนศรีษะอย่างเชื่องช้า ให้ความรู้สึกเย็นยะเยือก แต่ภายในกลับสว่างวาบขึ้นมา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ถ้าโยมเข้าใจเนื้อแท้แห่งความรัก และรักอย่างมีธรรมะแล้ว โยมก็จะเข้าใจว่า หากมีความมั่นคงภายใน ความรักอย่างมีอิสระก็จะเกิดขึ้น พร้อมจะให้ความรัก&lt;br /&gt;โดยไม่หวังผลตอบแทน คือ เขาจะรักเราหรือไม่ก็ไม่สนใจ แต่เราจะให้ นั่นก็พอแล้ว”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วินน้ำตาคลอเมื่อได้ยินคำสอนอันแทงทะลุถึงก้นบึ้งของหัวใจ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ถึงเขาจะไม่รักก็ไม่เป็นไร ขอให้โยมรักเขา ปรารถนาดีต่อเขา คิดได้เช่นนี้ ความรักมันไม่ได้หายไปไหนหรอก และไม่ได้จืดจางลงไปอีกด้วย นี่ต่างหากคือความ&lt;br /&gt;รักที่แท้ เข้าใจหรือไม่โยม”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เขาผงกศรีษะ ก้มมองพื้น พูดอะไรไม่ออกแม้แต่คำเดียว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#000099;"&gt;สองหนุ่มสาว&lt;/span&gt;พบตัวเองกำลังเดินอยู่บนฟุตบาทกว้าง ในถนนสายยาวที่วางตัวขนานไปกับแม่น้ำใหญ่ ลมระรวยของแม่น้ำลอยมาปะทะหน้าอยู่เป็นระยะ&lt;br /&gt;ชายหนุ่มมัดผมยาวเป็นระเบียบ เสื้อแขนยาวปล่อยชาย สีเทาทึมของเสื้อเข้ากับสีดำของกางเกงยีนส์ได้ดีทีเดียว แต่ที่ดูสะดุดตากว่าเพื่อนเห็นจะเป็นประคำ&lt;br /&gt;ตรงลำคอ และกำไลเงินบนข้อมือ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อ้อ น่าจะรวมถึงนัยน์ตายิบหยีคู่นั้นด้วย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เกดเองก็ดูแปลกตากว่าทุกวัน ผมยาวสลวยดูเป็นประกาย ในขณะที่บนลำคอขาวผ่องมีสร้อยกางเขนเล็กๆ เพิ่มความผุดผาด เสื้อแขนสั้นสีน้ำเงิน กระโปรง&lt;br /&gt;สั้นสีขาว และรองเท้าผ้าใบสีชมพูลายดอกไม้ ดูกลมกลืนอย่างน่าประหลาด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“คุณเชคงจะชอบแม่น้ำมาก” เกดเอ่ยขึ้นเมื่อสังเกตุเห็นชายหนุ่มเหลียวมองแม่น้ำกว้างนั่นอยู่เป็นระยะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ครับ ดูแล้วคิดถึงบ้าน”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“อ้าว แล้วกัน คิดถึงก็กลับไปสิคะ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ชายหนุ่มนิ่งเงียบไปชั่วครู่ ยิ้มอ่อนก่อนตอบกลับไปว่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“คงอีกสักพักแหละครับ มีธุระต้องทำอีกนิดหน่อย”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เกดเลิกคิ้วสูง แล้วพยักหน้าแสดงอาการรับรู้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ทั้งคู่เดินเคียงกันลัดเลาะผ่านซอยเล็กๆ 2-3 ซอย ข้ามถนนสองสามครั้ง ก่อนจะเห็นสะพานใหญ่ข้ามแม่น้ำตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหน้า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“เห็นสะพานอีกแล้ว สะพานข้ามแม่น้ำซะด้วย จะทำให้คิดถึงบ้านอีกมั๊ยคะเนี่ย”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ชายหนุ่มนึกขันเสียงยั่วล้อของหญิงสาวไม่ได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ไม่หรอกครับ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หญิงสาวฉุดมือชายหนุ่มให้ก้าวผ่านทางม้าลาย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“รีบเข้าเถิดคะ เดินอีกนิดเดียวก็ถึงวัดพระแก้วแล้ว”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ได้ครับ แต่ไม่ต้องจูงมือหรอกนะครับ ผมเดินเองได้”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เกดหัวเราะแก้เขิน ปล่อยมือจากชายหนุ่มอย่างรวดเร็ว ก่อนจะค้อนใส่เป็นวงพองาม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ชายหนุ่มหายใจยาวเงียบๆ เสน่ห์ของผู้หญิงคนนี้คงอยู่ที่ความอ่อนโยน ผสมผสานกับอาการแง่งอนแต่พองามนี่กระมัง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#000099;"&gt;เกดทำท่าเดิน&lt;/span&gt;ทิ้งระยะเขาไปได้หน่อยหนึ่ง แล้วก็หยุดนิ่งชะม้อยตามองมา แล้วยิ้มน้อยๆ พลางคิดว่า คุณเชดูท่าจะไม่ค่อยชอบอากาศร้อนเท่าใดนักกระมัง&lt;br /&gt;หรือว่าเมื่อยเพราะพาเดินทัวร์มาตั้งแต่ต้นถนนพระอาทิตย์ แต่ละก้าวย่างจึงเชื่องช้ากว่าที่เคยเป็น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่วันนี้ ทำไมเขาถึงได้เงียบเชียบผิดปกติ เหมือนมีอะไรอยู่ในใจอย่างนั้นแหละ บรรยากาศบริเวณท่าพระจันทร์ คึกคัก จอแจ เหมือนที่เคยเป็นมา มีผู้คนเดิน&lt;br /&gt;สวนไปสวนมาตลอดเวลา นึกแล้วก็แปลกที่เมื่อได้สวมบทเป็นไกด์จำเป็นเข้าจริงๆ แทนที่จะพาคุณเชไปที่ห้างสรรพสินค้าหรูหรา หรือร้านอาหารเก๋ไก๋ หรือที่มี&lt;br /&gt;บรรยากาศโรแมนติก ทำไมถึงเลือกพาเดินฝ่าแดดร้อนมาละแวกนี้ก็ไม่รู้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เกดบอกกับตัวเองว่า คงไม่เป็นไรหรอกมั๊ง เพราะนับตั้งแต่เริ่มคบหากันมา “คุณเช” ไม่เหมือนผู้ชายหลายคนที่เคยพบเจอมา เป็นคนฉลาด กล้าคิด กล้าพูด&lt;br /&gt;และดูจะไม่ค่อยสนใจสังคมอันฟุ้งเฟ้อ หรือเดินดูข้าวของราคาแพง ในใจกลางกรุงเทพฯเท่าใดนัก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คุณเชดูจะชอบชีวิตง่ายๆ เดินเลียบฟุตบาท มองแม่น้ำกว้าง และตื่นตาตื่นใจไปกับวิถีของชาวบ้าน อย่างที่ปรากฎต่อสายตาอยู่ในขณะนี้มากกว่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หญิงสาวยืนนิ่งรอเขาอยู่ตรงหน้าร้านขายยาจีนโบราณตรงหัวมุม แล้วเอียงหน้าไปมองพลางล้อขึ้นว่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“เป็นยังไงบ้างคะ พญาน้อยชมตลาด สนุกมั๊ย”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“สนุกมากครับ แต่ถ้ามาคนเดียวผมคงเบื่อแย่”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เกดรู้สึกตัวเองหน้าแดงซ่านขึ้นมาทันที เมื่อโดนชายหนุ่ม “รุก” แบบไม่ให้ตั้งตัวติด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“แหม พูดอะไรอย่างนั้น”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ชายหนุ่มได้แต่หัวเราะเบาๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หญิงสาวแก้อาการขัดเขินของตัวเองด้วยการยกมือชี้ไปยังลานกว้างเบื้องหน้าแล้วพูดขึ้นว่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“เดินมาตั้งไกลแล้ว คงเหนื่อยบ้างละ คอแห้งบ้างมั๊ยคะเนี่ย ตรงท่าช้างโน่นมีร้านกาแฟอยู่ร้านนึง แวะไปดื่มอะไรกันก่อนนะคะ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พูดแล้วเกดก็เดินดุ่มนำหน้าไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ชายหนุ่มยิ้มในสีหน้า พลางก้าวเดินตามหลังเข้าไปในร้านกาแฟที่ว่านั่น โดยไม่ได้แสดงอาการหรือพูดอะไรที่จะทำให้หญิงสาวขวยอายอีก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ร้านกาแฟแห่งนั้นเป็นร้านเล็ก แต่ก็ตบแต่งได้น่ารัก เป็นร้านที่เปิดโล่งรับลมเย็นจากแม่น้ำ ตั้งอยู่ห่างจากท่าเรือข้ามฟากไม่ไกลนัก ผู้คนในร้านขณะนี้ มีเพียง&lt;br /&gt;หญิง-ชายต่างชาติคู่หนึ่งนั่งคุยกันอยู่เงียบๆ อยู่ตรงมุมหนึ่ง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“นั่งสิคะ เดี๋ยวเกดไปสั่งเครื่องดื่มให้ เอาอะไรดีคะ กาแฟเย็นมั๊ย” หญิงสาวว่าพลางรุนหลังชายหนุ่มให้นั่งตรงโต๊ะเล็กติดกับริมแม่น้ำ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ผมสั่งให้เองไม่ดีกว่าหรือครับ” ชายหนุ่มทักท้วงขึ้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เกดส่ายหน้า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ไม่ต้องหรอกคะ นั่งพักเถอะค่ะ คุณเชเป็นแขกของเกดนะคะ อย่าลืมสิ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ชายหนุ่มถอนหายใจเบาๆ มองตามร่างหญิงสาวที่เดินลิ่วไปสั่งเครื่องดื่ม แล้วก็ต้องบอกกับตัวเองว่า แปลกเหลือเกิน ทำไมถึงได้รู้สึกผูกพันกับเธอเสียมากมาย&lt;br /&gt;พยายามหาเหตุผลว่าทำไมจึงได้ชอบทุกอิริยาบถของหญิงสาว ชอบฟังเสียงที่เธอพูด ชอบเรื่องเล่าที่สรรหามาคุยมากมาย ไหนจะรอยยิ้ม เสียงหัวเราะนั่นอีก&lt;br /&gt;ทุกอย่างดูเป็นธรรมชาติไปหมด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อยากรู้เหมือนกันว่า เธอจะมีความรู้สึกเหมือนกับเขาบ้างมั๊ยหนอ อยากรู้จริงๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#000099;"&gt;“วิน เขาเป็นคนยังไง”&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“คะ…”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หญิงสาวพูดได้แค่นั้นจริงๆ เมื่ออยู่ดีๆ ก็เจอกับคำถามที่ไม่คาดคิดมาก่อน และไม่รู้จะเริ่มต้นตอบอย่างไรดี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ก็เป็นเพื่อนที่ดีที่สุด เป็นผู้ชายที่หน้าตาไม่เลว แต่ก็ไม่มีแฟนกับคนอื่นเขา ยายมุกชอบค่อนขอดว่าเป็นผู้ชายซื่อบื้อ แล้วก็ขี้อายนิดๆ ซึ่งก็เกินไปหน่อย วินมีข้อ&lt;br /&gt;ดีหลายอย่าง เพื่อนคนอื่นๆ พ่อ แล้วน้าเยาว์ ก็พูดคล้ายๆ ที่เกดพูดนี่แหละคะ คือวินเป็นผู้ชายใจดี เสมอต้นเสมอปลาย สำหรับเกดแล้ว วินเป็นเพื่อนที่ไว้ใจได้&lt;br /&gt;มากที่สุด เป็นเพื่อนที่พร้อมจะอยู่เคียงข้างเสมอ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ถ้าอย่างนั้น ทำไมเกดกับวิน ถึงได้เอ้อ…ไม่เป็นแฟนกัน”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เกดเอามือปิดปากหัวเราะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ไม่รู้สิ ความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนกับคนรัก มันไม่เหมือนกันหรอกนะคะคุณเชก็”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“แล้วอีกอย่าง…” หญิงสาวทอดเสียงยาว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“อะไรครับ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“เกดเชื่อคำกล่าวที่ว่า ความรักเหมือนผีเสื้อ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ไม่เคยได้ยินเลยครับ” ชายหนุ่มว่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ก็ผีเสื้อนะ เวลาเราวิ่งตามมันก็จะยิ่งบินหนีห่าง แต่ถ้าปล่อยให้มีโบยบินอย่างอิสระ มันก็จะวิ่งเข้ามาหาเราเองนั่นแหละ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เกด แปลกใจตัวเองที่พูดออกไปเช่นนั้น แต่นั่นก็เป็นความรู้สึกที่แท้จริงที่ต้องการบอก แต่ทำไมต้องบอกผู้ชายคนตรงหน้านี่ด้วยเล่า หญิงสาวไม่รู้หรอก&lt;br /&gt;ชายหนุ่มนิ่งอึ้งไป เอามือคลึงถ้วยกาแฟไปมา แล้วทอดสายตามองออกไปยังแม่น้ำสีเขียวเบื้องหน้า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“คราวนี้เกดเป็นฝ่ายถามบ้างนะคะ…”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ฮะ…อะไรนะ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หญิงสาวยิ้มเมื่อเห็นอาการงุนงงของ “คุณเช”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ว่าไงคะ…ได้มั๊ย”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ชายหนุ่มพยักหน้า สบตากับหญิงสาวตรงๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“เกด อยากรู้ว่า คุณเช เดินทางมาจากดัลวาด้วยจุดประสงค์อะไรคะ คงจะไม่ใช่เป็นเพราะว่าตามหาผู้หญิงคนเดียว นั่นมันเทพนิยายเชียวนะคะ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“คุณเช” ถอนหายใจยาว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“มันอาจจะเป็นเรื่องตลกสำหรับคุณ แต่ผมขอบอกว่า เดินทางมาที่นี่ด้วยเหตุผลเดียว คือ อยากมาดูว่าเด็กผู้หญิงคนนั้นเป็นอย่างไรบ้าง มีความสุขดีอยู่หรือ&lt;br /&gt;เปล่า”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เกดแทบสำลักน้ำดื่มเมื่อได้ยินคำตอบ ดวงตาเบิกโพลง มือไม้สั่นขึ้นมาอีกครั้ง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“คุณเช…”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ผมรักที่จะย้อนกลับไปในฤดูร้อนปีนั้นเหลือเกิน ปีที่เราพบกันครั้งแรกที่โบสถ์นั่นไงครับ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ความปั่นป่วนบางอย่างเริ่มก่อตัวขึ้น หญิงสาวเสหน้าลงมองพ้นโต๊ะ แต่ยังมีแก่ใจถามต่อว่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“มันไม่ดูแปลกไปหน่อยหรือคะ เจอกันตอนนั้นแล้วก็…”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ชายหนุ่มหัวเราะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“นี่เป็นคำถามที่ยากมาก เพราะผมเองก็ไม่เคยคิดถึงคำตอบมาก่อน ผมทำตามความปรารถนาจากข้างใน รู้แต่ว่าถ้าผมไม่ได้กลับมาที่นี่อีก ไม่ได้เจอเด็ก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผู้หญิงคนนั้น ผมคงทุกข์ทรมานไปตลอดชีวิต”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ตายละ ถึงขนาดนั้นเชียวหรือคะ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“คุณเช” สบตาหญิงสาว แล้วเห็นแววซุกซนในดวงตาคู่นั้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ถามเรื่องอื่นบ้างเถิดครับ อะไรก็ได้”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“งั้นก็…” เกดยื่นหน้าเข้ามา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“เรื่องของดัลวา โดยเฉพาะพระราชวังดาร์ลัม เล่าให้ฟังทีสิคะ เกดอ่านจากหนังสือแล้วคิดว่าคงจะสวยงามมาก คุณเช อยู่ที่นั่นคงต้องรู้รายละเอียดของ&lt;br /&gt;พระราชวังบ้าง แล้วเคยเข้าไปในนั้นหรือเปล่าค่ะ เรื่องนี้คงตอบได้มั๊งคะ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ชายหนุ่มก้มหน้านิ่ง บางทีช่วงเวลานี้อาจเหมาะสมที่สุดที่จะบอกกล่าวเรื่องราวทั้งหมดแล้วกระมัง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ผมคงต้องขอเริ่มต้นที่ท่านลามะ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ท่านลามะ อย่างนั้นหรือ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ชายหนุ่มพยักหน้า “ริมโปเช โลซัง คือผู้นำจิตวิญญานของดัลวาครับ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แล้วภาพของคุรุเฒ่าผู้เปี่ยมด้วยความกรุณาก็ปรากฎขึ้นภายในภวังค์ของชายหนุ่มอีกครั้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#000099;"&gt;เหลื่อมเขาอันสลับซับซ้อน&lt;/span&gt;ที่มีหิมะปกคลุมขาวโพลนมองเห็นอยู่ไกลลิบ ท้องฟ้ากระจ่างใส&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ริมโปชัง โลซัง ลามะเฒ่ายืนสงบนิ่งอยู่บนลานกว้างในอารามเก่าแก่ที่ตั้งอยู่บนผาสูง เสียงลมหวีดหวิวพัดเสื้อคลุมสีเหลืองปลิวไปมา เช่นเดียวกับธงหลากสี&lt;br /&gt;ที่ผูกอยู่ตามมุมเสาที่โบกสะบัดชายเสียงดังผึงๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เบื้องหลังของคุรุชราคือ ร่างสูงสง่าของกษัตริย์เดเช็นที่เอามือพระหัตถ์ไขว้ไว้ทางด้านหลัง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“มายืนอยู่ตรงนี้กับท่านลามะทีไร ข้ารับรู้ได้ถึงความสงบ เยือกเย็น” ผู้ปกครองสูงสุดของดัลวาตรัสขึ้น ในขณะที่พระเนตรจ้องไปยังเทือกเขาเบื้องไกล“พระองค์คงไม่ได้เสด็จมาเพื่อสิ่งนี้หรอกกระมัง”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;กษัตริย์เดเช็นทรงพระสรวลเบาๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ท่านลามะรู้ใจข้านัก”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ลามะเฒ่าหันหน้ามา ค้อมศรีษะลงเล็กน้อยก่อนกล่าว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ฝ่าบาทคงเป็นกังวลเรื่องรัชทายาทกระมัง”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“โดร์เช ไปอยู่ที่นั่นนานพอสมควรแล้ว แล้วกับผู้หญิงคนไทยนั่น…”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ริมโปเช โลซัง เป็นฝ่ายหัวเราะขึ้นมาบ้าง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“โปรดวางพระทัยเถิด องค์รัชทายาทจะไม่เป็นไร บางทีอาจจะได้พบหญิงไทยคนนั้นแล้วก็เป็นได้”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผู้ปกครองสูงสุดของดัลวาได้แต่ถอนพระทัย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ถึงอย่างนั้นก็เถิด แล้วจะเป็นอย่างไรต่อไป”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ไม่ว่าจะอย่างไรการเดินทางไปหนนี้ของรัชทายาทจะไม่สูญเปล่า”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ท่านลามะ หมายความว่าอย่างไร”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ริมโปเชเฒ่าส่ายหน้าไปมา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ผู้หญิงคนนั้นจะเป็นคู่แท้ขององค์รัชทายาทหรือไม่ เราไม่อาจทราบได้ มีแต่ตัวองค์รัชทายาทเท่านั้นที่จะรับรู้ได้ด้วยตัวเอง อย่างที่ข้าพระองค์เคยกราบทูล&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หลายครั้ง ปล่อยให้เจ้าชายค้นพบคำตอบของชีวิตด้วยตัวเองเถิดพะยะค่ะ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ลามะเฒ่ายิ้มบางๆ เมื่อเห็นอาการร้อนพระทัยของเหนือหัวแห่งดัลวา จะเป็นกษัตริย์หรือคนธรรมดาก็เหมือนกัน ห่วงใย อนาทรร้อนใจกับทุกข์สุขของลูกอย่าง&lt;br /&gt;ไม่มีวันจบสิ้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“คู่แท้คือสิ่งที่วิเศษสุดสำหรับมนุษย์ทุกคนที่ยังเต็มไปกิเลส มีแต่คู่แท้เท่านั้นที่จะเป็นคนที่เปลี่ยนแปลงชีวิตของกันและกัน ให้ความสุขอันดื่มด่ำ มีจิตใจอัน&lt;br /&gt;ชื่นบาน แต่เนื้อแท้แล้ว มันยังมีความสัมพันธ์ด้านอื่นที่เกี่ยวข้องกันอีกมาก ถึงได้พบกันแล้วก็ยังต้องใช้เวลาเรียนรู้กันอีกมาก”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ฟังเช่นนี้แล้วกษัตริย์เดเช็นก็ได้แต่สงบนิ่งฟังด้วยอาการเยือกเย็นกว่าเดิม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ความสัมพันธ์ที่จะต้องมีทั้งความไว้เนื้อเชื่อใจกัน ความห่วงใย การร่วมทุกข์ร่วมสุข เป็นกระบวนการที่ยาก ไม่สามารถที่จะเกิดขึ้นในเวลาชั่วข้ามคืน ถ้า&lt;br /&gt;ผู้หญิงคนนั้นเป็นคู่แท้ของรัชทายาท ทั้งคู่จะรวมพลังเพื่อพัฒนาและขัดเกลาตัวเองร่วมกัน จนพบความหมายที่แท้แห่งรักได้ในที่สุด”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ความรักมีพลังถึงเพียงนี้เชียวหรือ” เหนือหัวแห่งดัลวาตรัสด้วยน้ำเสียงแผ่ว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“พลังแห่งรักแท้จะผลักดันให้มนุษย์เราผ่านพ้นการเวียนว่ายตายเกิดอีกหลายภพหลายชาติ ให้เหลือเพียงชาตินี้ชาติเดียว นั่นละคู่แท้”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ฟังคำกล่าวของลามะแล้ว ความขัดข้องในพระทัยของกษัตริย์เดเช็นคลายลงอย่างมาก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ภาวนาให้เจ้าชายโดร์เชได้คำตอบที่ตัวเองต้องการโดยเร็วเถิด&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/2947763160793315809-8845224395365321335?l=shinjiclub.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://shinjiclub.blogspot.com/feeds/8845224395365321335/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=2947763160793315809&amp;postID=8845224395365321335&amp;isPopup=true' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2947763160793315809/posts/default/8845224395365321335'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2947763160793315809/posts/default/8845224395365321335'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://shinjiclub.blogspot.com/2009_11_01_archive.html#8845224395365321335' title='บทที่ 15-รักแท้'/><author><name>เปิ้ลซัง ศิษย์มิตซูโอะ</name><uri>http://www.blogger.com/profile/05876559150619818157</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='29' height='32' src='http://4.bp.blogspot.com/_aoWh2-f7o2Q/Sp0BQpXydQI/AAAAAAAAAGE/-BuLt2NCpYs/S220/Picture+148.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-2947763160793315809.post-2667588248642624333</id><published>2009-11-23T01:36:00.004+07:00</published><updated>2009-11-23T01:49:35.422+07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='เพลงรักหิมาลัย'/><title type='text'>บทที่ 14-คำของหลวงพ่อ</title><content type='html'>&lt;span style="color:#000099;"&gt;เสียงรถไฟแล่นไปในความมืด&lt;/span&gt; วินกึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่บนตู้นอน ในขบวนรถไฟเส้นที่วิ่งสู่ทางตอนใต้ของประเทศ ตู้ที่ชายหนุ่มเดินทางมาด้วยนั้น คับคั่งด้วยผู้โดยสารต่างชาติ ซึ่งขณะนี้บางส่วนยังจับกลุ่มพูดคุยกันอยู่ที่ตู้เสบียงที่อยู่ถัดไปไม่กี่ตู้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ท้องฟ้ามืดมิด มองไม่เห็นอะไร นอกจากดวงดาวน้อยใหญ่ที่กระพริบพราว แต่ก็ไม่ได้ทำให้วินรู้สึกเศร้าสร้อย กลับสัมผัสได้ความสงบภายในจิตใจของตัวเอง เพราะอะไรก็ไม่รู้เหมือนกัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ชายหนุ่มยื่นมือไปเปิดสวิตช์โคมไฟเล็กๆ ตรงศรีษะ แล้วจึงล้วงลงไปในกระเป๋าเสื้อ หยิบซองจดหมายที่ยับยู่ยี่ ออกมาคลี่ออกอ่าน มือที่ถือกระดาษสั่นเล็กน้อยพอรู้สึกได้ ก็ไม่แปลกนักหรอก-เพราะเจ้าของจดหมายไม่ค่อยจะเขียนอะไรอย่างนี้มาก่อน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;em&gt;วิน-วินนี่ ฮาโหล เทสต์&lt;/em&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;em&gt;อืมม์ ไม่ถนัดหรอก ไม่ถนัดเลย ที่ต้องเขียนจดหมายอย่างนี้ ก็แหม-เกด ไม่ใช่คนละเอียดอ่อนเหมือนวินนี่ นึกถึงคำพูดของน้าเยาว์เมื่อก่อน แกวิจารณ์ว่า วิน นี่ถ้าเปรียบเป็นดอกไม้ ก็น่าจะเป็นดอกมะลิ ไม้มงคลของบ้านเรา เพราะอะไรนะหรือจ้ะ น้าเยาว์บอกว่า เพราะ ความหมายของมะลิ ก็คือ ดอกไม้ที่ให้ความรู้สึกถึงความปรารถนาดี เป็นที่รักและคิดถึงของคนทั่วไป ยังแสดงถึงความบริสุทธิ์ กตัญญูกตเวทีต่อผู้มีพระคุณ&lt;/em&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;em&gt;โอ้โห-ฟังน้าเยาว์เล่าครั้งแรก เกดหัวเราะยกใหญ่ แต่พอนานไปชักเริ่มเห็นด้วยแฮะ&lt;/em&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;em&gt;แต่อย่าเพิ่งดีใจไปละ ถึงอย่างไรเกด ก็มีความเห็นว่า วิน น่าจะเป็นต้นโมกมากกว่า โมกที่เป็นคำเสียงกับคำว่าโมกข์ ที่มีความหมายว่า ความหลุดพ้น หรือ ผู้หลุดพ้นจากทุกข์ทั้งปวง&lt;/em&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;em&gt;อย่าเพิ่งหัวเราะสิ-ตั้งแต่คบเป็นเพื่อนกันมา สิ่งที่วิน ทำให้เกดรับรู้ก็คือ ความสุข สงบ เหมือนคนหลุดพ้นจากความทุกข์ เป็นคนที่สร้างความอบอุ่นใจให้กับคนรอบข้างได้เสมอ เหมือนดอกโมก ที่ออกดอกตลอดปี บานขาวสะพรั่งไปทั้งต้น ทั้งยังส่งกลิ่นหอมเย็นชื่นใจตลอดวันอีก&lt;/em&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;em&gt;จะมีก็ช่วงหลังนี่แหละ ที่เกดมองว่า มีอะไรเกิดขึ้นกับวินหรือเปล่า อาการนิ่งเงียบ ดวงตาหมอง ไม่ใช่วินคนที่เกดรู้จักเลยนี่ มีอะไรก็บอกมาสิ ลืมไปแล้วหรือว่าเราเป็นเพื่อนกัน เป็นเพื่อนรักที่เปิดอกคุยได้ทุกเรื่องเสียด้วย&lt;/em&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;em&gt;กลับลงไปใต้หนนี้วินก็อย่าไปนานนัก เกดมีเรื่องอยากคุยด้วยหลายเรื่อง อยากปรึกษาด้วย แต่บอกตามตรงว่าเห็นอาการซึมๆ ของเพื่อนแล้วกลัวใจ กลัวจะทำให้วินทุกข์หนักเข้าไปอีกนี่สิ เฮ้อ บุษบาหนอบุษบา&lt;/em&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;em&gt;เอ หรือว่า วินห่วงเรื่องของเกดกับคุณเชนั่น อย่าห่วงไปเลยนะจ้ะ อะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิด บอกตามตรงก็ได้ คุณเชให้ความรู้สึกแปลกๆ กับเกดจริงๆ แต่ถึงอย่างไรก็ยังไม่เคยคิดถึงเรื่องย้ายไปอยู่ดัลวาอะไรนั่นเลย ยังไม่ถึงขนาดนั้นหรอกจ้ะ&lt;/em&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;em&gt;แต่อาการเต้นตึกตัก มือไม้สั่นก็มีบ้างหรอกน่า ก็แหม-เกดเป็นผู้หญิงธรรมดา กระต๊อกกระต๋อย มีโอกาสเจอกับผู้ชายสมบูรณ์แบบอย่างนั้นมาสนใจก็น่าจะดีใจบ้างไม่ใช่หรือ&lt;/em&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;em&gt;ชีวิตมนุษย์เราก็แปลกนะ มีผู้คนมากมายที่เราพบ คบหา พบเห็นโดยทั่วไป แต่จะมีใครสักกี่คนที่จะก่อให้เกิดความรู้สึกวาบหวิว หรือมีความคุ้นเคย ราวกับสนิทสนมกันมายาวนาน ไม่รู้ว่าเขาเรียกพรหมลิขิตหรือเปล่านะจ้ะ&lt;/em&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;em&gt;เกดเคยบอกวินเสมอใช่มั๊ยว่า เกดเคยมีความฝันถึงโซลเมตของตัวเองมายาวนาน แต่สำหรับเกดแล้ว นิยามของความรักก็คือรัก ไม่จำเป็นต้องพยายามรัก&lt;/em&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;em&gt;หัวใจจะบอกเราเองนั้นแหละ ใช่มั๊ย&lt;/em&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;em&gt;เฮ้อ เฮ้อ เกดบอกเล่าความรู้สึกตัวเองไม่ถูกหรอก พูดได้แต่กับเพื่อนเท่านั้นแหละ&lt;/em&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;em&gt;จริงอย่างที่ยายมุกว่า เรื่องราวทั้งหมดเป็นเหมือนเทพนิยายที่ไม่น่าจะเกิดขึ้นได้ในชีวิตจริง แต่มันก็แสนจะจริง ทั้งสุข และทรมาน ไปพร้อมๆ กัน&lt;/em&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;em&gt;รีบกลับขึ้นมาเร็วๆ นะจ้ะ อยากคุยด้วยจริงๆ&lt;/em&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;em&gt;คิดถึงเสมอ&lt;/em&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;em&gt;เกด-เพื่อนสาวเจ้าปัญหา&lt;/em&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#000099;"&gt;ฝนตกปรอยๆ ลงมา&lt;/span&gt; ตอนที่ชายหนุ่มก้าวลงจากรถไฟ และนั่งซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์ตรงไปยังวัดป่าแห่งนั้น&lt;br /&gt;บรรยากาศของวัดป่าเงียบสงบ เสียงนกร้อง เสียงหวีดหวิวของลมแรง ไปจนถึงเสียงกรูเกรียวของใบไม้ที่ปลิดใบจากขั้ว ปลิวเกลื่อนไปทั่วบริเวณ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;โลกภายนอกเคลื่อนไปข้างหน้าอย่างไม่หยุดยั้ง แต่สำหรับที่นี่ โลกเดินช้าเหมือนหยุดนิ่ง ชายหนุ่มชอบอากาศในยามเช้าเช่นนี้เสมอ จมูกสูดกลิ่นอ่อนๆ ของใบไม้แห้ง หูแว่วเสียงส่ายกิ่งใบของต้นไม้ จากนั้นก็ยืนนิ่ง หลับตา แล้วถอนหายใจยาวอยู่เป็นนาน จากนั้นวินจึงขยับเป้บนหลังให้กระชับขึ้น แล้วก้าวเดินไปตามถนนสายเล็กๆ พร้อมกับเหลียวมองไปรอบบริเวณวัดป่าด้วยความสุขที่หลั่งถ้นอยู่ในหัวอก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ทุกสิ่งรอบตัวเขาเวลานี้คือ ความเงียบสงบเย็นจนยากที่จะบรรยาย ความว้าเหว่ ซึมเศร้าในช่วงหลายวันที่ผ่านมาดูคลายลงไปอย่างมาก วินเดินลัดเลาะตามถนนเล็กๆ ไปเรื่อยๆ อย่างเพลิดเพลิน กว่าจะรู้ตัวอีกทีก็มายืนอยู่หน้ากุฎิไม้หลังนั้น ซึ่งมีขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่ และยกพื้นสูงจากพื้นดินไม่มากนัก ใกล้กันนั้นมีกุฎิในลักษณะคล้ายกันเรียงรายอยู่ราว 3-4 หลัง รายล้อมด้วยต้นไม้ใหญ่อันเขียวชะอุ่ม ให้ความรู้สึกร่มรื่น เสียงนกร้องจิ๊บจิ๊บดังแว่วมา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ชายหนุ่มสูดลมหายใจลึก เมื่อเห็นร่างของพระรูปหนึ่งยืนอยู่ตรงระเบียง นาทีนั้นดูเหมือนแสงจากพระอาทิตย์ยามเช้าจะสาดแสงมาสว่างวาบทางเบื้องหลังของพระรูปนั้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วิน ก้าวเดินผ่านบันได 3 ขั้นของกุฎิ แล้วก้มร่างลงกราบพระรูปนั้นด้วยอาการเคารพ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“มาแล้วหรือโยม” เสียงอันเปี่ยมเมตตาดังมาจากพระรูปนั้นที่กำลังค้อมลงมองร่างที่ทรุดอยู่บนพื้นด้วยดวงตาอันแสดงความปรานี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ครับ หลวงพ่อ” วิน ตอบพลางเงยหน้าขึ้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พระรูปนั้นมีรูปร่างสูงใหญ่ ผิวคล้ำสนิทจนเกือบดำ ดวงตาสุกใส ริมฝีปากบาง ว่าไปแล้วมีลักษณะบางอย่างที่คล้ายคลึงกับชายหนุ่มที่นั่งพนมมืออยู่บนพื้นกุฎิเสียเหลือเกิน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หลวงพ่อสูดลมหายใจยาว แล้วยิ้ม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“โยมสบายดีหรือเปล่า”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เสียงพูดทำให้วินสะดุ้งขึ้นครั้งหนึ่ง พยักหน้ารับ แล้วเงยหน้าขึ้นสบตาหลวงพ่อ ก่อนจะหลบตาก้มมองพื้น เมื่อรู้สึกว่ามีก้อนอะไรไม่รู้มาจุกอยู่ที่ลำคอ แล้วน้ำตารื้นก็ซึมขึ้นที่ดวงตาทั้งคู่ จนชายหนุ่มต้องใช้ปลายนิ้วปาดขึ้นที่หางตา พลางนึกบ่นกับตัวเองที่ปล่อยให้ความอ่อนแอแสดงตัวในช่วงเวลาที่ไม่เหมาะสมเสียเลย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“โยม…” เสียงหลวงพ่อดังขึ้นอีก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ครับ หลวงพ่อ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“โยมไม่เป็นไรนะ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ชายหนุ่มจะทำอะไรได้ นอกจากส่ายหน้าปฎิเสธ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“โยม อยู่ต่อหน้าพระอย่าโกหกสิ มันบาป”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ได้ยินคำกล่าวของหลวงพ่อเช่นนั้น วินกลืนน้ำลายลงคออย่างลำบาก พูดอะไรไม่ออก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“โยม กำลังมีทุกข์ใช่มั๊ยลูก”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วินมองหน้าหลวงพ่อ ก่อนสารภาพเสียงแผ่ว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ครับ หลวงพ่อ…”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#000099;"&gt;สายลมเย็นพัดมาผะแผ่ว&lt;/span&gt; ในขณะที่ชายหนุ่มนั่งพิงร่างกับต้นไทรใหญ่ สายตาทั้งคู่จับจ้องอยู่ที่หลวงพ่อที่วางเท้าเปล่าอยู่บนพื้นหญ้า เหมือนมีความสงบนิ่งรายล้อมอยู่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นาทีนั้น วินรับรู้ได้ถึงความสงบเย็น ละเอียดลึกซึ้ง ซึ่งดูเหมือนจะเปล่งมาจากผู้บังเกิดเกล้าซึ่งอุทิศตัวให้กับรสพระธรรมแล้วในขณะนี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วินไม่ได้อธิบายความทุกข์ที่เกาะกุมจิตใจให้หลวงพ่อรับทราบ และหลวงพ่อก็ไม่ได้ไต่ถามอะไรอีก แต่หลังจากฉันท์และปฎิบัติกิจแห่งสงฆ์อย่างเคร่งครัดแล้ว ก็ชักชวนเขาให้เดินมาที่ชายป่าทางด้านหลังของวัดแห่งนี้ และนั่งนิ่งอยู่นานกว่า 15 นาทีแล้ว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ไปเถอะโยม เดินไปทางนั้นเถิด”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ชายหนุ่มพยักหน้ารับ แล้วเดินตามหลังหลวงพ่อโดยไม่ได้พูดอะไร เส้นทางเดินเป็นถนนสายแคบเล็กที่มุ่งตรงสู่เรือนธรรมบนเนินเขาสูง ซึ่งสองข้างทางรายล้อมด้วยพรรณไม้นานาชนิด ต้นไม้ใหญ่ที่ให้ร่มเงาและช่วยบังแดดคือต้นประดู่ กิ่งแก่ของต้นตั้งขึ้นไปเป็นยอดพุ่มกลมดูคล้ายร่ม ช่อดอกประดู่ป่ากำลังแตกดอกออกช่อเป็นสีเหลืองตามซอกใบและกิ่ง เดินผ่านร่มไม้ของดอกประดู่ได้ไม่ไกลนัก วินยังเห็นพุ่มของต้นวาสนาปลูกเรียงรายอยู่ ดอกออกเป็นช่อจากซอกใบ เป็นดอกเล็กๆ สีเหลืองอ่อน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วินสูดกลิ่นหอมรวยรินของดอกไม้ป่า พลางคิดไปว่าวัดป่าในยามค่ำคืนคงให้ความรู้สึกสงบยิ่งกว่านี้ ดอกราตรี ดอกลั่นทม คงส่งกลิ่นหอมชื่นใจ ไหนยังจะเสียงร้องของเรไร นกกลางคืน อีกเล่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ลัดเลาะตามเส้นทางมาได้พักใหญ่ หลวงพ่อก็พาชายหนุ่มมาหยุดยืนอยู่ที่ลานหินกว้าง มองเห็นทิวทัศน์ของวัดป่าได้อย่างแจ่มชัด ที่มองเห็นลิบๆ คือบึงน้ำกว้างสุดลูกหูลูกตา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วินทรุดร่างลงพับเพียบใกล้กับหลวงพ่อบนลานหินแห่งนั้น แล้วสายตาเหม่อมองไปยังบึงน้ำที่อยู่ไกลออกไป&lt;br /&gt;“รู้สึกจิตใจสงบบ้างหรือยังเล่าโยม”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ครับ…” วินตอบรับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“อยู่ในกรุงเทพฯ บางทีจิตก็วุ่นเกินไป ได้มาอยู่ท่ามกลางแม่ธรรมชาติอย่างนี้ จะเป็นเครื่องปรุงให้จิตยุ่งเหือดหายไป พอใจสงบ กายก็จะสงบ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วินพยักหน้ารับรู้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“หลวงพ่อครับ ผมแค่…” ชายหนุ่มพูดได้แค่นั้นก็ตะกุกตะกักพูดอะไรไม่ออกอีกต่อไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หลวงพ่อหลับตาลง แล้วจึงกล่าวต่อ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“พระพุทธเจ้า เคยตรัสแก่ภิกษุสาวก ถึงเรื่องความรักไว้ว่า มนุษย์ทุกคนล้วนแต่ต้องการความสมหวังในชีวิตรัก แต่ความรักไม่เคยให้ความสมหวังแก่ใครถึงครึ่งหนึ่งแห่งความต้องการ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ชายหนุ่มถอนหายใจยาว หลวงพ่อคาดเดาอะไรได้แม่นเหลือเกิน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“จำไว้นะโยม ในทางพุทธศาสนา ความรักที่มีแต่สุข ไม่มีทุกข์เจือปน เป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“แล้วผมควรจะทำอย่างไรครับหลวงพ่อ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;โยมทุกข์เพราะคิดผิด”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“คิดผิดอย่างนั้นหรือครับ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หลวงพ่อยิ้ม แล้วลืมตาขึ้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“การหวังดับทุกข์จากความรักเป็นไปไม่ได้ เพราะความรักคือความไม่เที่ยง มีความแปรปรวน เปลี่ยนแปลงตามเหตุแห่งปัจจัย ไม่มีอะไรคงที่ เป็นที่พึ่งที่แท้จริงได้”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“หลวงพ่อครับ ผมยังไม่เข้าใจดีนัก” วินพูดด้วยเสียงอ่อนล้า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“โยม ต้องเรียนรู้ที่จะไม่เป็นทุกข์เพราะความรัก นั่นคือรักอย่างมีเมตตา ไม่มีเงื่อนไข ไม่เรียกร้อง ถ้าโยมศึกษาเนื้อแท้ของมันจะพบว่า ความรักที่ใสสะอาด บริสุทธิ์ จะนำมาซึ่งจิตใจอันเบิกบานเท่านั้น โยมต้องมีสติที่จะควบคุมความคิดของตัวเองให้ได้”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“มีสติอย่างนั้นหรือครับ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หลวงพ่อหันหน้ามามองชายหนุ่ม แล้วยิ้มละไมอยู่ในสีหน้า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“โยมต้องกล้าที่จะดูตัวเอง แล้วพิจารณาความเหงา ว้าเหว่ ความผิดหวังที่เกิดขึ้น กล้าดูความทุกข์ของตัวเอง พอทำได้อย่างนั้นแล้ว ความคาดหวังในตัวของคนอื่นก็จะน้อยลงไป มันเป็นแค่อารมณ์ ที่เกิดและดับสลับเช่นนี้เรื่อยไป”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“เหมือนต้นไม้ในป่านั่นสิครับ เกิด เติบโต แล้วก็สลายไป” วินพูด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หลวงพ่อหัวเราะขึ้นเบาๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“โยมเริ่มเข้าใจแล้วสินะ แต่เอาเถอะค่อยๆ เรียนรู้ไป แต่จำคำของหลวงพ่อเอาไว้ ความรักไม่ใช่สิ่งที่ผิด แต่โยมต้องรู้จักรักอย่างมีเมตตา”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ครับ หลวงพ่อ” ชายหนุ่มรับคำ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#000099;"&gt;เกือบ 5 ทุ่มแล้วแต่เกดยังไม่นอน&lt;/span&gt; แต่ความจริงก็คือนอนไม่หลับมากกว่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;รู้สึกแปลกๆ กับตัวเองอยู่เหมือนกัน ที่ห้วงสมองในเวลานี้เฝ้าคิดถึงผู้ชาย 2 คน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คนหนึ่งแน่ละ เป็นเพื่อนกันมายาวนาน รู้อกรู้อกใจ เอื้อเฟื้อมีน้ำใจกันมาอย่างยาวนาน แต่ระยะหลังก็เริ่มมีอะไรที่พิกล ผิดแผกไปจากเดิมอยู่มาก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่เอาเถอะ-เขียนจดหมายไปหาแล้ว และปล่อยให้ไปอยู่วัดป่า ทำจิตให้ปลอดโปร่งสักพักอะไรก็คงดีขึ้นกระมัง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แล้วอีกคนเล่า-พูดไม่ถูกเหมือนกัน รู้แต่ว่าเป็นผู้ชายที่นำความรู้สึกแปลกใหม่ให้เกิดขึ้น ทำให้หัวใจเต้นตึกตักยามเจอหน้ากัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คล้ายๆ กับว่า เป็นผู้ชายที่เริ่มมีใจให้บ้างนั่นแหละ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่จะให้ถึงคิดไปไกลถึงขั้นย้ายไปอยู่ในดัลวาด้วยอย่างนั้นหรือ เร็วไปหน่อยมั๊ง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ว่าแต่ว่าอย่างที่วินแนะนำไว้ก็ถูก เรียนรู้เรื่องของคุณเชและดัลวาไว้ก็คงไม่เสียหาย ไม่ใช่หรือ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;รู้จัก พูดคุยกันมาระยะหนึ่งแล้ว แต่ “คุณเช” ทำงานอะไร มีชีวิตความเป็นอยู่อย่างไร เกดยังไม่รับรู้เลยแม้แต่น้อย ไม่กล้าถามเหมือนกัน รอให้เจ้าตัวเปิดปากบอกเองน่าจะดีกว่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คิดได้แค่นี้แล้ว หญิงสาวก็ก้มหน้าลงอ่านหนังสือตรงหน้า ซึ่งเป็นเรื่องราวของดัลวาต่อไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;em&gt;ดัลวา เป็นนครโบราณอันเก่าแก่ มีเอกลักษณ์ทางภูมิศาสตร์ของตัวเอง มีทั้งช่วงเวลาที่หนาวยะเยือก และช่วงร้อนระอุราวอยู่บนกะทะร้อน &lt;/em&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;em&gt;&lt;/em&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;em&gt;ภูเขาสูงชันเป็นเนื้อที่ส่วนใหญ่ของอาณาจักรแห่งนี้ ส่วนประกอบเหล่านี้หล่อหลอมให้ ดัลวา มีทิวทัศน์สวยงาม มีทะเลทรายกว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตา และมีทะเลสาบงดงามหลายแห่ง&lt;/em&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;em&gt;ดัลวา เป็นดินแดนที่นักท่องเที่ยวทั่วโลกใฝ่ฝันที่จะได้ไปเยี่ยมเยือน แต่การเดินทางไปถึงไม่ใช่เรื่องง่ายนัก เนื่องจากบางห้วงเวลาจะมีมรสุมและพายุหิมะโหมกระหน่ำจนไม่สามารถสัญจรไปมาได้ เนื่องจากการเดินทางเข้าสู่ดัลวา จะต้องสัญจรผ่านเทือกเขาสูง ซึ่งบางวันจะมีหิมะปกคลุมจนขาวโพลน บางห้วงเวลาก็มีอากาศร้อนจัด อูณหภูมิสูงถึง 40 องศา ซึ่งซึ่งถือว่าเหลือจะทนทานสำหรับผู้มาเยือนจากอีกซีกโลกหนึ่ง&lt;/em&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;em&gt;ช่วงที่ท้องฟ้าเปิด อากาศแจ่มใส สามารถเห็นทัศนียภาพอันงดงาม ไม่ว่าจะเป็นสีขาวโพลนของภูเขา สีเงินอันเวิ้งว้างของทะเลสาบ หรือต้นไม้อันเขียวชอุ่มที่เรียงรายโอบล้อมเมืองไว้ มีเพียงแค่ 4 เดือนใน 1 ปีเท่านั้น&lt;/em&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;em&gt;ถึงสภาพอากาศจะแปรวปรวนอย่างสุดขั้ว มีเอกลักษณ์ทางภูมิศาสตร์ที่เหลือเชื่อ แต่กิตติศัพท์ความงดงามของดินแดนแห่งนี้ ก็ยังเป็นเสน่ห์ที่นักท่องเที่ยวทั่วโลกอยากมาสัมผัสด้วยตาตัวเองอยู่ดี&lt;/em&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;em&gt;แต่สิ่งก่อสร้างที่โดดเด่นที่สุดของดัลวายังคงเป็น “พระราชวังดาร์ลัม”&lt;/em&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;em&gt;ดาร์ลัม ไม่เพียงเป็นสถาปัตยกรรมที่มีเอกลักษณ์โดดเด่น แต่ยังทรงเป็นที่ประทับของกษัตริย์เดเช็น แห่งราชวังเซโม ประมุขแห่งดัลวา&lt;/em&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;em&gt;เป็นผู้นำประเทศที่นำพาดาร์ลัม ก้าวไปข้างหน้าอย่างไม่หยุดยั้ง ทั้งนี้ยังคงสามารถรักษาเอกลักษณ์&lt;/em&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;em&gt;วัฒนธรรม และเสน่ห์ในแบบฉบับของตัวเองไว้ได้อย่างกลมกลืน&lt;/em&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;em&gt;ชื่อเดเช็น ของพระองค์มีความหมายความว่า เมตตา ซึ่งสอดคล้องกับวิธีการปกครองดัลวาเป็นอย่างยิ่ง&lt;/em&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;em&gt;กษัตริย์เดเช็น สามารถสอดประสานให้ดัลวา เป็นอาณาจักรบริสุทธิ์ ในดินแดนแห่งเทือกเขา ทะเลทราย ทะเลสาบ ได้อย่างเป็นไร เป็นคำตอบที่ทำให้ชนชาวโลกให้ความสนใจใคร่รู้เป็นอย่างยิ่ง…&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;/em&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#000099;"&gt;ฝนโปรยละอองมาบางเบา&lt;/span&gt; ในขณะที่รัชทายาทแห่งดัลวาบรรทมอยู่ อากาศเย็นสบาย แต่เจ้าชายโดร์เชทรงมีพระเนตรเบิกโพลง ด้วยพระทัยอันไม่สงบนัก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พระองค์ทรงถวิลหาหญิงสาวที่อยู่ในใจมาเนิ่นนานนัก แต่ไม่เพียงแค่นั้นยังทรงนึกผู้ชายคนนั้น คนที่เป็นเพื่อนกับหญิงสาว และนำพาพระองค์ไปพบกับ “ดวงดาว” ที่พระองค์ฝันถึง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ชายหนุ่มคนนั้นชื่อวิน รัชทายาทยังทรงจำได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เป็นชายหนุ่มรูปร่างสันทัด ผิวคล้ำ ท่าทางอ่อนโยน มีจิตใจดี ดูเป็นมิตรกับทุกคน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เจ้าชายโดร์เช ยังทรงจำได้ถึงสายตาของชายหนุ่มผู้นั้นที่เบิกโพลงขึ้นมา เมื่อพระองค์ทรงตรัสว่าหญิงสาวที่ตามหาอยู่นั้น เคยสวมแว่นสายตา นับถือคริสต์ และเป็นลูกกำพร้าแม่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ตอนนั้น ด้วยความดีพระทัย พระองค์ไม่ทรงนึกอะไร นอกเสียจากกว่า การตามหา “ดวงดาว” มานับสิบปีสิ้นสุดลงแล้ว ด้วยความช่วยเหลือของชายหนุ่มคนที่ว่านั่นเอง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“หญิงสาว ที่คุณตามหาอยู่นั่น ไม่ใช่คนอื่นไกลเลยครับ เป็นเพื่อนสนิทของผมเอง เธอชื่อเกด”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เป็นคำตอบที่ชายหนุ่มที่ชื่อวินบอกกับพระองค์ ณ เวลานั้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เพียงทราบแค่นั้น เจ้าชายโดร์เช ยังทรงจำถึงความรู้สึกของพระองค์เองได้ เพราะทรงแย้มพระเนตร ดวงตาเบิกโพลง แล้วทรงลืมพระองค์ด้วยการเอาพระหัตถ์จับที่ไหล่ของชายหนุ่มคนนั้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“จริงหรือครับ คุณไม่ได้หลอกผม ใช่มั้ย”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ชายหนุ่มคนนั้น ผงกศีรษะรับ นั่งนิ่งอยู่เป็นนาน ก่อนจะเงยหน้าตอบ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“อย่าเป็นห่วงเลยครับ ถ้าเป็นเกดจริง คุณจะได้พบกับเธอแน่ เดี๋ยวผมจะจัดการให้ บางทีอาจนัดเจอกันที่โบสถ์ฝรั่ง ที่ติดกับโรงเรียนที่คุณเรียนอยู่ไงครับ สะดวกมั้ย”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นั่นละเจ้าชายโดร์เชจึงได้ทรงพบหญิงสาวที่พระองค์เฝ้ารอพบเจอ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;และในขณะนี้ เวลานี้ ความสัมพันธ์ของพระองค์กับหญิงสาวพัฒนาไปอย่างมาก มากเสียจนว่าทรงลืมความเป็นเจ้าชายของตัวเองไปชั่วขณะหนึ่ง รู้สึกเป็นชายหนุ่มธรรมดาคนหนึ่งที่เกิดอาการตกหลุมรัก เกิดความผูกพันกับหญิงสาวอย่างที่ไม่เคยรู้สึกกับใครมาก่อน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แล้วหลังจากได้มีโอกาสพูดคุยกับนีม่า เมื่อวันก่อน เจ้าชายโดร์เชก็ทรงหวนนึกถึงชายหนุ่มคนนั้นขึ้นมาอีกครั้ง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ถ้านี่เป็นความรักที่จริงแท้ของพระองค์ และทุกอย่างจบลงด้วยดี อย่าทรงลืมพี่วินนะเพคะ กระหม่อมขอทูลว่า ถ้าพระองค์เป็นเจ้าชาย แล้วพี่เกดเป็นซินเดอเรลล่า พี่วินก็คงเป็น เอ้อ-หนูนาที่นางฟ้าเสกให้เป็นคนขับรถฟักทอง จนเจ้าชายได้เจอกับซินเดอเรลล่า อย่างในนิทานไงเพคะ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ฟังนีม่า พูดตอนนั้น รัชทายาทหนุ่มเพียงแต่ทรงพระสรวลอย่างนึกขัน แต่ตอนนี้ พระองค์ทรงถามตัวเองว่า ชายหนุ่มคนนั้นกับหญิงสาว เป็นเพียงเพื่อนสนิทจริงหรือ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มีความสัมพันธ์ทางใจที่ลึกซึ้งมากกว่านั้นหรือไม่นะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เพราะเกดเองก็มักจะกล่าวถึง “เพื่อนสนิท” ของตัวเองให้พระองค์ฟังอยู่บ่อยๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ทรงคิดมาถึงตอนนี้ ก็รู้สึกว่าพระองค์จะมีพระทัยว้าวุ่นเกินไปแล้ว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เจ้าชายบอกตัวเองว่า ทรงอิจฉาชายหนุ่มแสนจะธรรมดาคนนั้น-อย่างนั้นหรือ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หรือจะเป็นอย่างที่นีม่าว่าจริงๆ ความรักทำให้คนตาบอด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ตาบอดเพราะความรัก หลงใหล เสียจนไม่นึกถึงความรู้สึกของผู้คนรอบข้างเอาเสียเลย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ต้องการยึดมั่น ถือมั่น กับความสุขของตัวเองเท่านั้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นี่อาจจะเป็น “ด้านมืด” ของความรักกระมัง&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/2947763160793315809-2667588248642624333?l=shinjiclub.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://shinjiclub.blogspot.com/feeds/2667588248642624333/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=2947763160793315809&amp;postID=2667588248642624333&amp;isPopup=true' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2947763160793315809/posts/default/2667588248642624333'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2947763160793315809/posts/default/2667588248642624333'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://shinjiclub.blogspot.com/2009_11_01_archive.html#2667588248642624333' title='บทที่ 14-คำของหลวงพ่อ'/><author><name>เปิ้ลซัง ศิษย์มิตซูโอะ</name><uri>http://www.blogger.com/profile/05876559150619818157</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='29' height='32' src='http://4.bp.blogspot.com/_aoWh2-f7o2Q/Sp0BQpXydQI/AAAAAAAAAGE/-BuLt2NCpYs/S220/Picture+148.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-2947763160793315809.post-4300175549790769653</id><published>2009-11-17T22:12:00.003+07:00</published><updated>2009-11-17T22:25:53.808+07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='เพลงรักหิมาลัย'/><title type='text'>บทที่ 13-นกปีกหัก</title><content type='html'>&lt;span style="color:#000099;"&gt;เกดมองภาพที่ชายหนุ่มกำลังใช้ผ้าผืนบางสีขาว&lt;/span&gt;พันไปบนขาอันกระจิดริดของนกตัวนั้น แล้วก็ต้องถอนหายใจออกมา นี่ก็อีกคน ช่างอ่อนโยน ละเอียดอ่อน ผิด&lt;br /&gt;วิสัยของผู้ชายทั่วไปเสียเหลือเกิน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แล้วก็ช่างแสนดี มีน้ำใจ เป็นที่พึ่งพิงได้เสมอ เป็นเพื่อนที่คงจะหาได้ยากแล้วในชีวิตนี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หญิงสาวมองไปรอบร้านต้นไม้แห่งนี้ กลิ่นหอมระรวยของดอกไม้บางชนิดลอยมาเข้าจมูก ผสมผสานไปกับกลิ่นดินที่อวลคละเคล้ากันไป ดอกไม้ฤดูร้อนบาง&lt;br /&gt;ชนิดออกดอกชูช่อ ทำให้ร้านเล็กๆ แห่งนี้มีสีสันสวยงามกว่าที่เคย ว่าไปแล้วนี่คืออาณาจักรเล็กๆ ของชายหนุ่มที่นั่งอยู่ตรงหน้านั่นเอง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นานเหลือเกินแล้ว ที่วินเป็นอย่างนี้ มีความสุขอย่างง่ายๆ กับต้นไม้ เล่นดนตรี แล้วก็ทำงานอีกเล็กๆ น้อยๆ ที่ให้อิสระ ได้ใช้ความคิดของตัวเองในการสร้าง&lt;br /&gt;สรรค์ผลงานอย่างเต็มที่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่แปลกจัง วันนี้มีบางสิ่งบางอย่างที่ดูจะผิดแผกออกไป เสียงถอนหายใจ อาการนิ่งเงียบ รอยยิ้มอันฝืดฝืนนั่นอีกเล่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“นกนั่นเป็นอะไรไปจ้ะ ถึงได้มานั่งประคบประหงม ไม่เป็นอันทำงานอย่างนี้” เกดถามขึ้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้นสบตา มีประกายบางอย่างปรากฎขึ้นวาบหนึ่ง ก่อนจะจางหายไปในเวลาอันรวดเร็ว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“มาเปิดร้านตอนเช้า ก็เห็นมันนอนอยู่บนพื้นตัวเดียว ตอนแรกนึกว่าหมดแรง บินต่อไปไม่ไหว พอเราอุ้มมันขึ้นมาวางบนโต๊ะ ถึงได้เห็นว่ามันบาดเจ็บ ขาเจ็บ&lt;br /&gt;หรือปีกหักอะไรสักอย่างนี่แหละ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เสียง “ปีกหัก” ของชายหนุ่มฟังดูอ่อนล้า ซึมเศร้าอย่างไรพิกล&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“น่าสงสาร” หญิงสาวพูดได้แค่นั้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เพิ่งจะ 4 โมงเย็นเท่านั้นเอง ตอนเกดผ่านประตูร้านเข้ามา ก็เห็นวินนั่งอยู่บนโต๊ะประคบประหงมนกปีกหักตัวนั้นอยู่เป็นนาน วันนี้ชายหนุ่มอยู่ในชุดเสื้อยืดสี&lt;br /&gt;แดงลายการ์ตูน ผมสั้นที่เคยเป็นระเบียบดูยุ่งเหยิงกว่าที่เคย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“แล้วจะยังไงต่อไป จะเลี้ยงมันเอาไว้ หรือพยาบาลมันแล้วก็จะปล่อยไป”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วินส่ายหน้า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ยังไม่รู้เหมือนกัน แต่เท่าที่เห็นปีกหักอย่างนี้มันคงบินไปไหนไม่ไหว จะให้พ่อแก่ แม่แก่ ช่วยเลี้ยงไว้ก่อน แข็งแรงค่อยปล่อยไป”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“อ้าว แล้วกัน ทำไมไม่เลี้ยงเอง ไปรบกวนคนแก่ทำไม” หญิงสาวถามด้วยเสียงดุ แต่แฝงรอยยิ้มอยู่ในสีหน้า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ชายหนุ่มมองหน้าเพื่อนสาวอยู่เนิ่นนาน แล้วก็ยิ้มออกมา แต่ก็ยังดูฝืดฝืน แห้งแล้งอยู่ดีนั่นแหละ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ไม่ว่างนะสิ อีกวันสองวันจะลงไปหาหลวงพ่อที่ใต้ ไม่รู้ว่าจะอยู่กี่วัน”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“อ้าว แล้วกัน” หญิงสาวอุทาน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วินประคองนกบาดเจ็บเอาไว้บนผ้าสีขาวขุ่นที่ตั้งอยู่ทางด้านหนึ่งของโต๊ะ แล้วหันหน้ากลับมาถาม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“เกด มีอะไรหรือเปล่า ว่าไง…”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หญิงสาวพูดไม่ออก ความรู้สึกบางอย่างบอกว่ามีอะไรที่ผิดเพี้ยนไป ดูเหมือนว่าเพื่อนชายมีอะไรซุกซ่อนเอาไว้ และสิ่งที่แสดงออกทางสีหน้า ก็คือ อาการไร้สุข&lt;br /&gt;เงียบเหงา ซึม จะเทียบอะไรดีนะ อ้อ-รู้แล้ว เหมือนต้นไม้เหี่ยวแห้งในกระถางตรงมุมหลังของร้านนั่นไง ดูเฉาเหมือนขาดน้ำหล่อเลี้ยง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ก็ไม่ได้มีอะไรมาก วิน ไปไหนเสียบ้างก็ดีเหมือนกัน” เกดตอบเสียงแผ่ว เหลือบตามองเพื่อน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“เกด มีอะไรก็บอกสิ อย่ามัวอ้ำอึ้ง” ชายหนุ่มว่าเสียงดุๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หญิงสาวพูดอะไรไม่ออก วินก็เป็นอย่างนี้ละ ใจดี เอื้อเฟื้อ ห่วงใยความรู้สึกคนอื่น ส่วนตัวเองนั่นเล่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เป็นผู้ชายที่แสนดี มีค่า แต่น่าแปลกนักที่…&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ความจริงก็ไม่มีอะไร เพียงแต่ช่วงนี้เกดไม่ค่อยมีเวลา ก็เลยไม่ค่อยได้เจอกัน เลยมีความคิดว่า อยากจะเจอหน้าเพื่อนเก่าๆ พร้อมหน้ากันเสียที ดีมั๊ย”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ชายหนุ่มก้มหน้างุดๆ พยักหน้า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ก็ได้ เดี๋ยวให้เรากลับขึ้นมาก่อนแล้วกัน”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หญิงสาวพยักหน้ารับรู้ แล้วก็เบิกตาโพลงขึ้นมา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“คุยกันเพลิน เพิ่งนึกได้ มีหญิงสาวฝากของมาให้วินด้วยนะ เสน่ห์แรงเหมือนกันน้า เพื่อนเรา”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วิน เงยหน้าขึ้น แต่สีหน้าไม่ได้เปลี่ยนไปจากเดิม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ใครกัน ยายมุกละสิ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หญิงสาวหัวเราะแห้งๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“แม่นจริงแฮะ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แล้วเกดก็ยื่นของในมือให้ มันเป็นระฆังเล็กๆ ที่ส่งเสียงกรุ๊งกริ๊ง น่ารัก ดูแปลกตาดี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“มุกเค้าบอกว่า เอาไว้แขวนบนกระดิ่งจักรยาน เจ้าฟักทองนะ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วิน ยิ้มสดใสขึ้นมาเป็นครั้งแรกชายหนุ่มดูแจ่มใสขึ้นหน่อยหนึ่ง ก่อนจะเอามือล้วงลงไปในกระเป๋าผ้าสีขาวข้างตัว แล้วหยิบหนังสือเล่มหนึ่งยื่นให้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“เอ้า เล่มนี้เราให้”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เกดเอื้อมมือรับ แล้วต้องอุทานขึ้นมา เพราะมันเป็นหนังสือท่องเที่ยวของสำนักพิมพ์ชื่อดังที่ขึ้นชื่อว่าผลิตงานหนังสือท่องเที่ยวที่มีคุณภาพทุกเล่ม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ดัลวา สวรรค์หิมาลัย” หญิงสาวอุทานขึ้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ฮื่อ…” ชายหนุ่มรับคำเบาๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เกดสบตาเพื่อนชาย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“นี่หมายความว่าอะไร…”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วินถอนหายใจ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“แล้วกัน ดัลวา เป็นอย่างไร ภูมิประเทศ ลักษณะภูมิอากาศ ชีวิตความเป็นอยู่ของคนที่นั่น เกดไม่อยากรู้หรือไง อย่าลืมว่าคุณเชเป็นคนที่นั่น”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คราวนี้เกดได้แต่อ้าปากค้าง พูดอะไรไม่ออก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“สมมติว่า ถ้าวันหนึ่งเกดกับคุณเชต้อง…”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เพื่อนหนุ่มพูดทิ้งค้างไว้แค่นั้น แต่ก็ช่างตรงแผง ชี้เข้าที่กลางใจของเกดกันเลยทีเดียว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ต้องไปอยู่ดัลวา อย่างนั้นหรือ หญิงสาวไม่เคยวางแผนถึงเรื่องนี้มาก่อน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ไม่เคยคิดจนกระทั่งเพื่อนเตือนนี่แหละ…&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#000099;"&gt;“กำหนดกลับดัลวา อย่างนั้นหรือ”&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ชายหนุ่มพูดเหมือนพึมพำกับตัวเอง ก่อนจะสบสายตากับคู่สนทนา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;รัชทายาทหนุ่มแห่งดัลวา นัดน้องสาวของคนสนิทมาทานอาหารในร้านอาหารเงียบๆ แห่งนี้ เป็นสวนอาหารริมน้ำที่ผู้คนไม่พลุกพล่านเกินไปนัก สามารถพูดคุย&lt;br /&gt;ได้ทุกเรื่อง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่แค่คำถามแรกของนีม่าก็ทำให้เจ้าชายโดร์เชนิ่งอึ้ง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ขออภัยเพคะ ถ้าหม่อมฉันจะทูลว่า ตั้งแต่เสด็จมาที่นี่ พระองค์ทรงเปลี่ยนไป”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;รัชทายาทหนุ่มทรงเลิกพระขนงขึ้นสูง พลางแย้มพระโอษฐ์อย่างพอพระทัย หญิงสาวคนตรงหน้านี้ ช่างมีนิสัยเหมือนพระองค์นัก นั่นก็คือพูดจาตรงๆ ไม่อ้อม&lt;br /&gt;ค้อม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“เปลี่ยนไปอย่างนั้นหรือ…”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หญิงสาวถอนหายใจยาว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ก็ทรงทำพระองค์เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น พระองค์ได้เจอผู้หญิงคนนั้นแล้ว ควรจะเริ่มคิดบ้างนะเพคะว่าจะต้องทำอย่างไรต่อไป หรือจะปล่อยให้คาราคาซัง&lt;br /&gt;ต่อไปเช่นนี้ มีภาระที่รอให้พระองค์ต้องสะสางอีกมากนัก แล้วอีกอย่าง…”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นีม่า นิ่งไปพักหนึ่งก่อนจะสบตากับคู่สนทนา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“หม่อมฉันเองก็ไม่แน่ใจว่าจะปิดความลับเรื่องนี้ไว้ได้นานเท่าไหร่กัน นี่มุกเค้าก็เพิ่งโทรมาบอกว่าอยากเห็นพระฉายาลักษณ์ของเจ้าชายโดร์เช”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ชายหนุ่มนิ่งงันไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จริงสิ นับตั้งแต่เจอหน้าหญิงอันเป็นที่รัก ทุกสิ่งรอบตัวดูราวจะหยุดนิ่ง การได้สบตากับเกด พูดคุยในหลายเรื่องอย่างเข้าอกเข้าใจ บอกเล่าความฝันของกัน&lt;br /&gt;และกัน เรียนพูดภาษาไทยคำยากๆ ไปจนกระทั่งชักชวนเข้าไปดูหนังในโรง และมีโอกาสสัมผัสมือโดยไม่ตั้งใจหลายครั้ง ทำให้รัชทายาทแห่งดินแดนไกลโพ้น&lt;br /&gt;บอกกับตัวเองว่า นี่คือผู้หญิงที่รอคอยมาทั้งชีวิต ไม่ผิดตัวแน่นอน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เป็นผู้หญิงธรรมดาคนหนึ่งที่ทำให้รู้สึกอบอุ่นอย่างประหลาด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ข้าต้องขอโทษ ที่เจ้าพูดมาถูก ข้าทำอะไรไม่ถูกต้องหลายอย่าง” เจ้าชายโดร์เชตรัสอย่างยอมรับผิด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ฟังเสียงขอโทษขอโพยนั่นแล้ว หัวใจของหญิงสาวก็ตกวูบลง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ข้าผูกพันกับความหลังมากเกินไปหรือเปล่า นีม่า”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หญิงสาวส่ายหน้า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“อย่างที่เขาเคยพูดไงเพคะ ไม่สัมผัสด้วยตัวเองคงไม่มีทางรู้ได้ ถึงตอนนี้พระองค์คงเข้าพระทัยความรู้สึกของตัวเองแล้วสิเพคะ ว่านั่นใช่ความรักหรือไม่”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ชายหนุ่มพยักหน้ารับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ข้าไม่สงสัยความรู้สึกของตัวเองอีกต่อไปแล้ว แต่ถึงตอนนี้ข้ารู้สึกกลัวขึ้นมา กลัวว่าทุกอย่างจะไม่เป็นไปอย่างที่คิด เกดไม่เหมือนผู้หญิงคนอื่น จนถึงตอนนี้&lt;br /&gt;ข้าก็ไม่แน่ใจว่าข้าหลงคิดไปอยู่ฝ่ายเดียวหรือไม่ แล้วเกดจะมีความรู้สึกอย่างไรเมื่อความจริงถูกเปิดเผย”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เสียงอันไม่ปกตินั่นบ่งบอกความรู้สึกเป็นอย่างดีอยู่แล้ว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นีม่าลอบถอนหายใจอีกแล้ว แล้วมองออกไปทางริมน้ำยามค่ำ ที่มีแสงกะพริบพรายของดาวประดับอยู่บนม่านฟ้าที่มืดมิด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“หม่อมฉัน ขอทูลตามตรง เทพนิยายระหว่างเจ้าชายกับซินเดอเรลล่าจบลงแล้วเพคะ ต่อไปนี้คือโลกแห่งความจริง พูดความจริงกับผู้หญิงที่พระองค์รัก แล้ว&lt;br /&gt;รอผลที่จะมีตามมา”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ซินเดอเรลล่า อย่างนั้นหรือ เข้าใจคิดนะ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นีม่าทำจมูกย่น ยิ้มอยู่ในสีหน้า หยิบแก้วน้ำข้างตัวขึ้นจิบ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“อย่าทำเป็นหัวเราะไปเพคะ ความรักครั้งนี้อาจไม่ง่ายเหมือนในเทพนิยาย ทั้งความรู้สึกของผู้หญิงที่พระองค์รัก แล้วญาติพี่น้องของพี่เกดอีกละ จะรับความ&lt;br /&gt;จริงเรื่องนี้ได้หรือไม่ แล้วการจากถิ่นเกิดไปอยู่ดัลวา ดินแดนที่ห่างไกลจากที่นี่เหลือเกิน ไม่ใช่การตัดสินใจที่ง่ายๆ หรอกนะเพคะ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ชายหนุ่มที่นั่งเบื้องหน้านั่งนิ่ง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“แล้วพระองค์อย่าลืมสิเพคะ ทางดัลวา จะมีปฎิกิริยาเรื่องนี้อย่างไรบ้าง พระบิดาของพระองค์อาจจะไม่เท่าใดนัก แต่พระญาติของพระองค์นี่สิจะเห็นชอบ&lt;br /&gt;ด้วยทั้งหมดหรือ เห็นมั๊ยเพคะ ความรักหนนี้ไม่ใช่เรื่องของคนสองคนเลยเพคะ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;รัชทายาทหนุ่มแห่งดัลวาเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนตรัสด้วยเสียงอันแผ่วแต่เต็มไปด้วยความจริงจัง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ขอบใจเจ้ามากนีม่า ข้าควรจะคิดถึงเรื่องนี้นานแล้ว เป็นความจริงที่ข้าลืมนึกไป ฟังเจ้าพูดแล้วข้ารู้สึกเหมือนตัวเองเห็นแก่ตัวจัง”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หญิงสาวส่ายหน้า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“อย่าพูดอย่างนั้นสิเพคะ บางครั้งความรักก็ทำให้คนตาบอด เคยได้ยินบ้างมั๊ยเพคะ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เสียงหัวเราะดังออกมาจากคู่สนทนา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“นีม่า เจ้านี่เป็นที่ปรึกษาที่ดีกว่าพี่ชายของเจ้าเยอะเลย รู้ตัวหรือไม่”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หญิงสาวก้มหน้ายิ้ม เอาช้อนในมือเกลี่ยจานอาหารตรงหน้าไปมาแก้อาการขัดเขินของตัวเอง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“เรื่องบางเรื่อง ผู้หญิงก็ละเอียดอ่อนกว่าผู้ชายนะเพคะ อย่าลืม และหม่อมฉันเป็นพสกนิกรของพระองค์ ยินดีรับใช้ทุกเรื่องเพคะ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ทั้งๆ ที่ข้าอาจทำไม่ถูก ไม่นึกความรู้สึกของคนรอบข้างอย่างนั้นหรือ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“เพคะ…”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;รับคำแล้ว ใจของหญิงสาวก็ไพล่ไปนึกถึงใบหน้าดำคล้ำของผู้ชายคนหนึ่ง ผู้ชายที่แสนจะละเอียดอ่อน มากไปด้วยความรู้สึก มีความเป็น “ศิลปิน” อยู่ในตัว&lt;br /&gt;เสียเหลือเกิน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ขอโทษทีนะพ่อจรกา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#000099;"&gt;มุกดากำลังหยิบส้ม&lt;/span&gt;จากถาดผลไม้ตรงหน้าเข้าปาก ในขณะที่ตายายที่นั่งอยู่ตรงข้ามพากันยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ แล้ววินก็เข็นจักรยานผ่านเข้าประตูบ้านเข้ามาพอดี&lt;br /&gt;หญิงสาวไม่ได้หันไปมอง แต่ขบยิ้มอย่างดีใจเมื่อได้ยินเสียงกรุ๊งกริ๊งตรงกระดิ่งจักรยาน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“อ้าว มุก” ชายหนุ่มทักทายขึ้นเบาๆ เมื่อเห็นน้องสาวของเพื่อนมานั่งไขว้ขากินผลไม้อย่างสบายอกสบายใจ และมีพ่อแก่-แม่แก่ ยกถาดผลไม้เอามาประเคน&lt;br /&gt;ให้ทานตรงโต๊ะไม้ใต้ถุนบ้าน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มุกดา เหลือบตามองชายหนุ่มแว่บหนึ่ง แล้วก็ยักไหล่ เลิกคิ้ว แล้วหันไปยิ้มให้กับสองตายาย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ส้มหวานจัง มังคุดนี่ก็เหมือนกันคะคุณตา คุณยาย วันนี้มุกซัดซะพุงกาง”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วินเข็นรถจักรยานไปพิงไว้ตรงมุมหนึ่งของหลังบ้านด้วยอาการเงื่องหงอย แล้วจึงมองมาที่น้องสาวของเกด วันนี้มุกไม่ได้อยู่ในชุดนักศึกษาที่คุ้นตา แต่เป็นชุด&lt;br /&gt;ลำลองที่ดูสบาย เสื้อแขนสั้นสีดำ กางเกงยีนส์สามส่วนสีขาวขุ่น และผมยาวรวบไว้อย่างเป็นระเบียบ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“มีธุระอะไรหรือเปล่า”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มุกดาส่ายหน้าไปมาให้กับคนถาม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“เปล่านี่…มาเยี่ยมคุณตา คุณยาย คิดถึง ไม่ได้มาหานานแล้ว”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ตามองหน้ายาย แล้วก็มองไปที่เด็กสาวรุ่นหลาน แล้วก็มองไปที่หลานชายแล้วก็หัวเราะหึหึขึ้นมา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“เก็บของหรือยังละ จะไปเช้ามืดพรุ่งนี้ไม่ใช่หรือ” แม่แก่ถามหลานชาย ที่ค่อยๆ ทรุดตัวลงนั่งข้างๆ กับหญิงสาว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“เรียบร้อยแล้วละ แม่แก่ ไม่ได้เอาอะไรไปมาก คิดว่าคงไม่กี่วันก็คงกลับ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“อ้าว พี่วินจะไปไหน ไม่เห็นรู้เรื่อง” มุกดาหันมาทางชายหนุ่มรุ่นพี่แล้วถามขึ้น คิ้วคู่งามขมวดขึ้นเล็กน้อย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ไปหาหลวงพ่อที่สุราษฎร์นะ อยากได้อะไรหรือเปล่ามุก”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เสียงที่พูดด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลกว่าทุกครั้ง ทำให้หญิงสาวหันมามองแล้วตอบด้วยเสียงแผ่ว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ไม่หรอก แต่รีบไปรีบกลับละ คุณตา-คุณยาย อยู่กันแค่ 2 คนเองนะ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ไปเถอะ แม่แก่อยู่ได้ ตาแก่นี่ก็เหมือนกัน ถือโอกาสไปพักผ่อนด้วยก็ดีเหมือนกัน หน้าตาลูกช่วงนี้หมองคล้ำไปเยอะนะ รู้ตัวมั๊ยลูก”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ชายหนุ่มเสหน้ามองพื้นพลางพยักหน้ารับอย่างเงียบๆ จนไม่ทันสังเกตเห็นดวงตาคู่หนึ่งที่มองจ้องมา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ไว้มุกจะมาอยู่เป็นเพื่อนคุณตาคุณยายนะคะ ช่วงนี้ปิดเทอมแล้ว อยากทานน้ำพริกฝีมือคุณยาย”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ชายหนุ่มฟังเสียงเจื้อยแจ้วนั่นแล้ว ก็เงยหน้าขึ้นมองมาที่หญิงสาว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ขอบใจมากมุก ขอบใจจริงๆ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มุกดาฟังน้ำเสียงแล้วหัวใจก็ตกวูบลง น้ำเสียงนั้นทำไมถึงได้เศร้าสร้อยนัก แล้วดวงตาก็ฉายแววอ่อนโยนอบอุ่นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“งั้นก็ต้องมีของตอบแทน”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ตอบแทนอย่างนั้นหรือ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มุกดาหัวเราะเสียงใส“ขับไอ้ฟักทองไปส่งมุกที่บ้านที”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#000099;"&gt;วินเดินจูงจักรยานขึ้นสะพาน&lt;/span&gt;อย่างช้าๆ เสียงรถวิ่งขวักไขว่ไปมาสลับกับเสียงแตรที่แผดออกมา ไม่ทำให้ชายหนุ่มรำคาญใจเท่าใดนัก เพราะสายตากำลัง&lt;br /&gt;เหม่อมองแม่น้ำเบื้องล่างราวกับครุ่นคิดอะไรบางอย่าง แสงแดดยามเย็นส่องกระทบแม่น้ำเป็นประกายงดงาม ในขณะที่เบื้องบนเมฆเป็นสีเทาทะมึน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“นั่งรถเมล์ผ่านสะพานนี้เกือบทุกวัน ไม่สังเกตนะเนี่ยว่าแม่น้ำตอนเย็นๆ จะสวยอย่างนี้”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มุกดาพูดเหมือนรำพึงกับตัวเอง ในขณะที่เอามือท้าวเข้ากับราวสะพาน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ชายหนุ่มเอาจักรยานพิงไว้กับขอบสะพาน แล้วก็ก้มร่างลงหยิบใบไม้บนทางเท้าที่ตอนแรกลอยคว้างอยู่กลางอากาศ แล้วก็ร่อนลงปลิวกระจายเต็มพื้นขึ้นมา&lt;br /&gt;แล้วก็ค่อยๆ เป่าใบไม้ให้ปลิวคว้างผ่านอากาศลงสู่แม่น้ำเบื้องล่าง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หญิงสาวมองใบไม้ที่ลอยเนิบอยู่กลางอากาศ แล้วสายตาก็มองไปที่ชายหนุ่มรุ่นพี่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“จะลงใต้บอกพี่เกดหรือยัง”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“บอกแล้ว” วินตอบสั้นๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มุกดาทำแก้มพอง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ช่วงนี้คุณเชกับพี่เกดนะ…”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“รู้แล้วละ” วินตอบ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หญิงสาวทำจมูกย่น คิ้วขมวด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ยังไม่ทันพูดจบรู้ได้ยังไง”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ชายหนุ่มเหลือบสายตามองหญิงสาวรุ่นน้อง แต่ไม่ได้พูดอะไรออกมา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มุกดาเอามือทาบเข้าที่แก้มทั้งสองข้างพลางส่ายหน้าไปมา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“เมื่อไหร่จะเลิกซื่อบื้อ ถามจริงเถอะๆ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“อะไรนะ…” วินพูดโดยยังไม่ละสายตาจากแม่น้ำ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ผู้ชายที่เงียบเหมือนเป็นใบ้ ไม่ยอมพูดหรือแสดงความรู้สึกอะไร ไม่ค่อยสมหวังในความรักหรอกรู้มั๊ย”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ฮื่อ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มุกดาแยกเขี้ยวแสดงอาการหงุดหงิด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“นี่จะปล่อยไปอย่างนี้หรือ ตาบ้า”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คราวนี้ชายหนุ่มหันมาสบตาหญิงสาวคู่สนทนาโดยตรง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“เป็นเด็กเป็นเล็ก จะไปรู้อะไร”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ฟังอย่างนี้ มุกดาทำสายตาดุ จมูกเริ่มแดง อาการ “วีน” กำลังจะมาถึงในไม่ช้านี้ “มุกไม่ใช่เด็กแล้วนะ จะจบมหาลัยอยู่แล้ว และตาก็ไม่ได้บอดด้วย”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วินเลิกคิ้วขึ้นสูง รอยยิ้มผุดพรายขึ้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“งั้นเหรอ…”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หญิงสาวมองชายหนุ่มรุ่นพี่ด้วยอาการฮึดฮัด แต่ไม่รู้จะตอบโต้อย่างไรต่อไปดี “ไปเหอะ ถ้าจะฝนตกแน่ ดูท้องฟ้าสิมืดเชียว” วินเอ่ยปากชักชวน แต่หญิง&lt;br /&gt;สาวยังยืนนิ่งอยู่ แสดงอาการแง่งอน และค้อนวงใหญ่ให้กับชายหนุ่ม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“มุก-เอาน่า อย่างอนไปเลย มาซ้อนท้ายไอ้ฟักทองเถอะ ค่ำแล้วเดี๋ยวน้าเยาว์เป็นห่วง”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ไม่…เซ็ง”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วินหัวเราะเบาๆ ดูคล้ายจะคลายอาการเศร้าไปได้หน่อยหนึ่ง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“เอาเป็นว่าพี่ขอโทษแล้วกันนะ น้องมุกคนดี แล้วก็ขอบคุณด้วยที่เป็นห่วง”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แล้วชายหนุ่มก็นั่งคร่อมจักรยานของตัวเอง ก่อนจะเหลียวมาบอกกับมุกดาว่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ขึ้นมาซ้อนท้ายเถอะ เอาไว้กลับจากใต้ค่อยคุยกันเรื่องนี้”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“จริงนะ” มุกดาทำตาโต&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ฮื่อ…” วินรับคำ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แล้ว “ไอ้ฟักทอง” ก็ก้าวออกจากสะพานเหนือแม่น้ำอย่างเนิบช้า โดยมีร่างของชายหญิงคู่หนึ่งนั่งเคียงกันไป&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/2947763160793315809-4300175549790769653?l=shinjiclub.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://shinjiclub.blogspot.com/feeds/4300175549790769653/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=2947763160793315809&amp;postID=4300175549790769653&amp;isPopup=true' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2947763160793315809/posts/default/4300175549790769653'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2947763160793315809/posts/default/4300175549790769653'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://shinjiclub.blogspot.com/2009_11_01_archive.html#4300175549790769653' title='บทที่ 13-นกปีกหัก'/><author><name>เปิ้ลซัง ศิษย์มิตซูโอะ</name><uri>http://www.blogger.com/profile/05876559150619818157</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='29' height='32' src='http://4.bp.blogspot.com/_aoWh2-f7o2Q/Sp0BQpXydQI/AAAAAAAAAGE/-BuLt2NCpYs/S220/Picture+148.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-2947763160793315809.post-4223231868782399801</id><published>2009-11-15T22:44:00.003+07:00</published><updated>2009-11-15T23:01:53.451+07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='เพลงรักหิมาลัย'/><title type='text'>บทที่ 12-เจ้าชายสายฟ้า</title><content type='html'>&lt;span style="color:#000099;"&gt;ตอนที่เกดเดินตามชายหนุ่มร่างสูงเบื้องหน้าไปจนถึงบึงน้ำเบื้องหน้านั้น&lt;/span&gt; อากาศกำลังเย็นสบาย ได้ยินเสียงปลากระโดดผลุงกระทบผิวน้ำ เสียงของใบไม้ไหว&lt;br /&gt;ตามแรงลม และแสงแดดที่ส่องกระทบต้นหูกวางที่ตั้งตระหง่านอยู่ริมน้ำดูไม่ร้อนแรงเกินไปนัก เป็นสถานที่และช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับนั่งพัก พูดคุย หรือ&lt;br /&gt;นอนอ่านหนังสืออย่างเงียบๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หญิงสาวมองแผ่นหลังของชายหนุ่มที่มัดผมยาวอย่างเป็นระเบียบดู แล้วอดยิ้มไม่ได้ “คุณเช” มีบุคคลิกไม่เหมือนผู้ชายส่วนใหญ่ที่เคยรู้จักมา เรือนร่างสูงโปร่ง&lt;br /&gt;ไหล่อันผึ่งผาย และท่าเดินอันเนิบนาบแต่แฝงไปด้วยความสง่างาม ทำให้มีความรู้สึกเหมือนว่า “คุณเช” คนนี้น่าจะเกิดในชาติสกุลที่ดี มีฐานะอันมั่งคั่งพอ&lt;br /&gt;สมควร&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่นั่นไม่ใช่เหตุผลที่เกดเลือกออกมากับชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหล่าผู้นี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เพราะอะไรนั่นหรือ บอกไม่ถูกนักหรอก แต่ที่รับรู้ได้ก็คือ ความปั่นป่วนบางอย่างเกิดขึ้นเมื่อจ้องมองแผ่นหลังเบื้องหน้า แถมยังเกิดอาการหัวใจเต้นตึกตัก มือ&lt;br /&gt;ไม้สั่นเข้าอีก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ดูเอาเถิด ความหวั่นไหวเกิดขึ้นทุกครั้งที่ได้เจอชายหนุ่มแปลกหน้าผู้นี้ แปลกจัง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;และดูเหมือนว่าทุกครั้งที่เจอกัน จะคาดเดาความคิด ความกระทำของ “คุณเช” ผู้นี้ได้ยากลำบากเหลือเกิน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ดูอย่างสถานที่นัดครั้งนี้ปะไร แทนที่จะเป็นภัตตาคารหรูหรา หรือร้านกาแฟเก๋ไก๋ แต่กลับเป็นบึงน้ำอันเงียบสงบไปเสียได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ขอโทษนะครับ ไม่รู้ว่าจะพาไปไหนดี ผมจากประเทศไทยไปนานแล้ว ที่นี่ผมเคยมาตอนเด็กๆ แล้วรู้สึกชอบ” ชายหนุ่มว่า ในขณะที่นั่งเคียงกันบนม้านั่งยาวสี&lt;br /&gt;ขาว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เกดยิ้มก่อนจะส่ายหน้าไปมา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ไม่เป็นไรหรอกคะ นัดเจอกันที่เขาดินก็ดี เกดไม่ได้มาที่นี่หลายปีแล้ว ดูแปลกตากว่าที่เคยเห็นไปมาก”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“คุณเช” ยิ้มอย่างพอใจ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“รู้มั๊ยครับ สมัยตอนเรียนอยู่ที่นี่ ผมชอบหนีเรียนแล้วก็มาที่เขาดินนี่ แล้วมานั่งตรงที่เรานั่งกันอยู่นี่แหละครับ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เกดหัวเราะตาโต&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“อะไรกัน คุณเชเนี่ยนะหนีโรงเรียน ท่าทางไม่บอกเลยนะคะเนี่ย”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ชายหนุ่มพยักหน้า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ตอนนั้น ผมเพิ่งเสียแม่ไปใหม่ๆ นะครับ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เสียงสั่น และดวงตาที่ทอแววเศร้า ทำให้หญิงสาวสะท้านขึ้นในหัวอก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“คุณเช…”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ชายหนุ่มหันมาสบตาหญิงสาว มือวางแปะบนม้านั่งยาว อยู่ห่างร่างของหญิงเพียงแค่คืบเท่านั้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“อย่าเรียกผมคุณเลยครับ เรียกผมว่าเช ได้มั๊ย”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ได้สิคะ เช” หญิงสาวพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ชายหนุ่มถอนหายใจยาว เหม่อมองแผ่นน้ำเบื้องหน้า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“วันนั้น ที่ผมเห็นคุณในโบสถ์ เห็นคุณร้องไห้เงียบๆ แล้วได้พูดคุยกัน ได้ฟังคุณเล่าเรื่องคุณแม่ ผมรู้สึกเหมือนนั่งคุยกับตัวเอง มัน…”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ยังไม่ทันที่จะพูดได้จบประโยค หญิงสาวก็ใช้มือของตัวเองแตะเบาๆ ที่มือของคู่สนทนา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ไม่ต้องพูดหรอกคะ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“คุณเช” นิ่งเงียบไปชั่วครู่ ก่อนที่จะหันมากุมมือหญิงสาวไว้ด้วยกิริยานุ่มนวล&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ฤดูร้อนปีนั้นยังอยู่ในใจผมเสมอ และมันจะอยู่ไปตลอด”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หญิงสาวนั่งนิ่ง ไม่ได้ขัดขืนที่โดนชายหนุ่มกุมมือเอาไว้ มีความรู้สึกบางอย่างบ่งบอกว่านี่ไม่ใช่ผู้ชายที่จงใจจะเอาเปรียบผู้หญิงแม้แต่น้อยมือที่กุมเอาไว้นั้นก่อให้เกิดความรู้สึกอบอุ่นใจอย่างประหลาด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;รักแรกพบ รุนแรงอย่างนี้เชียวหรือ…&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#000099;"&gt;เกดหลับตาลงครั้งหนึ่ง&lt;/span&gt; สูดลมหายใจยาว แล้วจึงลืมตาขึ้นอีกครั้ง สูดดมกลิ่นหอมของดอกอะไรก็ไม่รู้ที่ลอยฟุ้งเข้าจมูก ได้ยินเสียงส่ายกิ่งใบของต้นไม่ใหญ่&lt;br /&gt;แว่วเข้าหู ความรู้สึกผ่อนคลายเกิดขึ้น สายตาจ้องมองทางด้านหลังของชายหนุ่มที่กำลังนั่งยองอยู่บนพื้นหญ้า ใช้มือกวักน้ำในบึง ผมดำที่มัดเป็นระเบียบอยู่&lt;br /&gt;เมื่อต้นชั่วโมงที่ผ่านมาสยายออกระต้นคอ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หญิงสาวนั่งมองแผ่นหลังของชายหนุ่ม พยายามซึบซับภาพตรงหน้าเอาไว้ให้นานที่สุด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“คุณเช” หันหน้ามา กวักมือชักชวนให้ลงไปกวักน้ำในบึงนั่นดูบ้าง หญิงสาวเพียงแต่ส่ายหน้า พลางคิดว่าชายหนุ่มคนนี้ช่างแปลกนัก ชอบอยู่กับธรรมชาติ รัก&lt;br /&gt;ต้นไม้ใบหญ้า ดูเหมือนจะละเมียดละไมผิดวิสัยของผู้ชายส่วนมาก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อ้อ แต่กลับคล้ายคลึงกับผู้ชายไทยคนหนึ่งแทบจะถอดแบบกันมา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่ดูเอาเถอะ คล้ายกันออกอย่างนั้น แต่ความรู้สึกต่อผู้ชายทั้งสองทำไมถึงได้แตกต่างกันนักเล่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คนนึงนะ เป็นเพื่อนชายที่แสนดีเสียนี่กระไร ผูกพันกันมานานหลายปีเสียเหลือเกิน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ส่วนชายหนุ่มผมยาวคนนี้ ที่แสนจะอ่อนโยน นุ่มนวล แต่บางครั้งก็พูดตรง ไม่ปิดบังความรู้สึกของตัวเองแม้แต่น้อย ให้ความรู้สึกแปลกแปร่งบางอย่าง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แล้วหญิงสาวก็รู้สึกชะงัก เหมือนร่างที่อยู่ตรงหน้านี้กลับกลายเป็นเด็กหนุ่มในชุดนักเรียน ผมเผ้าเปียกปอน แต่มีรอยยิ้มสดใส ให้ความรู้สึกอันคุ้นเคย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;โธ่เอ๊ย เอาอีกแล้วบุษบา ทำไมถึงได้นึกถึงแต่ภาพวันนั้นนะ ฤดูร้อนปีนั้นมีอะไรที่น่าจดจำนักหรือ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หญิงสาวนั่งบ่นพึมกับตัวเอง พลางกระพริบตาปริบๆ รู้สึกเนื้อตัวร้อนผะผ่าวขึ้นมา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#000099;"&gt;วินเอนหลังพิงเข้ากับพนักเก้าอี้&lt;/span&gt; ลูบคลำกีตาร์ในมือ แต่ไม่มีแก่ใจจะเล่นกีตาร์ ร้องเพลง เหมือนอย่างที่เคยทำ พูดให้ถูกก็คือ ไม่มีอารมณ์ที่จะทำอะไร นอก&lt;br /&gt;จากนั่งนิ่งๆ อยู่อย่างนั้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ท่ามกลางอารมณ์อันเงียบเหงาและอ้างว้าง วิน เงยหน้าผ่านหน้าต่างห้องของตัวเองมองขึ้นไปบนท้องฟ้าซึ่งดารดาษไปด้วยดวงดาวน้อยใหญ่ แล้วทอดสาย&lt;br /&gt;ตาลงมองกิ่ง ก้าน ใบของต้นไม้ที่แผ่กิ่งก้านโอบคลุมหน้าบ้านไว้ พยายามเงี่ยหูฟังเสียงใบไม้ที่ปลิดปลิวลงกระจายเต็มพื้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ธรรมชาติอันแปรปรวนบอกอะไรมนุษย์เราอยู่หรือ ดอกไม้เบ่งบานแล้วก็ร่วงโรย ดาวพราวแสงแล้วก็ดับ คงเหมือนจิตใจของคนเรามีความสุขชั่วประเดี๋ยว&lt;br /&gt;ประด๋าว ความทุกข์ก็จู่โจมเข้ามา มีอะไรแน่นอนบ้างเล่าในโลกนี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ความรักก็เช่นกันไม่ใช่หรือ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วินบรรจงวางกีตาร์ไว้ข้างโต๊ะทำงาน เปิดลิ้นชัก มองเห็นสมุดบันทึกสีเก่าซีดวางอยู่ ใจหนึ่งก็อยากหยิบขึ้นมาอ่านอีกครั้ง แต่อีกใจก็บอกกับตัวเองว่า อย่าเลย เปิดบันทึกออกอ่านทีไรภาพวงหน้าของเด็กสาวสวมแว่นตา พร้อมรอยยิ้มอันเริงร่าก็จะลอยเวียนวนกลับมาเหมือนทุกครั้งนั่นแหละ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ทุกอย่างเป็นอดีตไปแล้วไม่ใช่หรือ จะรื้อฟื้นเพื่อประโยชน์อะไรอีก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ตอนนี้เขาอายุอานามก็ 27 นับว่าไม่น้อยแล้ว แต่ก็ยังใช้ชมชอบชีวิตเรียบเรื่อย ไม่อินังขับขอบกับสิ่งใดอยู่อย่างนี้ ดูเหมือนไม่มีความทะยานอยากที่จะร่ำรวย&lt;br /&gt;มีการงานอันมั่นคงเหมือนคนอื่นเขาเอาเสียเลย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เพราะอะไรหรือ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วินตอบตัวเองว่า เพราะรักชีวิตเช่นนี้นะสิ ชีวิตที่อิสระ ไม่ผูกมัดกับสิ่งใด ไม่ปฎิเสธเรื่องเงินทอง แต่ก็ไม่ถึงกับทุรนทุรายอยากมีอยากได้เหมือนคนทั่วไปช่วงเวลาหลายปีที่ชายหนุ่มดำเนินชีวิตเช่นนี้ ทำให้พบคำตอบว่า มีความสุขหลายอย่างที่เงินหาซื้อไม่ได้เหมือนกัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่หลายครั้งการใช้ชีวิตเช่นนี้ก็เงียบเหงาเกินไป ความโหยหาที่ต้องการใครสักคนเกิดขึ้นหลาย แต่มันก็เหมือนดอกไม้ในสวนที่เขาเพ่งมองอยู่นั่นแหละ คือ&lt;br /&gt;บานแล้วก็ร่วงโรย ความรู้สึกพลุ่งพล่านเช่นนี้เกิดมาแล้วก็ดับไป เป็นเช่นนี้มานานนักหนา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วินรู้ว่ามีอะไรบางอย่างที่ฉุดรั้งเขาไว้ เป็นความรู้สึกที่ไม่เคยเลือนหายไปไหนเลย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;และเหตุการณ์ในช่วงหลายวันที่ผ่านมา เขารู้แล้วว่าใคร หรืออะไรคือสิ่งที่ตัวเองผูกพันด้วย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ก่อนหน้านี้ชายหนุ่มไม่แน่ใจตัวเองนัก จนกระทั่งการมาถึงของชายหนุ่มคนนั้น ความรู้สึกภายในที่ซุกซ่อนไว้ค่อยๆ แผ่ขยายออก จนชัดเจนที่สุดเมื่อเห็นแววตา&lt;br /&gt;วิบวับ เป็นประกายของเพื่อนสาวเมื่อวันก่อน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ความรู้สึกถึงความสูญเสียก่อตัวขึ้นอย่างช้าๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วิน ไม่โทษใครเลย นี่เป็นความผิดของตัวเขาเองแท้ๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เขาเองก็คงเหมือนชายหนุ่ม-หญิงสาวทั่วไป ที่ยึดเอาคำว่ารักเป็นสรณะแห่งชีวิต เป็นรักที่เคยวาดหวังว่า จะสมหวัง ได้ครอบครอง ได้ทุกสิ่งทุกอย่างที่ตัวเอง&lt;br /&gt;ต้องการ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่ความรักบางครั้งก็ใจร้าย เล่นตลก หลอกให้มนุษย์เราเชื่อใจ มั่นใจ แอบคิดไปต่างๆ นาๆ บางครั้งนำพาแต่ความทุกข์ ความเศร้า และความปรวดปร่ามาให้ อย่างที่เขากำลังประสบอยู่ในขณะนี้อย่างไรเล่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วินหยิบสมุดบันทึกเล่มนั้นขึ้นมาถือไว้ ใช้มือลูบคลำปกไปมา ไม่มีแรงที่จะเปิดบันทึกออกอ่าน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แล้วน้ำตาก็ไหลซึมออกมาอย่างไม่รู้ตัว…&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#000099;"&gt;ชายหนุ่มพาเกดลงจากรถเมล์&lt;/span&gt; ข้ามถนน แล้วเดินเลาะตามฟุตบาท หญิงสาวเดินตามอย่างเงียบๆ บางครั้งก็ถึงกับกลั้นยิ้ม แอบหัวเราะกับตัวเอง เพราะอะไร&lt;br /&gt;ก็ไม่รู้เหมือนกัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“อ้าว แล้วกัน หัวเราะอะไรครับเนี่ย” ชายหนุ่มพูดหลังจากหันมาเห็นอาการของหญิงสาว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ขำตอนที่ขึ้นรถเมล์นะสิคะ ดูคุณเก้กัง ตลกดี แถมยังให้เงินกระเป๋ารถเมล์เกินตั้งเยอะ เคยขึ้นรถเมล์บ้างมั๊ยคะเนี่ย”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ชายหนุ่มหัวเราะอย่างขัดเขิน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“เคยสิครับ 2-3 ครั้งได้มั๊ง”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“โธ่เอ๊ย…” เกดว่ายิ้มๆ พลางใช้มือรุนหลังชายหนุ่มให้เดินนำหน้าไป หญิงสาวบอกกับตัวเองว่า แปลกดีเหมือนกัน ทำไมถึงได้รู้สึกประทับใจอิริยาบถ แววตา&lt;br /&gt;เสียงหัวเราะของผู้ชายคนนี้เสียเหลือเกิน เป็นคนที่ก่อให้เกิดความรู้สึกผูกพันราวกับคุ้นเคยมานานเสียอย่างนั้นแหละ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ความคิดของหญิงสาวสะดุดลงเมื่ออยู่ดีๆ ชายหนุ่มที่เดินนำหน้าอยู่ก็หยุดเสียดื้อๆ อย่างนั้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“อ้าว แล้วกัน หยุดเดินทำไมละคะ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ชายหนุ่มยิ้มให้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“จะรบกวนคนที่บ้านไปหรือเปล่า มาแบบไม่บอกกล่าวอย่างนี้นะ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ไม่หรอก อย่าคิดมากสิคะ ก็ไหนบอกว่าอยากเห็นว่าครอบครัวคนไทยแท้ๆ เขาใช้ชีวิตกันอยู่ยังไง ไม่ใช่หรือ” หญิงสาวให้กำลังใจ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ที่บ้านเกดมีไม่กี่คน ก็มีพ่อ น้าเยาว์ แล้วก็ยายมุก”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ยายมุก…ที่เป็นเพื่อนนีม่า ใช่มั๊ยครับ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เกดพยักหน้ารับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ใช่แล้วคะ ยายมุกตัวดี นี่บ่นว่าอยากเห็นหน้าคุณเชเสียเหลือเกิน คงสมหวังครั้งนี้ละ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“แหม ผมก็เป็นแค่ผู้ชายธรรมดาคนหนึ่งนะครับ อยากเห็นไปทำไมครับเนี่ย”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เกดยิ้มอีกแล้ว ผู้ชายธรรมดาอย่างนั้นหรือ ไม่เชิงเสียทีเดียวนัก เสื้อโปโลแขนยาวสีน้ำเงิน กางเกงยีนส์สีดำ แล้วก็รองเท้าหนังสีน้ำตาล อาจจะดูธรรมดา แต่&lt;br /&gt;เมื่อปรากฎอยู่ในรูปร่างสูง เนื้อตัวแน่นด้วยมัดกล้าม ผมยาวที่รวบไว้อย่างเป็นระเบียบ ดวงตาที่คมวาว และรอยยิ้มอันอ่อนโยนนั้น ก่อให้เกิดความรู้สึก&lt;br /&gt;บางอย่าง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นี่ถ้าแต่งองค์ทรงเครื่องซะหน่อย ครอบมงกุฎบนศรีษะด้วย เหมือนเจ้าชายในเทพนิยาย ยังไงยังงั้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#000099;"&gt;บรรยากาศมื้อเย็นในค่ำคืนนี้ดูแปลกไปกว่าทุกวัน&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ไม่ใช่เพราะมีชายหนุ่มแปลกหน้ามาร่วมวงด้วยเท่านั้น แต่กิริยาอันนุ่มนวลยามจับช้อน การตักอาหาร เคี้ยวอย่างละเอียด มีจังหวะที่พูดคุยกับทุกคนที่ร่วมโต๊ะ&lt;br /&gt;อาหารได้อย่างเหมาะเจาะ กิริยา มารยาทอันเรียบร้อยของอาคันตุกะผู้มาเยือน ทำให้ทุกอย่างดูแปลกไปจากเดิมจริงๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อย่าว่าแต่ใครเลย มุกดา บุตรสาวคนเล็กของบ้านที่ธรรมดาส่งเสียวเจื้อยแจ้วอยู่ตลอดเวลา ก็ยังพูดน้อยกว่าทุกวัน ดวงตาเบิ่งโตที่มองชายหนุ่มแปลกหน้า&lt;br /&gt;นั้นแสดงความสงสัย เต็มไปด้วยคำถามมากมาย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่คนที่เอ่ยถามมากที่สุดกับเป็นพ่อของเกดและมุกซึ่งเป็นเจ้าบ้านไปเสียนี่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ดัลวา นี่คล้ายพวกธิเบต หรือเปล่าครับ เห็นอยู่แถบเขาหิมาลัยเหมือนกัน”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ชายหนุ่มหัวเราะขึ้นมา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ก็ไม่เชิงเสียทีเดียวหรอกครับ บางอย่างก็คล้ายกัน แต่บางอย่างก็ไม่ แต่ที่เหมือนกันแน่ๆก็คือ ชาวดัลวาเคร่งศาสนาเหมือนพวกธิเบต แล้วก็รักธรรมชาติ ชอบ&lt;br /&gt;ชีวิตเรียบง่าย คล้ายๆ กัน”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พ่อของเกดเลิกคิ้วสูงเมื่อได้ยินคำตอบ ก่อนจะพยักหน้าแสดงอาการเข้าใจ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ดัลวา นับถือศาสนาพุทธเป็นส่วนใหญ่นะครับ นิสัยบางอย่างก็คล้ายกับคนไทยมาก ปีนึงๆ มีนักเรียน นักศึกษามาเรียนที่เมืองไทยกันมาก”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“พี่เช ก็เคยเรียนที่นี่เหมือนกันใช่มั๊ยคะ” มุกพูดแทรกขึ้นมาพลางใช้ศอกกระแทกใส่พี่สาวแสดงนัยบางอย่าง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ครับ…เมื่อหลายปีก่อน” ชายหนุ่มรับคำ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ผมเรียนจบมัธยมปลายที่นี้แหละครับ แล้วก็ไปเรียนระดับมหาวิทยาลัยที่สหรัฐ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“หืมม์ อย่างนั้นหรือค่ะ” น้าเยาว์เป็นฝ่ายอุทานออกมาบ้าง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ผมไปเรียนต่อทางด้านรัฐศาสตร์นะครับ เรียนจนจบปริญญาโทที่นั่น เพิ่งกลับไปบ้านเกิดเมื่อไม่นานนี้เอง”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เสียงซักถามนิ่งลงครู่หนึ่ง ว่าที่จริงทุกคนนิ่งอึ้งไปเพราะคำตอบที่ได้รับมากกว่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เกดเองก็ตกใจน้อยเสียเมื่อไหร่เล่า เหลือบตามองชายหนุ่มที่นั่งอยู่ตรงข้าม “คุณเช” คนนี้มีอะไรที่คาดไม่ถึงให้ได้รับรู้ตลอดเวลา ดูอย่างกิริยา มารยาท&lt;br /&gt;ระหว่างนั่งรับทานอาหารเย็นมื้อนี้ปะไร ดูแล้วนิ่มนวล เพลินตา ราวกับถูกฝึกมาอย่างดี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ถ้าจะเลือกใช้คำให้เหมาะก็ต้องบอกว่า ทุกอิริยาบถเท่าที่เห็น “งาม” เสียจริงๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ดูเอาเถิด ขนาดพ่อของเกดที่เคร่งขรึม พูดน้อย แต่สนทนาพาทีกันไม่กี่ประโยคก็ดูจะถูกคอกันดี หัวเราะเอิกอ้ากกันเป็นระยะ ส่วนน้าเยาว์และมุก ก็ดูจะเพลิด&lt;br /&gt;เพลินกับเรื่องเล่าของดัลวาอยู่ไม่น้อย เป็นชายหนุ่มที่มีเสน่ห์ดึงดูดอย่างประหลาดล้ำ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“คุณเช” คนนี้เป็นใครกันนะ มีความเป็นมาอย่างไรกันแน่ นี่เป็นครั้งแรกที่หญิงสาวนึกสะดุดใจขึ้นมา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#000099;"&gt;“พี่เกด คุณเชนี่ดูแปลกเนอะ"&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“เอาอีกแล้ว สนใจใคร่รู้มาอีกแล้ว”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เกดถอนหายใจ เงยหน้ามองหลอดไฟบนเพดาน ในขณะที่มุกดา ที่นอนเคียงกันอยู่บนเตียงเดียวกันเอาหนังสือเล่มหนึ่งวางไว้บนหน้าอก แล้วหลับตาลง&lt;br /&gt;“จริงนี่ คุณเช ตัวจริงน่าทึ่งกว่าที่นีม่าเคยเล่าให้ฟังเยอะเลย ดูเหมือนกับว่า…”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มุกพูดค้างไว้เช่นนั้นแล้วก็หันร่างขึ้นเอาศอกเท้าเข้ากับหมอนสีขาวที่วางไว้ใกล้กับศรีษะ ใช้สายตาจ้องมาที่พี่สาว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“เหมือนเจ้าชายนะ พี่เกด”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“อย่างนั้นหรือ” หญิงสาวว่า แล้วผลุดลุกขึ้นนั่งบนเตียง ทำท่าจะพูดอะไรออกมา แต่กลับเปลี่ยนคำถามเมื่อเห็นหนังสือที่น้องสาวถือติดตัวมาหลายวันแล้ว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“อ่านอะไรอยู่นะ วิมานริมขอบฟ้า นิยายเหรอ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มุกดาหัวเราะเบาๆ แล้วลุกขึ้น พลางนั่งขัดสมาธิ หยิบหนังสือในมือชูขึ้นมา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“เปล่าหรอก หนังสือสารคดีนะ เรื่องของดัลวา แล้วก็เทือกเขาหิมาลัย”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คนเป็นพี่สาวเลิกคิ้วขึ้นสูง แสดงอาการประหลาดใจ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“คุยกับนีม่า เรื่องดัลวามานานแล้ว ยิ่งพอเรื่องของคุณเชเกิดขึ้น ก็ทำให้มุกอยากรู้เรื่องของดัลวามากขึ้นไง เลยหามาอ่าน”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“แล้วไงจ้ะ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มุกดายักไหล่ขึ้นครั้งหนึ่ง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ก็เพลินดีนะสิพี่เกด เพิ่งรู้ว่าดัลวา มีลักษณะบางอย่างที่เหมือนนิยายฝรั่งเรื่อง lost horizon เขาเขียนไว้”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“หืมม์ ยังไงนะ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ดินแดนในความฝันไงละพี่เกด อย่างที่เขาเรียกว่าเชียงกรี ลา เป็นดินแดนเล็กๆ แถบเทือกเขาหิมาลัย นอกจากสวยงามแล้ว ผู้คนมีชีวิตอยู่ตามธรรมชาติ ไม่&lt;br /&gt;อาศัยกฎหมาย แต่อาศัยคุณธรรมในการปกครองประเทศ และกษัติรย์เดเช็น ผู้ปกครองประเทศก็ทรงเป็นกษัตริย์นักประชาธิปไตย เป็นที่รักของชาวดัลวา&lt;br /&gt;ทุกคน”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“แล้วยังไงอีก” เกดชักสนใจขึ้นมาบ้างแล้ว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“พี่เกดรู้ไหม อาณาจักรดัลวา ล้อบรอบไปด้วยเทือกเขาสูงต่ำที่ปกคลุมด้วยหิมะ ระหว่างขุนเขาเหล่านั้น มีทะเลสาบแอ่งกว้างใหญ่ที่งดงามเกิดขึ้นมากมาย&lt;br /&gt;บางแห่งเป็นสีเขียวมรกต คงน่าดูมาก”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เกดเอามือท้าวคาง มองน้องสาวพูดเสียงเจื้อยแจ้ว พยายามนึกภาพตามไปด้วย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ชนพื้นเมืองของชาวดัลวาส่วนหนึ่งเป็นเหมือนพวกมองโกลในจีน คือผิวขาว ตาตี่ ส่วนอีกพวกเหมือนแขกคือ คิ้วดก หน้าเข้ม ผิวคล้ำ ท่าจะจริงแฮะ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แล้วภาพของชายหนุ่มที่มีผิวอันเกลี้ยงเกลา แต่คิ้วกลับดก และใบหน้าเข้ม ก็ปรากฎในห้วงคำนึงของเกดอีกครั้ง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ในหนังสือนี่บอกว่า ผู้คนชาวดัลวาเป็นคนอารมณ์ดี แจ่มใส ไม่โกรธใครง่ายๆ ใช้ชีวิตอย่างไม่รีบเร่ง ดูเหมือนว่าเป็นอาณาจักรเล็กๆ ที่ประชาชนมีความสุข&lt;br /&gt;มากที่สุดในโลกแห่งหนึ่ง”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“น่าสนุกดีนี่นา หนังสือเล่มนี้ แล้วมีอะไรอยากเล่าให้ฟังอีกจ้ะ คุณน้อง” เกดถามต่ออย่างอารมณ์ดี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มุกพับหนังสือลงแล้วทาบเอาไว้บนอก ยักคิ้ว หลิ่วตากับพี่สาว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ที่น่าสนใจที่สุดของหนังสือเล่มนี้ก็คือ เรื่องเล่าเกี่ยวกับรัชทายาทหนุ่มแห่งดัลวา พระองค์ทรงมีพระสิริโฉมอันงดงาม มีจริยวัตรอันเพียบพร้อม ที่สำคัญก็คือยัง&lt;br /&gt;เป็นโสด”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คนเล่าหยุดความ พลางขบยิ้ม สบสายตาที่กำลังจ้องมองมา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“แล้วยังไงต่อ เล่าก็เล่าไม่จบ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มุกดาดวงตาวาว มีแววเริงรื่นบางอย่างปรากฎขึ้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“พระองค์ทรงมีพระนามว่า โดร์เช”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“เจ้าชายโดร์เช งั้นหรือ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ฮื่อ ใช่แล้วพี่เกด โดร์เช ที่มีความหมายว่า สายฟ้า”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผู้เป็นพี่สาว ยื่นมือออกมา แล้วพูดขึ้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ยืมอ่านหน่อยซิจ้ะ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มุกพยักหน้า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ได้สิ แต่ก่อนจะให้ มุกอยากถาม”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ถามอะไร ยุ่งยากจริงเด็กคนนี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ถ้าคุณเชเกิดเป็นเจ้าชายโดร์เช ขึ้นมา พี่เกดจะทำยังไง”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หญิงสาวยิ้มอย่างนึกขบขันเสียเต็มประดา เอามือผลักไปที่ศรีษะของน้องสาวอย่างเอ็นดู&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“เด็กบ๊อง เอาสมองส่วนไหนคิด เพ้อเจ้อ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จะเป็นไปได้อย่างไรเล่า ถึง “คุณเช” จะมีบุคคลิกบางอย่างที่ดูเกรงขาม และมีเสน่ห์ลึกลับบางประการ แต่ก็คงไม่ได้เป็น “เจ้าชาย” อย่างที่น้องสาวคิดเป็นตุ&lt;br /&gt;เป็นตะไปหรอก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“เอาหนังสือมาให้พี่ แล้วมุกก็ไปนอนได้แล้ว จะนอนฝันถึงเจ้าชายคนไหนก็เชิญเถิด ตามสบาย”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มุกดาจะทำอะไรได้เล่า ยื่นหนังสือในมือให้ พร้อมกับแลบลิ้นล้อเลียนพี่สาวของตัวเองไปเท่านั้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“เดี๋ยว มุกจะให้นีม่า ช่วยหาพระฉายาลักษณ์ของเจ้าชายโดร์เชให้ ดูสิว่าจะสูสีกับคุณเชของพี่เกดหรือเปล่า ว่าแต่เช กับ โดร์เช มันคล้ายกันจังนะ มุกว่า”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พูดเสร็จแล้ว หญิงสาวก็ทำตาประหลับประเหลือก แล้วยิ้มให้กับความคิดของตัวเองอยู่เป็นนาน&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/2947763160793315809-4223231868782399801?l=shinjiclub.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://shinjiclub.blogspot.com/feeds/4223231868782399801/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=2947763160793315809&amp;postID=4223231868782399801&amp;isPopup=true' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2947763160793315809/posts/default/4223231868782399801'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2947763160793315809/posts/default/4223231868782399801'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://shinjiclub.blogspot.com/2009_11_01_archive.html#4223231868782399801' title='บทที่ 12-เจ้าชายสายฟ้า'/><author><name>เปิ้ลซัง ศิษย์มิตซูโอะ</name><uri>http://www.blogger.com/profile/05876559150619818157</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='29' height='32' src='http://4.bp.blogspot.com/_aoWh2-f7o2Q/Sp0BQpXydQI/AAAAAAAAAGE/-BuLt2NCpYs/S220/Picture+148.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-2947763160793315809.post-3158816867492238252</id><published>2009-11-10T21:02:00.003+07:00</published><updated>2009-11-10T21:06:12.806+07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='เพลงรักหิมาลัย'/><title type='text'>บทที่ 11-สองรัก</title><content type='html'>&lt;strong&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;span style="color:#000099;"&gt;นับตั้งแต่ก้าวเท้าเข้าบ้าน&lt;/span&gt; อาบน้ำ ทานมื้อเย็น หญิงสาวรับรู้ได้ถึงอาการประดักประเดิดของตัวเอง เพราะดูเหมือนจะมีสายตาคู่หนึ่งจับจ้องดูอยู่ตลอดเวลา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จนกระทั่งพ่อและแม่เลี้ยงขึ้นไปพักบนห้องนอนแล้วนั่นละ เกดถึงได้ดึงตัวเจ้าของดวงตาคู่นั้นมานั่งไถ่ถามด้วยอาการขัดเขินเต็มที&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“เป็นอะไรไปคุณน้องสาว นั่งมองพี่ตั้งแต่เข้ามาบ้านแล้ว สงสัยหรือว่าพี่มีอะไรผิดปกติไปจ้ะ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มุกดาจ้องมองพี่สาวของตัวเองอยู่เป็นนาน แล้วนั่งนิ่งอยู่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ว่าไงละ…” เกดถามน้ำเสียงไม่ปกตินัก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มุกดา หันไปหยิบรีโมตโทรทัศน์เพื่อปิดเสียงบนจอไม่ให้มารบกวนการพูดคุย แล้วทรุดตัวลงบนโต๊ะเล็กที่อยู่เยื้องกันไป ก่อนจะหันมาทางพี่สาวที่นั่งกระสับกระส่ายอยู่บนโซฟา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“เขามาส่งละสิ พี่เกด…ใช่มั๊ย”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผู้เป็นพี่สาวเลิกคิ้วสูง ก่อนกลั้นหัวเราะกับคำถามอันคาดคั้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“โธ่เอ๋ย นึกว่าเรื่องอะไร ที่แท้ก็…”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่มุกดาดูจะไม่รับมุขเท่าใดนัก ถอนหายใจออกมาครั้งหนึ่ง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“แล้วไปไหนมากับคุณเชนั่น”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เกดอมยิ้มกับคำถาม แล้วส่ายหน้าไปมา แต่ดวงตาวิบไหว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ไม่ได้ไปไหนนี่ ไปนั่งคุยกัน แล้วเขาก็มาส่งเมื่อกี้ ก็เท่านั้น”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;น้องสาวย่นจมูก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“แล้วไง เขาจีบ งั้นสิ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ยายมุก” เกดร้องเสียงหลง แล้วอาการหัวใจเต้นตึกตั่ก ความรู้สึกที่ทำให้มือไม้สั่นก็กลับมาอีกครั้ง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เห็นอาการพี่สาวเช่นนั้นแล้ว มุกดาที่เก็บอาการเคร่งขรึมอยู่เป็นนานก็ปิดปากหัวเราะคิกคักอย่างอารมณ์ดี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“แน่แล้วๆ พี่เรา”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พี่สาวเห็นดวงตาอันระยิบระยับ แล้วรอยยิ้มอันเจ้าเล่ห์นั้นแล้ว ก็รู้เลยว่าตัวเองหลงกลเข้าแล้วเต็มเปา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ยายมุก เป็นน้องเป็นนุ่งคิดลักไก่หลอกถามพี่หรือนี่…”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มุกดาหัวร่องอหาย ก่อนจะจ้องมองพี่สาวด้วยดวงตาวาวโต&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“หรือจะเป็นคุณเชคนนี้ โซลเมทของพี่เกดนะ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“หา…” เกดพึมพำ ไม่รู้ว่าจะตอบน้องสาวอย่างไร ความรู้สึกที่มีต่อชายหนุ่มท่าทางแปลกๆ คนนี้เป็นอย่างไรหรือ บอกตัวเองไม่ถูกเหมือนกัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;รู้แต่ว่า วันนี้ที่เจอกัน หญิงสาวรู้สึกใจสั่น เหงื่อชุ่มมือ พูดจาผิดๆ ถูกๆ หนแล้วหนเล่าอยู่นั่นละ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“มุกยังไม่เคยเห็นหน้าคุณเชคนนี้เลย แต่คงหล่อน่าดูเชียว ใช่มั๊ย”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ก็ดูดีนั่นแหละ…”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;น้องสาวขบยิ้มเมื่อเห็นอาการ “หลุด” ของพี่สาวอีกครั้ง ดวงตาวิบวับประหลาดอย่างนั้น จะตีความหมายเป็นอย่างอื่นได้อย่างไรเล่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“อยากเห็นจัง พามาแนะนำน้องนุ่งหน่อยสินะ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ฮื่อ…คงมีโอกาสเจอกันหรอกเร็วๆ นี้”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แล้วมุกดาก็กระโดดผลุงมานั่งบนโซฟาเกาะแขนผู้เป็นพี่สาว แล้วซบศรีษะเข้าที่ไหล่ ก่อนทำเสียงห้าวแบบผู้ชายล้อเลียน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“คุณครับ รับรักผมเถอะนะครับ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เกดหัวเราะออกมาเสียงดัง ก่อนจะหยิกแขนน้องสาวแก้อาการเก้อเขินของตัวเอง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“จริงๆ เลยนะเราเนี่ย”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ว่าแต่ว่า…วันนี้นัดเจอกันได้อย่างไร ใครโทรหาใครก่อนละ หรือมีกระแสจิตตรงกัน” มุกดาถามด้วยน้ำเสียงใส&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผู้เป็นพี่สาวส่ายหน้า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“เปล่าหรอก…วินเขาโทรนัดให้นะ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“หา…” มุกดาร้องได้แค่นั้นแล้วเอนหลังพิงกับโซฟา เหลือบตามองพี่สาวด้วยดวงตาคมวาวราวกับต้องการทะลุให้เห็นถึงความรู้สึกภายใน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ตานั่นอีกแล้วเหรอ เฮ้อ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ทำไมจ้ะ …”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มุกดาเบ้ปาก ค้อนวงหนึ่งให้กับใครบางคน แล้วจึงเหลือบตามองพี่สาวที่หันไปหยิบนิตยสารที่วางไว้ใกล้ตัวขึ้นมาอ่าน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นี่จะถวายพานบุษบาให้อิเหนากันเลยหรือนี่ ตาจรกาซื่อบื้อเอ๊ย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#000099;"&gt;เมื่อได้ยินเสียงกดกริ่งหน้าบ้าน&lt;/span&gt; วินรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย นี่ก็เกือบจะเย็นแล้ว ไม่น่าจะมีใครมาแวะเยี่ยมเยือนในช่วงเวลานี้นักหรอก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่เมื่อชายหนุ่มเปิดประตู ก็ให้รู้สึกแปลกใจ เมื่อเห็นหญิงสาวผมสั้น ในชุดนักศึกษา ยืนยิ้มแฉ่ง พร้อมยื่นถุงขนมในมือให้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“สวัสดีคะพี่ ซื้อขนมมาฝาก”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ชายหนุ่มรับถุงขนมมาถือด้วยอาการงุนงง แล้วเปิดประตูบ้านให้อาคันตุกะผู้มาเยือน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“เข้ามาสินีม่า ไปไงมาไงเนี่ย แล้วรู้จักบ้านพี่ได้ยังไง”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นีม่า ยิ้มอวดฟันขาว พลางนั่งลงบนชุดโต๊ะทางด้านล่างของตัวบ้าน ก่อนจะเหลียวมองรอบบ้านไม้สีฟ้าอย่างสนอกสนใจ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“บ้านพี่สวยจัง ต้นไม้ครึ้มเชียว น่าอยู่จังคะ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วินพยักหน้ารับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“มาคนเดียวหรือ แล้วมุกละ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“วันนี้นีม่ามาคนเดียว ถามทางจากมุกเค้านะคะ ความจริงก็ไม่ยากนั่งรถเมล์มาลงปากซอย แล้วก็นั่งมอเตอร์ไซค์เข้ามาอีกนิดเดียว”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ชายหนุ่มพยักหน้าอย่างรับรู้ ก่อนจะเดินตรงไปทางห้องครัว ชั่วครู่ก็ออกมาพร้อมแก้วน้ำในมือ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ทานน้ำก่อนเถอะ…”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นีม่ายกมือไปรับแก้วน้ำในมือ ก่อนจะวางไว้บนโต๊ะ ก่อนจะจ้องมองมาที่ชายหนุ่มด้วยสีหน้าเรียบเฉย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“เป็นไงบ้างคะพี่…”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วินยักไหล่ แล้วหัวเราะเบาๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“พี่สบายดีก็เหมือนเดิม แต่วันนี้มีงานต้องส่งลูกค้าก็เลยไม่ได้ไปไหน เพิ่งเสร็จเมื่อตะกี้”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แขกผู้มาเยือนเอามือท้าวคาง จ้องมองเจ้าของบ้านด้วยแววตาประหลาด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“นีม่ามาขอบคุณนะคะ ขอบคุณแทนเจ้านาย สำหรับความช่วยเหลือทุกอย่าง”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ไม่ต้องหรอกน่า พี่ไม่ได้ช่วยอะไรมากนักเลย”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หญิงสาวส่ายหน้าไปมา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ไม่จริงหรอกคะ ถ้าไม่ได้พี่ เรื่องก็คงไม่จบง่ายดายอย่างนี้”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“เพียงแต่ว่า…” หญิงสาวกล้ำกลืนคำพูด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“นีม่าไม่คิดว่าเรื่องจะลงเอยอย่างนี้เหมือนกัน ไม่คิดว่าผู้หญิงคนนั้นจะเป็นพี่เกด…”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สีหน้าของวินสลดลงวูบหนึ่ง แต่ก็เพียงแว่บเดียวเท่านั้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“เหมือนหนังเกาหลีเลยเนอะ พระเอกกับนางเอกเคยเจอกันตอนเด็ก แล้วก็พลัดพรากกันไป เจอกันอีกทีก็ตอนเป็นหนุ่มสาวกันแล้ว แฮปปี้เอนดิ้งในที่สุด”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ชายหนุ่มพยายามพูดให้ตลก แต่คนฟังดูจะขำไม่ออกเมื่อเห็นสีหน้าซีดเซียวของคนพูด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“นีม่าก็ว่าอย่างนั้น แต่ก็ยังห่วงอยู่นิดนึง”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วินเลิกคิ้วสูง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ห่วงอะไรละ…”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ก็ห่วงว่าพี่เกดจะรู้สึกยังไงกับเรื่องนี้ แล้วคนรักของพี่เกดละ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ชายหนุ่มโบกไม้โบกมือเป็นการใหญ่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“อย่าห่วงไปเลย เกดยังไม่มีคนรัก”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“จริงหรือคะ…” นีม่าถามอย่างคาดคั้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ฮื่อ…เป็นอย่างนั้น”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วินส่ายหน้า ดูเหมือนจะพยายามควบคุมน้ำเสียงไม่ให้สั่น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หญิงสาวพยายามมองหาความจริงจากดวงตาที่หลุบลงของชายหนุ่มที่นั่งอยู่ตรงหน้า แต่ก็มองไม่เห็นอะไรเท่าใดนัก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“นีม่าก็ไม่รู้ว่าเรื่องราวจะเป็นยังไงต่อไป คาดเดาอะไรไม่ได้ทั้งนั้น แต่ที่บอกพี่ได้ก็คือ เจ้านายของนีม่าเป็นคนดี จิตใจงาม”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“พี่มองเห็นหรอกน่า คุณเชอาจจะเป็นคนที่เกดรอคอยอยู่ก็ได้”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“จริงหรือคะ…”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“โซลเมท คู่แท้ยังไงเล่านีม่า”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หญิงสาวพยักหน้า พยายามสังเกตอากัปกิริยาของเจ้าของบ้านไปด้วยในตัว พยายามควานหาความลึกลับบางอย่างจากดวงตาคู่นั้น แต่ไม่พบอะไรเลย เหมือนมองสายน้ำอันสงบนิ่ง แต่ลึกลงไปนั่นเล่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ว่าแต่ว่า…” วินเป็นฝ่ายถามขึ้นบ้าง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ว่าอะไรคะ” นีม่าตอบ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“คุณเช ทำงานอะไรหรือนีม่า ท่าทางไม่เหมือนนักธุรกิจสักเท่าไหร่เลย แต่คงจะมีฐานะพอสมควร”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หญิงสาวสะดุ้งขึ้นมา ก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงไม่ปกติเท่าใดนัก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ก็มีคะ มีฐานะพอสมควร”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“แล้วถ้า…”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ยังไม่ทันที่นีม่าจะจนมุมกับคำถาม เสียงเปิดประตูบ้านก็ดังขึ้นมาเสียก่อน แล้วร่างของคนชราคู่หนึ่งก็ก้าวเข้ามาในบ้านอย่างช้าๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“พ่อแก่กับแม่แก่กลับมาแล้วละ ไม่รีบไปไหนใช่มั๊ยนีม่า กินข้าวด้วยกันเถอะ แม่แก่ทำกับข้าวอร่อยนะ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หญิงสาวถอนหายใจยาว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;กินก็ได้ไม่เป็นไรหรอก ขอแต่อย่าซักให้มากนักก็แล้วกัน นีม่าพึมพำกับตัวเองอย่างหนักใจ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#000099;"&gt;หลังจากผ่านพ้นมือเย็นไปแล้ว&lt;/span&gt; ขับจักรยานไปส่งนีม่าที่ปากซอย รอจนขึ้นรถแท็กซี่เพื่อแน่ใจว่าปลอดภัยแล้ว วินก็ต้องมานั่งให้พ่อแก่-แม่แก่ ซักไซ้ไล่เรียง ถึงประวัติของสาวนักศึกษาที่มาเยี่ยมเยือนถึงบ้านอยู่เป็นนาน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“เพื่อนรุ่นน้องนะครับ เป็นเพื่อนสนิทยายมุกนะครับ ไม่มีอะไรหรอก”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ตากับยายของชายหนุ่มหัวเราะหัวใคร่กับคำตอบ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“เพื่อนก็ดี แฟนก็เหมาะ” พ่อแก่แซวหลานชาย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“เห็นหน้าแดงหน้าดำมาหลายวันแล้วนี่ ดูวันนี้สีหน้าดีขึ้นมานิดนึงแล้ว” แม่แก่แสดงความเห็นเพิ่ม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“พ่อแก่ แม่แก่ อย่าคิดอะไรให้เลยเถิดไปเลย นีม่าไม่ใช่แฟนผมหรอกครับ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“นีม่าชื่อเพราะซะด้วย ว่ามั๊ยยาย…” พูดแล้วพ่อแก่ก็หัวเราะเอิ๊กอ๊าก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ชายหนุ่มจะทำอะไรได้เล่า ปล่อยเลยตามเลยแล้วกัน ถือว่าเป็นความสุขของคนแก่น่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่คำถามในตอนท้ายของแม่แก่นี่สิ ทำให้วินถึงกับสะดุ้งขึ้นมา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ถ้านักศึกษาคนนี้เป็นแฟนของหลานจริง แล้วหนูเกดละจ้ะทำยังไง”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คำตอบที่ชายหนุ่มมีให้ รวบรัดได้ใจความ แต่พอพูดออกไปแล้วไม่รู้เหมือนกันว่า ทำไมถึงน้ำเสียงถึงได้แห้งผาก อ่อนล้าเช่นนั้นไปได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ไม่ต้องห่วงเกดหรอกครับ เขาเจอแฟนเค้าแล้ว น่าจะคนนี้แหละครับ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สิ้นคำพูดประโยคนี้ ภาพวงหน้าของเด็กสาวสวมแว่นตา พร้อมรอยยิ้มอันเริงร่าที่แสนจะคุ้นเคยก็ปรากฎในห้วงคำนึงของชายหนุ่มอีกครั้ง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่คราวนี้ภาพนั้นเลือนลางมากกว่าทุกคราว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“อะไรนะ เจ้าชาย” เสียงร้องที่แผดลั่นของชายร่างท้วมทำให้แขกที่มานั่งดื่มเครื่องดื่มในร้านกาแฟมองกันมาที่ผู้ชาย 2 คนที่มุมด้านในของร้านอย่างพร้อมเพรียง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“เบาๆ หน่อยสิ มูตา” เสียงของชายหนุ่มที่ผมยาวถูกรวบตึงเป็นหางม้ากระซิบขึ้นมา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“มันน่าตกใจหน่อยเสียเมื่อไหร่เล่า คำถามที่เจ้าชายบอกผู้หญิงคนนั้นนะ…” มูตาลดเสียงลง แต่ดวงตาที่เบิ่งโต และคิ้วขมวด แสดงให้เห็นถึงอารมณ์อันพลุ่งพล่าน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ชายหนุ่มหัวเราะเบาๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ไม่น่าจะเป็นเรื่องใหญ่อะไรนี่นา ก็แค่คำถามเดียว”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“แต่ว่าเจอหน้ากันหนแรก ก็ถามว่าคุณผู้หญิงครับ คุณเชื่อในรักครั้งแรกหรือไม่นี่ไม่เกินเลยไปหน่อยหรือเจ้าชาย”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ชายหนุ่มจ้องหน้าคนสนิทด้วยดวงตาพราว ก่อนจะยกแก้วกาแฟขึ้นจิบโดยไม่ละสายตาไปจากมูตา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ข้ารู้ดี มันอาจจะเป็นคำถามที่ตรงไปหน่อย แต่มูตา อย่าลืมว่าพวกเรามีเวลาน้อย ก็เลยต้อง…”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มูตาถอนหายใจยาวๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“สมกับชื่อโดร์เชจริงๆ ทำอะไรรวดเร็วเหมือนสายฟ้าแล่บ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เจ้าชายโดร์เชทรงพระสรวลเบาๆ ก่อนจะทอดพระเนตรไปรอบร้านกาแฟซึ่งตั้งอยู่ชั้นล่างของคอนโดมีเนียมที่พัก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ข้าชอบที่นี่มาก มูตา ดูสิผู้คนหัวเราะ ยิ้มแย้มให้แก่กัน แล้วผู้คนที่ข้าได้รู้จักต่างก็เป็นคนดี มีน้ำใจทั้งนั้น”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มูตายักไหล่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ถึงที่นี่จะดีอย่างไร แต่เจ้าชายก็ต้องกลับไปที่ดัลวาอยู่ดีนั่นแหละ ฝ่าบาทอย่าลืมสิว่าพระองค์คือรัชทายาทของกษัตริย์เดเช็น”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เจ้าชายโดร์เชเป็นฝ่ายถอนหายใจบ้าง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ข้ารู้ ขอบใจที่เตือนมูตา”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คนสนิทของรัชทายาทของดัลวามีสีหน้าดีขึ้นเล็กน้อย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ตอนนี้ พระองค์ก็ได้พบกับผู้หญิงที่เฝ้ารอมานาน แล้วจะทำอย่างไรเล่า จะเผยความจริงให้นางทราบเสียตั้งแต่ตอนนี้ไม่ดีกว่าหรือ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เจ้าชายโดร์เชส่ายพระพักตร์&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“อย่าเพิ่งเลย ข้ายังไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นอย่างไรเหมือนกัน คงต้องอีกสักพักนั่นแหละ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“เมื่อไหร่กัน” มูตารุกถาม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;รัชทายาทหนุ่มสบพระเนตรกับคนสนิทท่ามกลางความวุ่นวายของผู้คนในร้านกาแฟหรูแห่งนั้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มูตายักไหล่ครั้งหนึ่ง ใช้ช้อนคันเล็กตัดเค้กชิ้นตรงหน้าให้พอดี แล้วตักเข้าปาก ดวงตายิบหยี พลางยิ้มในสีหน้า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ใครจะเชื่อ รัชทายาทคนเดียวแห่งราชวงศ์เซโม ราชวงศ์ผู้ปกครองอาณาจักรดัลวามานับร้อยปี จะมีวันนี้เพราะผู้หญิงไทยธรรมดาคนหนึ่งเท่านั้น พิโธ่เอ๊ย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#000099;"&gt;“นี่ นีม่า”&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;“ว่ายังไง มุก”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นีม่าละสายตาจากกองหนังสือตรงหน้า ที่วางอิเหละเขะขะอยู่บนม้านั่งยาวริมสระน้ำในมหาวิทยาลัย แล้วจ้องมองตาเพื่อนคนสวย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ไปบ้านอีตานั่นเป็นยังไง…”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หญิงสาวจากดัลวา ก้มตาลงขบยิ้ม ก่อนจะตอบเพื่อนออกไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ก็ไม่เป็นไร บ้านสวย ต้นไม้เยอะ อาหารอร่อย”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มุกดา เอามือหยิกแขนเพื่อนด้วยอาการหมั่นไส้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“เราไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“อ๋อ อยากรู้เรื่องคุณตากับคุณยายของพี่วินเหรอ ก็ไม่มีไรนี่ เป็นคนแก่ที่น่ารักทั้งคู่”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นีม่าเงยหน้าขึ้นและได้เห็นดวงตาขุ่น คิ้วที่ขมวด แสดงอาการว่าใกล้จะ “วีน” เต็มทีแล้ว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“แหม มุกดาจ๋า ล้อเล่นนิดหน่อยเอง ก็ไม่มีอะไรผิดปกตินี่จะ นอกจาก…”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“นอกจากอะไร…” มุกรีบถามด้วยน้ำเสียงร้อนรน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ก็พี่เค้าซึมๆ นิดนึง แต่ก็ไม่มีอะไรนี่นา เป็นแค่ผู้ชายปากแข็งคนนึงเท่านั้น มุกก้อ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มุกดากลอกตาไปมา ก่อนพยักหน้าหงึกหงักอย่างเห็นด้วย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ก็บอกนีม่าแล้วไง พี่วินนะเป็นผู้ชายบ๊องๆ ซื่อบื้อ แล้วก็ใช่ด้วย ปากแข็ง ปากหนักออกจะตายไป”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ผู้ชายปากแข็งนี่ นีม่าว่า เหมาะกับ ผู้หญิงปากแข็งเหมือนกันเป็นที่สุดเลย มุกว่ามั๊ย”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“อะไรนะ ไม่เห็นจะรู้เรื่อง”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นีม่าแอบหัวเราะหึหึอยู่ในใจ เมื่อเห็นอาการคอแข็ง สีหน้าเก้อเขินของเพื่อน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ความรักนี่ไม่เข้าใครออกใครจริงๆ ด้วยแฮะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/2947763160793315809-3158816867492238252?l=shinjiclub.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://shinjiclub.blogspot.com/feeds/3158816867492238252/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=2947763160793315809&amp;postID=3158816867492238252&amp;isPopup=true' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2947763160793315809/posts/default/3158816867492238252'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2947763160793315809/posts/default/3158816867492238252'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://shinjiclub.blogspot.com/2009_11_01_archive.html#3158816867492238252' title='บทที่ 11-สองรัก'/><author><name>เปิ้ลซัง ศิษย์มิตซูโอะ</name><uri>http://www.blogger.com/profile/05876559150619818157</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='29' height='32' src='http://4.bp.blogspot.com/_aoWh2-f7o2Q/Sp0BQpXydQI/AAAAAAAAAGE/-BuLt2NCpYs/S220/Picture+148.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-2947763160793315809.post-8634481289691604245</id><published>2009-11-04T18:51:00.003+07:00</published><updated>2009-11-04T19:09:52.539+07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='เพลงรักหิมาลัย'/><title type='text'>บทที่ 10-แรกนัด</title><content type='html'>&lt;span style="font-family:times new roman;"&gt;&lt;span style="color:#000099;"&gt;ตอนที่เกดย่างเท้าเข้ามาในร้านต้นไม้&lt;/span&gt; ก้มหัวลอดกอมะลิซ้อนตรงประตูแล้วมายืนค้อมหลังเฝ้ามองวินอยู่นั้น ชายหนุ่มรู้สึกตัวแล้ว แต่ยังทำเป็นสาละวนอยู่กับการจัดเรียงกระถางต้นไม้ราวกับยุ่งเสียเต็มประดา&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:times new roman;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“มาแล้วนะ” เสียงหวานใสดังอยู่บนแผ่นหลัง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ชื่อเกดจ้ะ ชื่อจริงบุษบา บ้านอยู่ฝั่งขะโน้น”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ทักทายอย่างนี้แล้ว ชายหนุ่มก็ยังไม่ยอมขยับตัว ทำให้หญิงสาวผมยาวสลวย ในชุดเสื้อลายลูกไม้ กระโปรงบานยาวสีฟ้าอ่อน ห่อปาก แล้วทำตาโต ก่อนจะตัดพ้อออกมาว่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“นี่คุณเพื่อนจ้ะ มาง้อถึงที่แล้ว อย่าเล่นตัวหน่อยน่า”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“เปล่างอนซะหน่อย” วินพูด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“งั้นก็หันหน้ามา” เกดว่า ก่อนหย่อนตัวลงบนเก้าอี้ไม้ที่มีไว้สำหรับต้อนรับลูกค้า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ชายหนุ่มเหลียวหน้ามา แล้วเห็นดวงตาคมวาวคู่นั้นจ้องอยู่ก่อนแล้ว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ขอโทษนะ” เด็กหนุ่มพูด ก่อนจะเสไปมองต้นปีบในกระถางที่วางเรียงเป็นแถวอยู่บนชั้นทางด้านหลังของหญิงสาว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ไม่ยกโทษให้หรอก นัดแล้วไม่ไปตามนัด”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แม้หญิงสาวจะทำเสียงห้วน แต่แววตาเป็นประกาย รอยยิ้มอันแสดงถึงความแช่มชื่นนั้น ทำให้ชายหนุ่มต้องหลุบตาลงมองพื้น ราวกับต้องการซ่อนความรู้สึกบางอย่างไม่ให้เผยตัวออกมา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“เราจำเป็นจริงๆ แล้วเกดก็ได้เจอคุณเชแล้วใช่มั๊ย”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“เช…เหรอ” หญิงสาวทวนคำ ก่อนจะเผลอหัวเราะออกมาเบาๆ ก่อนจะถามออกไปว่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“เด็กผู้ชายคนนั้น…เอ๊ย ผู้ชายคนนั้น นี่วินนัดให้เกดไปที่โบสถ์ เพื่อให้พบกับคุณเชที่ว่านี่หรอกหรือ อย่างไรกันแน่”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วิน ถอนใจครั้งหนึ่งก่อนตอบ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“จำเรื่องที่มุกวานให้เราช่วยเหลือเรื่องตามหาคนได้มั๊ย”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ฮื่อ…”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ก็คุณเช คนนี้นี่ไง”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เกดทำตาโต แล้วอุทานออกมา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ตายละ เกดว่าจะถามอยู่เหมือนกัน ชักสงสัยอะไรขึ้นมาบ้างแล้ว”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หญิงสาวนิ่งไปพักหนึ่ง ก่อนจะพูดต่อว่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“วินจะบอกว่า ผู้หญิงคนที่คุณเชตามหาน่ะคือ…”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ชายจะทำอย่างไรได้เล่า สบตากับเพื่อนสาวอยู่เป็นนานก่อนจะพยักหน้ารับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เกดผลุดลุกขึ้นจากเก้าอี้นั่งอย่างลืมตัว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ไม่นะ…ไม่น่าเป็นไปได้”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วินทรุดตัวนั่งลงบนเก้าอี้ ราวกับหมดแรงเสียดื้อๆ อย่างนั้นแหละ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ก็ไม่อยากจะเชื่อเหมือนกัน แต่ทุกอย่างมันบ่งบอกว่าเกดคือผู้หญิงคนที่คุณเชตามหาอยู่จริงๆ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หญิงสาวจ้องเป๋งมาที่เพื่อน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“นี่จะหมายความว่าอะไรเล่า”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ชายหนุ่มกลืนน้ำลายลงคอ ไม่รู้ว่าจะตอบว่าอย่างไรดีเหมือนกัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่วินยังจำได้ถึงสายตาอันเป็นประกายวิบวับของ “เจ้านาย” คนนั้น ทันทีที่เล่าเรื่องของเกดให้ฟัง เพียงแค่นั้นชายหนุ่มก็ได้คำตอบทุกอย่างแล้ว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ใช่แล้ว ไม่ผิดตัวแน่นอน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“เขาตามหาเกดเหรอ ” หญิงสาวรุกเร้าอีก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วินหันมาบอกกับเพื่อน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“เจ้าชายมาตามหาซินเดอเรลล่า มั๊ง”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เกดเงยหน้าขึ้นสบตากับวิน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“บ้าน่า”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แม้จะพูดคำว่าบ้า แต่ชายหนุ่มกลับสังเกตว่าดวงตาของหญิงสาวเบื้องหน้าดูแพรวพราว แก้มสองข้างแดงซ่านด้วยความเขินอาย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วินอยากจะบอกว่า นี่เป็นอากัปกิริยาที่เขาไม่ค่อยได้เห็นบ่อยนัก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“อยากจะรู้ก็มีทางเดียว”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ทางไหน…”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“อ้าว แล้วกัน เกดก็ลองถามเขาตรงๆ ดูสิ เผื่อจะได้คำตอบ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หญิงสาวนิ่งงัน ไม่รู้ว่าเห็นด้วยหรือไม่กับคำแนะนำ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วิน กลับเป็นฝ่ายนิ่งบ้าง ดวงตาหมองลง ริมฝีปากเม้มสนิท ดูเหมือนไหล่จะคู้ลงหน่อยอีกด้วย แต่หญิงสาวที่นั่งอยู่ใกล้หลับตาลง ไม่มีทางมองเห็นอาการอันผิดปกติของเพื่อนชายได้เลย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“เอาเถิด เดี๋ยวจัดการให้”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เด็กหนุ่มตอบ แต่ดูเหมือนเสียงที่พูดจะแห้งแล้ง และฝืดฝนเสียเต็มประดา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#000099;"&gt;งามจริงยิ่งเทพนิมิต ให้คิดเสียดายเป็นหนักหนา&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#000099;"&gt;เสโทไหลหลั่งทั้งกายา สะบัดปลายเกศาเนืองไป &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#000099;"&gt;กรกอดอนุชาก็ตกลง จะรู้สึกพระองค์ก็หาไม่ &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#000099;"&gt;แต่เวียนจูบสียะตรายาใจ สำคัญพระทัยว่าเทวี &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#000099;"&gt;ความรักรุมจิตพิศวง จนลืมองค์ลืมอายนางโฉมศรี &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#000099;"&gt;ไม่เป็นอารมณ์สมประดี ภูมีหลงขับขึ้นฉับพลัน&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“เป็นไง เพราะดีเนอะ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นีม่า อดยิ้มไม่ได้ เมื่อได้ยินเพื่อนสาวอ่านบทกลอนจากหนังสือเล่มโตที่ยกขึ้นสูงอยู่ตรงหน้า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“อิเหนา ใช่มั๊ยเนี่ย”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ฮื่อ” มุกดารับคำ ก่อนจะวางหนังสือพระราชนิพนธ์ “อิเหนา” ลงบนโต๊ะยาวในห้องสมุดอย่างแผ่วเบา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เหลียวมองไปรอบบริเวณที่มีผู้คนนั่งจับกลุ่มอ่านหนังสือกันอยู่บางตา แล้วจึงชมเชยเพื่อน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“นีม่า เก่งจัง รู้ด้วยว่าเอามาจากวรรณคดีเรื่องไหน”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หญิงสาวหัวเราะกับคำชมก่อนจะหยอดกลับไปบ้าง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ทำไมจะไม่รู้ละจ้ะ หลายอาทิตย์มานี่เห็นมุกดาของฉันพูดแต่ชื่อของอิเหนา บุษบา”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“แล้วก็…จรกา”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ประโยคสุดท้ายนีม่าพยายามลากเสียงยาว แล้วยักคิ้วล้อเลียนเพื่อนอย่างเจตนา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มุกดา จับน้ำเสียงอันไม่ปกตินั้นได้ คิ้วคู่งามขมวดขึ้น พลางค้อนใส่เพื่อนวงหนึ่งอย่างมีจริต&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“แล้วกัน ทำเซ็งซะเนี่ย”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่มุกดาก็ทำกิริยาแง่งอนไปอย่างนั้นแหละ ชั่วครู่ก็เอามือป้องปากกระซิบ แล้วยื่นหน้ามาใกล้เพื่อนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ว่าแต่ว่า เจ้านายของพี่ชายนีม่านะหล่อพอๆ กับอิเหนาได้มั้ยละ แต่พี่เกดของมุกนะ บุษบาของแท้ร้อยเปอร์เซนต์”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หญิงสาวจากดัลวาส่ายหน้าไปมา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ไม่ใช่ไม่หล่อเหลา องอาจอย่างอิเหนานั่นหรอก แต่บุคคลิกต่างกันโดยสิ้นเชิงต่างหาก แล้วภาพของชายหนุ่มผู้เป็น “นาย” ก็ผุดวาบขึ้นมา ไม่ว่าจะใบหน้าเกลี้ยงเกลา คมคาย ริมฝีปากบาง จอนยาวใกล้ใบหู และผมยาวที่รวบตึงมัดเป็นหางม้าทางด้านหลัง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เป็น “เจ้าชาย” ในอีกรูปแบบหนึ่งเท่านั้นแหละ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่คิดอีกที “เจ้าชาย” แห่งดัลวามีอะไรหลายอย่างที่เหมือนอิเหนาจริงๆ นั่นแหละ อย่างน้อยก็การตามหา “บุษบา” นี่ยังไง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คิดแล้วก็ทำให้นีม่าเผลอตัวยิ้มออกมา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“อ้าว แล้วกัน คิดถึงใครกันจ้ะ ยิ้มมีเลศนัยเสียจริงๆ” มุกดา ว่า ทำเอานีม่าต้องกระพริบตาถี่ แล้วพูดอย่างเขินอายว่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“บ้าน่ามุก เปล่าคิดเสียหน่อย เอาเป็นว่าเจ้านายของนีม่า ไม่เชิงเหมือนอิเหนาหรอกนะ อย่างน้อยก็ยังโสดอยู่จ้ะ ไม่มีจินตหราแอบซ่อนไว้หรอก”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“อ๋อ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ว่าแต่ว่า นัดมาที่นี่ทำไม หรือว่าแค่มาอ่านอิเหนาให้ฟัง ต้องการอะไรเล่าจ้ะ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มุกดายิ้มกว้างทันที&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ไม่ใช่อะไรหรอก แค่อยากรู้ว่าอิเหนาในหนังสือคลั่งไคล้บุษบาจะเป็นจะตายเสียขนาดนั้น แล้วอิเหนาของนีม่าละขนาดไหน”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นีม่าอึ้งไปพักใหญ่ ตอบเพื่อนไม่ถูกเหมือนกัน เพราะดูเหมือนมีแต่ตัวของคู่กรณีเท่านั้นที่จะตอบได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“คงต้องดูกันไปซักพัก นีม่าก็ยังงงอยู่เหมือนกันแหละจ้ามุก”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มุกดาพยักหน้าอย่างเห็นด้วย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“มันพิลึกตรงที่ว่าผู้หญิงคนที่นายของนีม่าตามหาดันมาเป็นพี่เกดไปเสียได้ อะไรมันจะบังเอิญขนาดนั้น แล้วทีนี้พอตามเจอก็มีปัญหาอีก ว่าจะทำยังไงกันต่อไป จะเริ่มต้นจีบ หรือว่ารักจริงหวังแต่งกันไปเลย มันจะเหมือนเพลงมั้ยน้าที่เค้าว่า พรหมลิขิตบันดาลชักพานะ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นีม่าถอนใจยาว อยากจะบอกเรื่องราวที่เก็บซ่อนไว้ให้เพื่อนสาวได้รับรู้เสียตั้งแต่ตอนนี้เลย แต่คิดอีกที-อย่าเพิ่งเถอะ แค่นี้ก็ยุ่งไม่รู้จะยุ่งอย่างไรแล้ว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“เฮ้อ…คิดแล้วก็” มุกดาถอนหายใจบ้าง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นีม่ากลั้นหัวเราะเมื่อเห็นอาการของเพื่อนสาว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“เป็นไรไปอีก มีเรื่องอะไรหนักใจอะไรอีกเล่า”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ก็ตานั่น…”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ตานั่นไหนเล่า”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“อ้าว แล้วกัน ก็ตานั่นเจ้าของรถฟักทองนั่นไง” มุกดาว่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นีม่า หัวเราะเสียงดังจนคนในโต๊ะข้างๆ ต้องหันมามอง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ฟักทองอะไรกันอีก”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“จรกานั่นไง นีม่าก้อ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นีม่าร้องอ๋อแล้วจึงพยักหน้าอย่างเข้าใจ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“มุกน่าไปดูพี่เค้าหน่อยนะ หลังจากวันนั้นก็หายเงียบไปเลย รถฟักทองเฉาหมดเสียแล้วก็ไม่รู้”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่มุกดาส่ายหน้า เม้มริมฝีปากก่อนพูดเสียงค่อยๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“เอาไว้ก่อนเหอะ ยังไม่มีอารมณ์ เบื่อหน้าอีตานั่นด้วย ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แม้จะพูดด้วยอาการแง่งอน แต่นีม่ารู้สึกว่ามีความรู้สึกบางอย่างแทรกซ้อนอยู่ในน้ำเสียงนั้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;และเสียงเรียก “ตานั่น” ก็อ่อนโยนอย่างน่าประหลาดทีเดียว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#000099;"&gt;ท้องฟ้าเหนือหัวในขณะนี้กระจ่างไปด้วยแดด&lt;/span&gt; ลมรื่นรวยพัดพากลิ่นหอมของแม่น้ำเบื้องหน้าลอยวนมาเข้าจมูก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ผมชอบแม่น้ำ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ชายหนุ่มในชุดเสื้อยืดแขนสั้นสีกรมท่า กางเกงยีนส์สีน้ำเงินสดใส และผมยาวที่ถูกปล่อยปลิวไสวไปตามลมพูดขึ้นมาเบาๆ ในขณะที่นั่งอยู่ตรงร้านอาหารน้ำ มองเห็นทิวทัศน์เป็นสะพานเหล็กข้ามแม่น้ำและสายตามองไปยังแม่น้ำกว้างเบื้องหน้าอย่างหลงใหล&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เกดทำตากะพริบ แลดูชายหนุ่มที่นั่งเคียงด้วยสีหน้าแจ่มใส ไม่ได้พูดอะไรออกมาแม้แต่คำเดียว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ที่ประเทศของผม มีแม่น้ำเหมือนที่นี่เหมือนกัน แต่ไม่กว้างใหญ่เหมือนนักหรอก”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หญิงสาวพยักหน้า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ชายหนุ่มหันมามองหญิงสาวแล้วหัวเราะเบาๆ ดวงตายิบหยี แสดงถึงอารมณ์อันเบิกบาน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“จะไม่พูดอะไรเลยเหรอ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คราวนี้เป็นเกดที่หัวเราะคิกขึ้นมาบ้าง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“พูดไม่ถูกนี่คะ คุณเช”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ชายหนุ่มร้องอืมม์อยู่ในลำคอ ก่อนจะเอามือล้วงลงไปในย่ามผ้าสีขาวข้างตัวอยู่ครู่หนึ่ง แล้วยื่นดอกไม้สีขาวดอกหนึ่งในกล่องพลาสติกส่งให้หญิงสาว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ดอกอะไรคะเนี่ย สวยจัง”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เกดพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน ใช้สายตาจ้องมองดอกไม้ในมือด้วยอาการเริงรื่น ดอกไม้นั้นเป็นสีขาวกระจ่างราวปุยหิมะ มีกลิ่นหอมฟุ้งสดชื่น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“แมกโนเลียขาว ที่ประเทศของผมมีปลูกไว้เยอะมาก แทบจะเป็นดอกไม้ประจำชาติของเราเลยทีเดียว”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“งั้นหรือคะ…” เกดพึมพำโดยสายตายังคงจ้องอยู่ที่แมกโนเลียในมืออย่างสนอกสนใจ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ความจริงแมกโนเลียมีหลายสีทั้งแดง ชมพู ม่วง แต่สวยที่สุด กลิ่นหอมที่สุดน่าจะเป็นแมกโนเลียขาว ผมคิดว่ามันเป็นต้นไม้มหัศจรรย์นะครับ ช่วงเวลาออกดอกของมันจะสลัดใบทิ้งทั้งต้นเหลือไว้แต่ดอกสีขาวบานสะพรั่ง”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ขอบคุณนะคะ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ประกายวิบวับปรากฎออกมาจากดวงตาทั้งคู่ของชายหนุ่ม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ที่ดัลวา แมกโนเลีย จะออกดอกเบ่งบานช่วงฤดูใบไม้ผลิ ก็ตั้งแต่เดือนมีนาคมไปถึงเดือนมิถุนายน ที่นี่ก็มีเหมือนกันผมเคยเห็น”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ดอกไม้ในฤดูร้อนสิคะเนี่ย” เกดว่ายิ้มๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“มันมีความหมายด้วยนะครับ อยากรู้มั๊ย”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หญิงสาวยิ้มอย่างขัดเขิน สบตาชายหนุ่มครั้งหนึ่งก่อนจะเสมองไปยังแม่น้ำเบื้องหน้า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“แมกโนเลียเป็นดอกไม้ประจำราศรีกรกฎ มันเป็นดอกไม้ที่เป็นตัวแทนของความมุ่งมั่น พยายาม”&lt;br /&gt;เกดพยักหน้าอย่างเข้าใจ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ผมดีใจที่ชอบ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“เกดชอบค่ะ ชอบดอกไม้ แต่เรื่องต้นนี้ชื่ออะไร ต้นโน้นออกดอกเดือนไหน ไม่รู้กะเขาหรอก อยากรู้อะไรก็ถามวินเค้า”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“อ้อ คุณวิน”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ค่ะ รายนั้นเกิดมาในดงดอกไม้ คุณตากับคุณยายเป็นชาวสวนแนะคะ อยู่กับต้นไม้ใบหญ้ามาตั้งแต่เด็ก โตขึ้นยังหากินกับต้นไม้อีก”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ยังไงนะครับ หากินกับต้นไม้”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“คือเปิดร้านขายต้นไม้นะคะ ไม่ใช่อะไร”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“เป็นอย่างนั้นเอง”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ดัลวา เป็นดินแดนแห่งพันธุ์ไม้งาม เห็นนีม่าเคยเล่าให้ฟังอย่างนั้น”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ชายหนุ่มใบหน้าเกลี้ยงเกลายิ้มอย่างขัดเขิน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ครับ นอกจากแมกโนเลียแล้ว ดอกไม้ป่าหลายชนิดมีชื่อเสียงมาก ทั้งดอกฝิ่นสีฟ้า ศรีตรัง หรือซากุระ แล้วยังมีโรโดเดนดรอนป่าอีก รู้จักมั๊ยครับ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หญิงสาวหัวเราะเสียงใส ก่อนจะส่ายหน้าไปมา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ที่นี่เรียกกุหลาบพันปีไงครับ มีหลายสีทั้งชมพูอมม่วง เหลือง แต่สีแดงจะดูสดใสกว่าเพื่อน มีกลิ่นหอมอ่อนๆ ด้วย”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ตายละ ผู้ชายแถวนี้เป็นไงกันเนี่ย มีความรู้เรื่องดอกไม้กันเหลือเกิน แต่เกดสิคะ ไม่เอาอ่าวเลย”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ชายหนุ่มมองหน้าอันเริงรื่นของหญิงสาวแล้วถามขึ้นอีกว่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“คุณวินเป็นเพื่อนกับเกดมานานแล้วสินะครับ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ใช่ค่ะ…”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ชายหนุ่มถอนหายใจยาวออกมาครั้งหนึ่ง นิ่งไปชั่วครู่ก่อนเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงอันเยือกเย็น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ผมเองก็ต้องขอบใจคุณวิน”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“อย่างนั้นหรือคะ…”เกดพูดอย่างงุนงง พลางก้มลงสูดกลิ่นหอมของดอกแมกโนเลียในมือ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ที่ทำให้เราได้เจอกันอีกครั้ง”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ฟังถึงประโยคนี้ หญิงสาวนั่งนิ่งแทบจะลืมหายใจ มือไม้สั่น หัวใจเต้นตึกตักขึ้นมาทันที&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ชายหนุ่มพูดด้วยเสียงอันเยือกเย็นต่อไป ราวกับเป็นเรื่องธรรมดา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“เชื่อในรักแรกพบมั๊ยครับ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เจอคำพูดตรงๆ เข้าอย่างนี้ หญิงสาวที่ไม่ได้เตรียมตัวเตรียมใจอะไรมาแม้แต่น้อยจะทำอะไรได้ นอกจากนั่งนิ่ง ตัวแข็ง ไม่กล้าหันไปมองสบตาชายหนุ่มแม้แต่น้อย รู้สึกเกิดอาการร้อนวูบวาบ ได้แต่เหม่อมองไปที่แม่น้ำสีน้ำตาลที่ไหลเอื่อยอยู่เบื้องหน้า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ว่าไงครับ…” ชายหนุ่มว่า ก่อนจะผินหน้ามองมายังใบหน้าด้านข้างของหญิงสาว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“คือว่า…” เกดเกิดอาการพูดติดขัดขึ้นมาทันที&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ไม่แน่ใจหรอกค่ะ แต่เกดเชื่อเรื่องโซลเมท”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คราวนี้เป็นชายหนุ่มที่หัวเราะออกมาบ้าง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“เรื่องคู่แท้ อย่างนั้นหรือครับ ที่ดัลวาก็มีความเชื่อเช่นนี้เหมือนกัน”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“งั้นหรือคะ…”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ถึงเราจะมีวัฒนธรรม ประเพณีของตัวเอง แต่หนุ่มสาวชาวดัลวาก็เหมือนหนุ่มสาวในมุมอื่นของโลก ที่เชื่อในเรื่องของโชคชะตา เชื่อในเรื่องที่ถูกกำหนดมาแล้ว”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“คนไทยเรียกสิ่งนั้นว่าพรหมลิขิตคะ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“อ้อ…จะจำไว้ครับ” ชายหนุ่มพูด ยิ้มอย่างเริงรื่น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เกดเสไปสบตากับชายหนุ่มแว่บหนึ่ง ก่อนจะรีบหลบตาด้วยความขัดเขิน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“เกดว่าเราไปกันดีกว่าคะ” หญิงสาวพูด พลางยันตัวลุกขึ้นจากร้านอาหารริมน้ำแห่งนั้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ครับ อย่างนั้นก็ได้” ชายหนุ่มตอบ พลางคว้ากระเป๋าผ้าข้างตัวเข้ามาคล้องที่ไหล่ แล้วลุกขึ้นตาม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ผมไปส่งนะครับ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เกดก้มหน้าลง ขบยิ้มอยู่ในใบหน้า สีหน้าแดงซ่าน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“เกรงใจนะคะ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ไม่เป็นไรครับ ผมยินดี”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หญิงสาวถอนหายใจออกมาโดยแรง เพิ่งสังเกตเห็นว่า ผู้ชายจากดัลวาคนนี้ทำไมถึงได้พูดตรง ไม่ซ่อนเร้นความรู้สึกของตัวเองแม้สักน้อยเลยนะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นึกอย่างนี้แล้ว เกดก็ก้าวเดินออกจากท่าน้ำ แต่ดูเหมือนเรี่ยวแรงจะอ่อนระโหยเสียเหลือเกิน เพราะอะไรก็ไม่รู้เหมือนกัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่ที่แน่ๆ คำถามที่เตรียมมาถามคุณเชคนนี้คงไม่จำเป็นอะไรแล้วมั๊ง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เกดบอกกับตัวเองในขณะที่หัวใจยังเต้นโครมครามไม่หยุด &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/2947763160793315809-8634481289691604245?l=shinjiclub.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://shinjiclub.blogspot.com/feeds/8634481289691604245/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=2947763160793315809&amp;postID=8634481289691604245&amp;isPopup=true' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2947763160793315809/posts/default/8634481289691604245'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2947763160793315809/posts/default/8634481289691604245'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://shinjiclub.blogspot.com/2009_11_01_archive.html#8634481289691604245' title='บทที่ 10-แรกนัด'/><author><name>เปิ้ลซัง ศิษย์มิตซูโอะ</name><uri>http://www.blogger.com/profile/05876559150619818157</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='29' height='32' src='http://4.bp.blogspot.com/_aoWh2-f7o2Q/Sp0BQpXydQI/AAAAAAAAAGE/-BuLt2NCpYs/S220/Picture+148.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-2947763160793315809.post-678587930472184298</id><published>2009-10-29T19:55:00.003+07:00</published><updated>2009-10-29T20:00:18.240+07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='เพลงรักหิมาลัย'/><title type='text'>บทที่ 9-อดีตที่หวนคืน</title><content type='html'>&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;span style="color:#000099;"&gt;คอนโดมิเนียมริมน้ำแห่งนั้นดูหรูหราเหลือเกิน&lt;/span&gt; ลำพังแค่ห้องรับแขก ที่สามารถมองผ่านกระจกแผ่นใหญ่ไปเห็นวิวทิวทัศน์ของแม่น้ำกว้างเบื้องล่างนั้น วินก็พอเดาเอาว่าราคาของคอนโดมิเนียมแห่งนี้คงแพงระยับ จนคนอย่างเขาไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะฝันที่จะได้ครอบครองมัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ชายหนุ่มไม่ได้ตระเตรียมตัวเองในการเดินทางมาพบ “เจ้านาย” ของนีม่าเท่าใดนัก เขายังคงสวมเสื้อยืด กางเกงยีนส์ แล้วรองเท้าผ้าใบสีซีดมอ เหมือนที่เคยเป็นมา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ตอนที่เดินทางมาถึงในครั้งแรกนั้น นีม่าเป็นคนมาเปิดประตูต้อนรับ หญิงสาวอยู่ในชุดเรียบง่าย เป็นชุดกระโปรงยาวสีฟ้าสดใส ให้ความรู้สึกปลอดโปร่ง ใบหน้าผุดผาด แต่งแต้มด้วยรอยยิ้มอันเป็นกันเอง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ในห้องรับแขก นีม่า แนะนำให้ชายหนุ่มรู้จักกับ มูตา พี่ชายของเธอ มูตา เป็นชายหนุ่มวัยต้นสามสิบ ร่างท้วม ดวงตาหลุกหลิกไปมา ท่าทางระแวดระวังผู้มาเยือนอยู่พอสมควร แต่ก็ดูไม่เป็นพิษภัยเท่าใดนัก พูดคุยกันสองสามคำก็พอจะจับได้ว่าเป็นคนร่าเริง อารมณ์ดีอยู่พอสมควร&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่คนที่นีม่าแนะนำและทำให้วินรู้สึกแปลกใจอย่างมากก็คือ “เจ้านาย” ของเธอนั่นเอง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“เจ้านาย” ของนีม่า ก้าวออกมาจากห้องพักหลังจากวินนั่งลงที่ชุดรับแขกได้ไม่นานนัก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ชายหนุ่มผู้ที่เป็น “เจ้านาย” ของนีม่าและพี่ชาย เป็นชายหนุ่มที่คะเนอายุแล้วน่าจะอยู่ในรุ่นราวคราวเดียวกับวิน รูปร่างสูงสง่า ผมยาวที่ถูกรวบไว้อย่างเป็นระเบียบ ผิวสีนวลกระจ่างตา เสื้อผ้าที่สวมใส่เป็นผ้าไหมเนื้อดีที่ปล่อยชายเสื้อออกมานอกกางเกง ตรงลำคอดูแปลกตาด้วยประคำอย่างที่วินเคยเห็นลามะในดินแดนหิมาลัยชอบสวมใส่เอาไว้ด้วย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เขาไม่ได้เป็นอย่างวินนึกฝันไว้เลยแม้แต่น้อย “เจ้านาย” ของนีม่าดูท่าทีปลอดโปร่ง เป็นกันเอง ใบหน้าอันเกลี้ยงเกลา และรอยยิ้มอันแสนเปิดเผยนั่น ทำให้วินคลายความรู้สึกกดดันลงไปมาก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่กระนั้นก็เถอะ ชายหนุ่มก็ยังรู้สึกว่า “เจ้านาย” คนนี้ดูไม่ธรรมดา มีบางสิ่งบางอย่างที่ให้ความรู้สึกถึงความน่าเกรงขาม มีรัศมีของชายสูงศักดิ์มากกว่าจะเป็น “เจ้านาย” คนหนึ่ง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ยิ่งเวลายิ้มด้วยแล้ว ทำให้ใบหน้าอันคมคายนั้นเปี่ยมเสน่ห์อย่างบอกไม่ถูก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ขอโทษที ความจริงเราควรได้เจอกันนานแล้ว”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นั่นเป็นประโยคแรกที่ “เจ้านาย” เอ่ยปากทักทายวิน หลังจากยื่นมือให้จับทักทาย และยิ่งทำให้ชายหนุ่มสะดุ้งเฮือกขึ้นมา เพราะเป็นการทักทายเป็นภาษาไทยด้วยเสียงกังวาน แจ่มชัด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;และอาจจะด้วยดวงตาที่เบิกโพลงของวินนั่นเอง ทำให้ชายหนุ่มที่นั่งอยู่ตรงข้ามหัวเราะเสียงดังอยู่ในลำคอ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ผมเคยเรียนหนังสืออยู่ที่นี่หลายปีครับ พูดไทยได้สบาย ผมเรียนที่โรงเรียนนานาชาติ ตรงซอยมิตรคาม ติดกับโบสถ์นั่นเอง”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วินพยักหน้ารับรู้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“บางทีเราอาจจะเคยเห็นกันบ้าง ผมรู้สึกอย่างนั้น อ้อลืมไป เรียกผมว่าเชนะครับ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“เช…” วินพึมพำ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“เจ้านาย” ยิ้มรับก่อนจะหันไปทางสองพี่น้องที่ยืนค้อมหลังอยู่ไปไม่ไกลนัก แล้วพูดด้วยภาษาแปลกๆ ที่เดาเอาว่าจะเป็นภาษาที่มีชาวดัลวาเท่านั้นที่รับรู้ได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ชั่วครู่ นีม่า ก็เดินเข้ามาหาวินแล้วพูดเสียงค่อยๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“นีม่ากับพี่ชายต้องออกไปทำธุระชั่วครู่ ขอตัวก่อนนะคะ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วิน จะทำอะไรได้เล่านอกจากพยักหน้ารับอย่างเดียว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;span style="color:#333399;"&gt;“ขอบคุณสำหรับความช่วยเหลือหลายวันที่ผ่านมา”&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;“ไม่เป็นไรครับ แต่ดูเหมือนว่าผมยังไม่ได้ช่วยอะไรมากนัก”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“เจ้านาย” ที่ชื่อเช ยิ้มอย่างพอใจ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ความจริงก็คือ ตอนที่นีม่าบอกว่าเจอคุณ ที่เคยเรียนอยู่ที่นั่น อารามดีใจผมก็เลยไม่ได้บอกรูปพรรณสัณฐานให้ชัดเจนกว่านั้น”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วินหยิบแก้วน้ำดื่มที่เบื้องหน้าขึ้นจิบ แล้วรอให้ “เจ้านาย” พูดประโยคต่อไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“เมื่อตะกี้ ผมนั่งคุยกับนีม่า เธอพูดถึงรูปของพี่สาวของเพื่อนคนหนึ่ง ทำให้ผมนึกอะไรได้บางอย่าง”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“งั้นหรือครับ…”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“เด็กผู้หญิงคนนั้น สายตาสั้น”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“สายตาสั้นอย่างนั้นหรือครับ” วินทวนคำ แล้วสะดุ้งขึ้นมาครั้งหนึ่ง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ใช่แล้วครับ เส้นผมบังภูเขาแท้ๆ เจอกันครั้งแรกเธอใส่แว่นตา ผมก็ดันลืมนึกไปเสียนี่ ถ้าบอกแค่นี้น่าจะช่วยได้เยอะ ใช่มั๊ยครับ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ใจของวินสั่นระรัวขึ้นมา ถอนหายใจยาวครั้งหนึ่ง แล้วยื่นหน้าเข้าไปใกล้ “เจ้านาย” แล้วถามออกไปด้วยน้ำเสียงไม่ปกติ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“คุณพบกับเด็กผู้หญิงคนนั้นครั้งแรกที่ไหนครับ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ที่โบสถ์ฝรั่งที่ติดกับโรงเรียนของผมนั่นแหละครับ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วิน แทบจะกระโดดผลุงขึ้นจากโซฟาหรูที่นั่งอยู่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ถ้าเป็นอย่างนั้น ผมนึกออกบ้างแล้ว เด็กผู้หญิงบุคคลิกอย่างที่ว่า แล้วสวมแว่นตา เท่าที่นึกได้ก็น่าจะมีอยู่ 2 คน”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ชายหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่ร้องเสียงสั่นออกมา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“จริงหรือ…”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วินพยักหน้า เสียงอ่อนระโหย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“คนหนึ่งนะ ชื่ออมิตดา ซึ่งเท่าที่ทราบตอนนี้เธอไปเรียนและทำงานที่สหรัฐ ไม่ได้กลับมานานแล้ว”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“เจ้านาย” มีสีหน้าสลดขึ้นวูบหนึ่ง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ส่วนอีกคนนึงนะ…” วินพูดเสียงสั่น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แล้วภาพวงหน้าของเด็กสาวสวมแว่นตา พร้อมรอยยิ้มอันเริงร่าปรากฏอยู่ตรงหน้าอีกครั้ง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เส้นผมบังภูเขา จริงๆ ด้วยนั่นแหละ วินบอกกับตัวเอง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#000099;"&gt;เกดละสายตาจากตึกเรียนสูงเบื้องหน้า&lt;/span&gt; แล้วเหลียวมองไปยังโบสถ์เก่าแก่ที่อยู่เยื้องกันไป แล้วก็ย้ายสายตากลับไปที่โรงเรียนนั่นอีก ผมยาวถึงไหล่ของหญิงสาวระเคลียแก้ม จนต้องใช้มือปัดอยู่หลายครั้ง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แล้วหญิงสาวก็ยกนาฬิกาบนข้อมือซ้ายขึ้นมา พลางบ่นอู้อี้ในลำคออยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจเดินไปที่โบสถ์ ซึ่งในขณะนี้ประตูใหญ่เปิดกว้าง มีเจ้าหน้าที่ความสะอาดอยู่ 2-3 คนกำลังสาละวนอยู่กับการเช็ดถู ปัดกวาด อยู่ทางลานหน้าของโบสถ์ โดยคนหนึ่งกำลังทำความสะอาดรูปปั้นนักบุญที่ตั้งเยื้องอยู่ไม่ไกล&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“พี่คะ พอดีหนูมารอเพื่อน แต่ยังมาไม่ถึงเลย ขอเข้าไปรอข้างในได้มั๊ยคะ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หญิงสูงวัยที่กำลังเอาผ้าชุบน้ำเช็ดที่ขอบประตูใหญ่เหลียวมามอง พลางยิ้มให้ก่อนพยักหน้ารับรู้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เกดยักไหล่ หัวเราะอย่างเขินอาย ก่อนจะก้าวเข้าไปข้างในตัวโบสถ์ ซึ่งในขณะนี้กำลังสว่างเรืองด้วยแสงจากดวงไฟเล็กๆ ที่ถูกประดับไว้ตามกำแพง ม้านั่งยาวสีน้ำตาลเรียงเป็นทิวแถวให้ความรู้สึกเงียบสงบ ส่วนพื้นเวทีทางด้านหน้ายังคงขรึมขลังเหมือนเคย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หญิงสาวเร่งฝีเท้าหวังจะไปนั่งรออยู่บนม้านั่งยาวแถวหน้า ก่อนที่จะต้องร้องอุทานออกมา เมื่อมองไปเห็นเงาตะคุ่มของร่างสูงใหญ่ร่างหนึ่งปรากฎอยู่ตรงที่เธอนั่งประจำ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;และเพราะเสียงร้องนั่นเอง เงาตะคุ่มนั้นจึงเคลื่อนไหว แสงไฟจากกำแพงส่องให้เห็นใบหน้านั้นอย่างชัดเจน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ใบหน้านั้นเรียวยาว ดวงตาสุกใส เป็นประกายเจิดจ้า รอยยิ้มๆ น้อยบนริมฝีปากทำให้เกดคลายใจลงได้หน่อยหนึ่ง ที่แปลกตาก็คือผมที่ยาวปะบ่าจนมองดูคล้ายนักดนตรีร็อกเสียเหลือเกิน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ขอโทษค่ะ นึกว่าไม่มีคนอยู่”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เงียบ ชายหนุ่มเจ้าของร่างตะคุ่มนั้นยืนนิ่ง ไม่ได้พูดอะไรออกมาแม้แต่คำเดียว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“คุณคะ…” เกดทักทายออกไปอีกครั้ง เมื่อมองเห็นว่าชายหนุ่มแปลกหน้าเอาแต่ยืนจ้องมองเธออยู่อย่างไม่กะพริบตา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ครับ ว่าไงครับ” เสียงจากปากอันได้รูปนั้นแปลกแปร่งออกไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เกดหัวเราะออกมาเบาๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ขอโทษทีคะ มานั่งรอเพื่อนอยู่ ไม่นึกว่าเอ้อ…จะมีคนอื่นอยู่ในนี้”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พูดออกไปแล้ว หญิงสาวก็ทำท่าจะเดินเลี้ยวออกไปนั่งบนม้านั่งยาวที่ตั้งอยู่เยื้องออกไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“นั่งแถวเดียวกันก็ได้ครับ เป็นเพื่อนกัน”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หญิงสาวพยักหน้ารับ แล้วทรุดร่างลงบนม้านั่งยาวแถวเดียวกันกับที่ชายหนุ่มนั่งอยู่ก่อนแล้ว พลางเงยหน้ามองไปยังรูปปั้นพระแม่มารีเบื้องหน้านั่น แล้วหลับตาลงช้าๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“สบายดีนะครับ…”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เกดรีบลืมตาขึ้นและเหลียวมองไปตามเสียงเรียก ก็พบกับวงหน้าของชายหนุ่มจ้องมองมาอยู่ก่อนแล้ว รอยยิ้มนั้นช่างเปิดเผย ในขณะที่ดวงตายิบหยีราวจะยิ้มได้อย่างนั่นแหละ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“สบายดีคะ…”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ตอบทักทายกลับไปแล้ว หญิงสาวก็ต้องร้องอุทานขึ้นมา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“เอ๊ะ…เรารู้จักกันมาก่อนหรือเปล่าคะเนี่ย”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ชายแปลกหน้าหัวเราะเสียงกังวาน ก่อนพยักหน้า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“คงงั้นมั๊งครับ มันนานมากแล้วละ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“หรือคะ” เกดพูดอย่างนึกสงสัย นึกประหลาดใจตัวเองอยู่เหมือนกัน เคยเจอหนุ่มหล่อคนนี้มาก่อนอย่างนั้นหรือ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“เราเจอกันที่ไหนลองบอกมาสิคะ เผื่อจะจำได้”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ชายหนุ่มมองหน้าหญิงสาวอย่างพินิจพิเคราะห์ ก่อนจะถอนใจออกมา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ว่าไงคะ ที่ไหน” เกดถามย้ำอีก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ก็ที่นี่แหละครับ เมื่อหลายปีก่อน”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“แต่ตอนนั้นคุณใส่แว่นสายตานี่ครับ ใช่มั๊ย”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“หา…” เกดร้องออกมาอย่างลืมตัว พลางมองหน้าชายหนุ่มแล้วหลับตาลงอย่างพยายามใช้ความคิด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ตอนนั้นก็ประมาณเดือนนี้เหมือนกันแหละครับ แต่มีฝนตกหนักแล้วผมก็วิ่งเข้ามา…”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ฟังถึงประโยคนี้ เกดก็ลืมตาขึ้นโดยเร็ว พลางพูดด้วยเสียงอันดังราวกับบังคับน้ำเสียงของตัวเองไม่ได้อีกต่อไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“เด็กผู้ชายคนนั้น…”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ชายแปลกหน้าหัวเราะเสียงดัง ก่อนพยักหน้ารับ แล้วจึงสบตาหญิงสาวโดยไม่หลบ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ผมเอง”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#000099;"&gt;เป็นเวลาเกือบ 3 ทุ่มแล้ว&lt;/span&gt;ที่ทั้งสองพี่น้องกินข้าวมื้อค่ำเสร็จ และขณะนี้นีม่าก้าวเดินออกไปทางระเบียง มองขึ้นไปบนฟากฟ้า เห็นแต่แสงจันทร์นวลที่ส่องแสงกลบรัศมีดาวเสียเกือบหมด แม่น้ำเบื้องล่างดูสวยแปลกตา โดยเฉพาะเมื่อสะท้อนกับแสงจันทร์เป็นประกายไหวระริก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ดึกแล้ว คืนนี้เจ้าค้างที่นี่เถอะ พรุ่งนี้ไม่มีเรียนไม่ใช่หรือ” เสียงหนึ่งดังขึ้นทางแผ่นหลัง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ฮื่อ คงงั้นละพี่มูตา” หญิงสาวตอบโดยไม่มองกลับไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แล้วเสียงถอนหายใจหนักหน่วงก็ดังขึ้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“หนักใจอะไรอีกละ พี่”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มูตา ก้าวมายืนเคียงข้างกับน้องสาวแล้วเงยหน้าขึ้นไปมองฟ้าในคืนเดือนมืด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“นางจะใช่เด็กสาวคนที่ว่านั้นหรือ นีม่า”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“คงงั้นมั๊ง”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ทำไมเจ้าถึงคิดอย่างนั้น อาจจะเป็นอีกคนก็ได้”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นีม่า ส่ายหน้าอย่างไม่เห็นด้วย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“พอได้ฟังพี่วินพูด แล้วเอามารวมเข้ากับสิ่งที่องค์ชายตรัสไว้ก่อนหน้านี้ คงไม่ผิดแน่”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“อย่างนั้นหรือ เพราะอะไรบอกข้าสิ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หญิงสาวเป็นฝ่ายถอนหายใจบ้าง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“พี่เกด เป็นเด็กผู้หญิงคนนั้นแน่ นอกจากจะมีบุคคลิกที่เหมือนกันทุกอย่างแล้ว ยังเป็นลูกกำพร้าแม่ เหมือนที่องค์ชายเคยตรัสไว้ด้วย จะผิดไปได้อย่างไรเล่า เส้นผมบังภูเขาแท้ๆ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พี่ชายร้องอืมม์อย่างเห็นด้วย ก่อนจะพูดลอยๆ ในความมืด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ถ้างั้น เจ้าชายก็ได้พบซินเดอเรลล่าแล้ว เทพนิยายเรื่องนี้ก็คงจบแล้วสิ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“แฮปปี้ เอนดิ้ง เสียด้วย” หญิงสาวว่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“แต่ว่านีม่า” มูตา ทักท้วงก่อนจะหันมาสบสายตากับน้องสาว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“อย่าลืมว่า เจ้าชายมีฐานะอะไร แล้วผู้หญิงคนนั้น เอ้อ…พี่สาวของเพื่อนเจ้านะ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“จริงสิ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มูตากล่าวต่อไปอย่างหนักใจ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“แล้วผู้หญิงคนนั้นก็ไม่รู้ว่าคิดอย่างไรกับเจ้าชายอีกด้วย ใช่มั๊ยเล่า”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นีม่าพยักหน้า ใช่แล้วเทพนิยายเรื่องนี้คงไม่จบลงง่ายๆ นักหรอก ยุ่งเหยิงพอตัวทีเดียวละ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แล้วอีกอย่าง…&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ความคิดพานีม่าย้อนกลับไปถึงเหตุการณ์ในตอนเย็น ที่เธอกับพี่ชายกลับมาที่คอนโดมีเนียมแห่งนี้ แล้วพบแค่วิน ยืนเหม่อมองผ่านกระจกไปยังแม่น้ำกว้างนั่น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ได้เรื่องแล้วละ…” ชายหนุ่มหันมาบอก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“งั้นเหรอคะ “นีม่าร้องออกมา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ฮื่อ…เส้นผมบังภูเขาแท้ๆ เชียว” วินพูดติดตลก แต่เสียงหัวเราะที่ตามออกมาทำไมถึงได้ฝืดฝืนเช่นนั้นเล่า ดวงตาคู่นั้นก็แดงก่ำ ไม่เริงรื่นเหมือนที่เคยเห็นมา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เด็กผู้หญิงคนนั้นก็เกดไง ไม่เชื่อใช่มั๊ยละ” ชายหนุ่มว่าต่อ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นีม่า เลิกคิ้วขึ้นสูง อ้าปากกว้าง รู้สึกช็อกกับข่าวที่ได้รับ ทำไมถึงออกมาเป็นอย่างนี้ได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หญิงสาวมองหน้าชายหนุ่มรุ่นพี่เบื้องหน้า ไหล่ที่ตก ริมฝีปากเม้มสนิท ดวงตาที่หม่นหมอง แล้วให้รู้สึกสงสารจับใจ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;โธ่เอ๋ย พ่อจรกา นี่อิเหนาเขาจะมาชิงตัวบุษบาไปแล้ว จะทำอย่างไรเล่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#000099;"&gt;พระจันทร์ยามดึกลอยโค้งขึ้นอยู่เหนือศรีษะ&lt;/span&gt; สาดแสงสีนวลกระจ่างไปทั่ว คืนนี้ท้องฟ้าไม่มีดาวพร่างพรายเหมือนอย่างทุกวัน ลมพัดเย็นนำพากลิ่นดอกโมกฟุ้งมาเข้าจมูก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วินขับรถจักรยานวนเวียนไปมาอยู่บนลานซีเมนต์หน้าบ้านนานแล้ว บางครั้งก็นั่งนิ่งอยู่บนอาน แล้วเงยหน้าขึ้นมองฟากฟ้าเบื้องบนอันมืดมืด ก่อนจะถอนหายใจยาวออกมาครั้งหนึ่ง แล้วก็ก้มหน้างุดๆ ปั่นจักรยานเวียนวนไปมา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เหตุการณ์นี้ไม่พ้นสายตาของตายายคู่นั้นที่ยืนมองอยู่บนระเบียงบ้าน ฝ่ายผู้เฒ่าหลังจากยืนมองอยู่นานก็ค่อยๆหย่อนตัวลงกับบันได ส่วนยายเฒ่าเอามือท้าวสะเอวแล้วมองลอดแว่นตามาทางหลานชายคนเดียว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“หลานมันเป็นอะไร ตาเฒ่า”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“จะไปรู้เรอะ เราก็นั่งดูมันพร้อมกันอยู่นี่”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“อ้าว พูดอย่างนี้หาเรื่องหรือไง” แม่แก่แหวออกมาอย่างไม่สบอารมณ์&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่ดูเหมือนพ่อแก่จะไม่ใส่ใจด้วยเท่าใดนัก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ถ้าหากให้เดา หลานมันก็คงมีเรื่องไม่สบายใจบางอย่าง”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ก็แน่อยู่แล้ว ไม่ต้องพูดก็รู้หรอกน่า ถ้าสบายดีจะมาปั่นจักรยานเหมือนขี่รถอยู่ในวงเวียนอย่างนี้ละหรือ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พ่อแก่หัวเราะหึหึขึ้นมาเมื่อโดนสวนคืนเอามั่ง แล้วเอ่ยถามขึ้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“แล้วเอาไงดี เราสองคนจะนั่งเฝ้าหลานอยู่อย่างนี้ หรือว่าเราจะเข้าไปถามมันดู เอาให้แน่ชัดไปเลย”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“อย่าเลย…” แม่แก่ปราม ราวกับรู้ใจหลานชายเป็นอย่างดี พลางส่ายหน้าไปมา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ถ้าหลานอยากขอความช่วยเหลือ มันก็คงบอกเราเองนั่นแหละ อย่าไปเซ้าซี๊นักเลย บางทีมันก็มีปัญหาเรื่องหนุ่มสาวเขานั่นแหละ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ปัญหาหนุ่มสาวเหรอ ไม่ละมั๊ง” พ่อแก่ท้วงขึ้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ใครจะไปรู้…”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ไม่เห็นมันจะมีแฟนที่ไหนไม่ใช่เหรอ ยายแก่”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หญิงชราถอนหายใจอีกแล้ว แต่ไม่ยอมพูดอะไรทั้งสิ้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คอตก เงียบ แววตาเศร้าๆ อย่างนี้ ตาเฒ่าเอ๋ย มันจะเป็นเรื่องอื่นไปได้อย่างไรเล่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/2947763160793315809-678587930472184298?l=shinjiclub.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://shinjiclub.blogspot.com/feeds/678587930472184298/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=2947763160793315809&amp;postID=678587930472184298&amp;isPopup=true' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2947763160793315809/posts/default/678587930472184298'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2947763160793315809/posts/default/678587930472184298'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://shinjiclub.blogspot.com/2009_10_01_archive.html#678587930472184298' title='บทที่ 9-อดีตที่หวนคืน'/><author><name>เปิ้ลซัง ศิษย์มิตซูโอะ</name><uri>http://www.blogger.com/profile/05876559150619818157</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='29' height='32' src='http://4.bp.blogspot.com/_aoWh2-f7o2Q/Sp0BQpXydQI/AAAAAAAAAGE/-BuLt2NCpYs/S220/Picture+148.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-2947763160793315809.post-6830690131123563798</id><published>2009-10-25T22:16:00.006+07:00</published><updated>2009-10-29T17:20:02.992+07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='เพลงรักหิมาลัย'/><title type='text'>บทที่ 8-ความลับในใจ</title><content type='html'>&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;span style="font-family:times new roman;"&gt;&lt;span style="color:#000099;"&gt;เป็นเวลากว่าครึ่งชั่วโมงแล้ว ที่มุกดา และ นีม่า&lt;/span&gt; เฝ้ามองชายหนุ่มรูปร่างสันทัดผู้นั้นสาละวนอยู่กับการใช้กรรไกรตบแต่งต้นไม้เล็กๆ ในกระถาง ภายใต้เรือนไม้สีเขียวชะอุ่ม ที่มีไม้เลื้อยโอบคลุมอยู่โดยรอบ และทั่วบริเวณเรียงรายไปด้วยต้นไม้หลากพันธุ์ มีทั้งไม้ดอกอย่างต้นปีบ สุพรรณิการ์ พุดซ้อน โมก ไปจนถึงไม้เลื้อย ทั้ง อัญชัน พวงแสด บานบุรี&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:times new roman;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;“ช่วงนี้ไม่ค่อยได้ดูแลนะ วันนี้เอาเสียหน่อย” ชายหนุ่มพูดโดยยังไม่เงยหน้าจากต้นไม้เล็กๆ ในกระถางเบื้องหน้า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นีม่า ส่ายสายตาไปทั่วร้านขายต้นไม้ พลางสูดกลิ่นหอมของมะลิซ้อนที่แตกกิ่งสล้างไปถึงหลังคา แล้วเหลียวมองแผ่นหลังของชายหนุ่มด้วยแววตาอันแช่มชื่น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ขายต้นไม้ น่าจะเป็นงานที่มีความสุขนะคะ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วิน ผินหน้ามายิ้มให้ ก่อนพยักหน้ารับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ก็เพลินดีหรอกครับ แต่ที่ร้านนี่เราก็ทำกันเล็กๆ ไม่ได้ทำเป็นธุรกิจใหญ่โตอะไร”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“แล้วเมื่อไหร่จะรวย…จะอยู่อย่างนี้ไปจนตายเลยหรือไง” เสียงแข็งของมุกดาดังขึ้น พลางค้อนใส่ชายหนุ่ม&lt;br /&gt;วิน ยักไหล่ครั้งหนึ่ง ก่อนจะหยัดกายขึ้นจากกอดอกไม้ในกระถาง แล้วเดินไปทรุดร่างลงนั่งบนโต๊ะเล็กๆ ที่มีสองสาวนั่งอยู่ก่อนแล้ว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ชอบพูดอย่างนี้อีกแล้ว ยายมุก จะอยากรวยไปถึงไหนกัน ถามหน่อย ทำงานพอเลี้ยงตัวเองได้ มีความสุขกับสิ่งที่ทำยังไม่พออีกหรือไง” ชายหนุ่มพูดพลางสบตากับหญิงสาวรุ่นน้อง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มุกดา เบะปาก แล้วหันไปแตะแขนเพื่อนสาว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“นีม่าล่ะ อยากรวยมั้ย”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นีม่ายิ้มน้อยๆ ไม่ตอบคำ มองหน้าเพื่อนสาวทีหนึ่ง แล้วก็หันไปมองชายหนุ่มเบื้องหน้า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“สองคนนี่ เคยคุยกันดีๆ บ้างมั้ยเนี่ย เจอกันทีไรพูดขัดคอกันอยู่เรื่อย”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“เชอะ…” มุกดาร้องขึ้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“พี่ไม่ใช่คนชอบหาเรื่องก่อนนะ ดูเอาเองเถิดครับ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หญิงสาวจากดินแดนอันไกล้โพ้น กลั้นยิ้ม มองสองหนุ่มสาวร่วมโต๊ะด้วยอารมณ์ชื่นบาน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ก็ทำตัวอย่างนี้ ใช้ชีวิตอย่างนี้ไปเรื่อยๆ รอชาติหน้าเถอะผู้หญิงที่สนใจเขาถึงจะใจอ่อน ตาบ๊องเอ๊ย” มุกดายังไม่ยอมลดราวาศอก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วิน หัวเราะเสียงดัง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ว่าแต่ว่า ตกลงให้พี่ไปพบเจ้านายของนีม่าวันไหนดี” ชายหนุ่มรีบเปลี่ยนเรื่อง ราวกับว่าไม่ยากต่อล้อต่อเถียงของสาวรุ่นน้องอีกต่อไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“แล้วแต่ทางพี่สะดวกเถอะค่ะ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ชายหนุ่มพยักหน้ารับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“งั้นก็สักกลางอาทิตย์หน้าแล้วกัน ตอนนี้พี่มีงานค้างอยู่นิดหน่อย แล้วพรุ่งนี้ต้องพาพ่อแก่ไปหาหมอด้วย”&lt;br /&gt;“พ่อแก่…งั้นหรือ” นีม่าถามขึ้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“อ้าว ลืมบอกไป พ่อแก่ก็เป็นคุณตาของพี่เองนั่นแหละ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ชายหนุ่มตอบไปแล้วก็หันมาพูดกับมุกดาเหมือนนึกได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“วันก่อน พ่อแก่ยังพูดถึงมุกอยู่เลยนะ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หญิงสาวยิ้มแป้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ดีจัง มุกคิดถึงคุณตา เพราะคุณตาใจดี ไม่กวนประสาทเหมือนคนบางคน” มุกดาไม่วายแขวะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“แล้วกัน มุกนี่” นีม่า พูดด้วยเสียงกลั้วหัวเราะ นึกขำกับอาการแง่งอนของเพื่อนสาว ซึ่งดูเหมือนว่าจะกำเริบทุกครั้งที่ปะทะคารมกับชายหนุ่มเบื้องหน้าคนนี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“คิดว่า ถ้าได้เจอกับเจ้านายของนีม่า ได้ข้อมูลเพิ่มเติม อาจจะพอคลำหาเจอเด็กสาวลึกลับคนนั้นก็ได้” ชายหนุ่มว่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ได้อย่างนั้นก็ดีสิคะ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วิน เหลือบตามองมุกดาแล้วถามขึ้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“เสร็จจากนี้แล้วกลับบ้านเลยหรือเปล่า พี่ฝากของไปให้เกดเค้าหน่อย”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มุกดามีสีหน้าเบื่อๆ ก่อนพยักหน้ารับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ตามเคย”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วินยิ้มอยู่ในสีหน้า ก่อนจะหยิบรูปใบหนึ่งยื่นให้ พลางบอก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“พอดีไปค้นหนังสือรุ่นเก่าๆ เจอรูปเกดสมัยตอนเรียนมัธยมปลายติดอยู่ด้วย เอาไปให้ทีนะ น้องมุกคนงาม”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“อย่ามาคนงอน คนงามนะ ไม่ชอบ” มุกบ่นก่อนจะเอื้อมมือไปรับรูปจากมือของชายหนุ่ม แล้วจึงยื่นรูปให้เพื่อนสาวดู&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“นีม่านี่ไง รูปพี่เกดสมัยโน้น เป็นไงสวยมั๊ย”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นีม่า เหลือบตามองแว่บหนึ่ง หน้าตาของหญิงสาวในรูปกับปัจจุบันดูจะไม่เปลี่ยนไปจากเดิมมากนัก เพียงแต่ผมตัดสั้นกว่าที่เคยเห็น ส่วนดวงตาและรอยยิ้มอันเริงรื่นให้ความรู้สึกเป็นกันเอง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“อืมม์ หน้าตาไม่ค่อยเปลี่ยนเลย แต่เอ๊ะ-พี่เกดสายตาสั้นด้วยหรือนี่ เพิ่งรู้”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“เกดเค้าสั้นไม่มากหรอก ตอนนี้เลิกใส่แล้ว หันมาใช้คอนแทคเลนส์” วินตอบแทน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“รู้ไปหมดเชียวนะ รู้ดีกว่าตัวพี่เกดเสียอีกมั๊งเนี่ย” มุกแขวะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ชายหนุ่มไม่ได้ตอบคำ นอกจากยิ้มแห้งๆ เท่านั้น ดูเหมือนว่าเด็กสาวรุ่นน้องคนนี้ดูจะ “รู้ทัน” จนดักคอเขาได้ทุกทีไปสิน่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#000099;"&gt;เกดเฝ้ามองรูปเก่าเก็บที่เพิ่งได้รับมาซ้ำไปซ้ำมาอยู่เป็นนาน&lt;/span&gt; ก่อนจะชายตามองไปยังน้องสาวที่นั่งอ่านหนังสืออยู่ใกล้นั้น แล้วอมยิ้มถามขึ้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ดูสิ หน้าตาพี่นี่ตลกดีจัง สมัยนั้นนะ ว่ามั๊ย”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มุกดา พูดโดยไม่เงยหน้าจากหนังสือ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ที่ตลกยิ่งกว่าก็คือ ข้างหลังรูปนั่น พี่เกด”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“หือม์ อะไรนะ” พี่สาวอุทานขึ้น ก่อนพลิกรูปดูทางด้านหลัง ก่อนจะหัวเราะเสียงใส เมื่อมีคนมือดีใช้ดินสอวาดรูปหัวใจ พร้อมสลักข้อความว่า “คิดถึงเสมอ รักคนสวยนะจ้ะ” เอาไว้ด้วยอีกต่างหาก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“หัวใจใครน้าเนี่ย…นึกไม่ออกแฮะ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“จะใครเสียอีกเล่า ไม่ใช่ของคุณพี่จรกานั่นหรอกหรือ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เกดส่ายหน้า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ไม่ใช่หรอก วินไม่เขียนข้อความแบบนี้หรอก พี่รู้”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มุกดาถอนหายใจพลางบ่น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“นั่นนะสิ ซื่อบื๊อออกอย่างนั้น”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“คนที่เขียนข้อความนี้ ก็คงเพื่อนๆ มือซนของวินนั่นแหละมากกว่า พี่ว่านะ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เกดเหลือบตามองน้องสาว ที่ขณะนี้วางหนังสือเอาไว้ข้างตัว แล้วทอดสายตามองไปที่จอโทรทัศน์เบื้องหน้า คิ้วที่ขมวดลง และใบหน้าอันบูดบึ้ง แสดงถึงอารมณ์อันแปรปรวนที่ดูเหมือนจะติดตัวมานานหลายปีแล้ว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ไม่ดีใจเหรอ…”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มุกดาหันหน
